Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2713/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลฟังข้อเท็จจริงในคดีแพ่งตามคำพิพากษาส่วนอาญาที่ลงโทษจำเลยว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์โดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่จะใช้ฟังยันจำเลยที่ 1 เจ้าของรถยนต์ด้วยไม่ได้ เพราะจำเลยที่ 1 มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน103,377 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย สำหรับจำเลยที่ 6 ให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ 4 และที่ 5 ร่วมรับผิดเพียง 1 ใน 5 ส่วนของค่าเสียหายทั้งหมด และจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 คงให้ร่วมรับผิดเพียง 4 ใน 5 ส่วนของค่าเสียหายทั้งหมด เฉพาะจำเลยที่ 3 คงให้รับผิดเพียง 14,000 บาท จำเลยที่ 1 กับที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แต่เพียงว่า การที่โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสตามฟ้องเกิดจากการขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 2 หรือไม่ ปรากฏว่าเรื่องที่เกิดรถชนกันตามที่โจทก์ฟ้องนี้ จำเลยที่ 2 ถูกพนักงานอัยการฟ้องเป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในข้อหาฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 แต่ให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ในการพิจารณาคดีส่วนแพ่งจึงต้องฟ้องข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาส่วนอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 ดังนั้นจึงต้องฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์โดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ข้อเท็จจริงส่วนอาญาที่ว่าจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสดังกล่าวนี้ คงใช้ฟังยันได้เฉพาะจำเลยที่ 2 เท่านั้น จะใช้ฟังยันจำเลยที่ 1ด้วยหาได้ไม่ เพราะจำเลยที่ 1 มิได้เป็นคู่ความในคดีอาญาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม จากพยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบในคดีนี้ก็น่าเชื่อว่า ขณะเกิดเหตุหมอกลงจัดมองเห็นข้างหน้าได้ไม่เกิน 10 เมตร

จำเลยที่ 2 ขับรถยนต์จำเลยที่ 1 มาด้วยความเร็ว จึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน เป็นเหตุให้รถจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 2 ขับพุ่งเข้าชนท้ายรถเบ็นซ์แท็กซี่ รถเบ็นซ์แท็กซี่เคลื่อนไปโดยเร็ว และชนโจทก์จนขาหักทั้งสองข้าง แล้วรถจำเลยที่ 1 แฉลบไปชนท้ายรถบรรทุกฮีโน่อีก จนบริษัทประกันวินาศภัยจำเลยที่ 3 ซึ่งได้รับประกันวินาศภัยรถยนต์คันเกิดเหตุของจำเลยที่ 1 ไว้ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้เจ้าของรถเบ็นซ์แท็กซี่ถึง 30,000 บาท ใช้ค่าเสียหายให้แก่เจ้าของรถบรรทุกฮีโน่ 12,000 บาท และปรากฏจากภาพถ่ายรถเบ็นซ์แท็กซี่และรถบรรทุกฮีโน่จำเลยที่ 3 อ้างส่งศาลว่ารถทั้งสองคันนี้ถูกชนชำรุดเสียหายมิใช่น้อย แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์โดยขับมาด้วยความเร็วสูงด้วยความประมาทเลินเล่อ จึงเป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์แท็กซี่เคลื่อนไปโดยเร็วและชนขาโจทก์หักทั้งสองข้างที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ได้รับบาดเจ็บมิได้เกิดจากรถยนต์คันที่จำเลยที่ 2 ขับนั้น ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา1,500 บาทแทนโจทก์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บรรเทอง ภู่กฤษณา · ชลูตม์ สวัสดิทัต · สุรัช รัตนอุดม
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8722/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ต่อมาจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปล้อมรั้วและรื้อบ้านของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินพิพาท โจทก์ห้ามปรามแล้วแต่จำเลยทั้งสามไม่ฟัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2559

ในคดีอาญาที่ ว. ผู้เอาประกันภัยรถยนต์จากโจทก์ถูกฟ้อง ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยฟังว่าการที่รถของ ว. ชนกับรถของ ศ. มิใช่เป็นเพราะความประมาทของ ว. และคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ถือได้ว่าพนัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6131/2558

คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญานั้น การนำข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาส่วนอาญามารับฟังในคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 46 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการ คือ คำพิพากษาคดีอาญาต้องถึงที่สุด ข้อเท็จจริงนั้นเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6679/2557

คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา จึงต้องรับฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคดีส่วนอาญาว่า ผู้ตายกับพวกและจำเลยที่ 1 กับพวกต่างสมัครใจเข้าเสี่ยงภัยยอมรับอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดจากการวิวาท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้