คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้สืบเนื่องมาจากจำเลยร้องเรียนต่อศาลชั้นต้นว่า นายประยูร พลภักดี ผู้ถูกกล่าวหา นักการที่ทำการอัยการจังหวัดพังงาซึ่งเป็นผู้นำตัวจำเลยมาศาลพร้อมคำฟ้อง ได้เรียกร้องและรับเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท ไปจากจำเลยเพื่อจัดการเรื่องที่จำเลยถูกฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้วต้องเสียค่าปรับเพียง ๓,๐๐๐ บาท และผู้ถูกกล่าวหาให้เงินมาเสียค่าปรับ ๓,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือไม่คืนจำเลย
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ผู้ถูกกล่าวหารับว่าได้เรียกและรับเงินไปจากจำเลย ๕,๐๐๐ บาทจริง เป็นค่าธรรมเนียมในการฟ้องด่วน เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๑) อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๓ ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๑ เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียกและรับเงินจากจำเลยโดยอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการฟ้องด่วนนั้น ไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้กระทำได้ เห็นได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองโดยแท้ ได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาเรียกและรับเงินที่ห้องพักอัยการซึ่งอยู่ในบริเวณศาลชั้นล่าง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำการดังกล่าวในบริเวณศาล จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑(๑) ทั้งนี้โดยมิต้องคำนึงว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนาจะให้มีผลกระทบถึงศาลหรือไม่หรือการกระทำดังกล่าวจะมีผลทำให้ศาลได้รับความเสียหายหรือไม่ ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.