Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2716/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยปลอมเอกสารแล้วนำเอกสารปลอมนั้นมาใช้โดยสุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้จากผู้อื่นอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตาม มาตรา 341 ด้วยนั้น เป็นความผิดในการกระทำกรรมเดียวต้องลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตาม มาตรา 268 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแต่เพียงกระทงเดียวตาม มาตรา 90จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งคำขอและสัญญากู้เงินจากกรมตำรวจอันประกอบด้วยความเห็นของผู้บังคับบัญชารับรองว่าผู้กู้มีความเดือดร้อนและจำเป็นจริงควรให้กู้ได้เป็นกรณีพิเศษพร้อมด้วยบันทึกของผู้บังคับบัญชาซึ่งยอมเป็นผู้ค้ำประกันในการกู้รายนี้ หนังสือที่จำเลยทำปลอมขึ้นนี้เป็นเอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อให้เกิดสิทธิแก่ทางราชการกรมตำรวจที่จะเรียกร้องให้ผู้กู้และผู้ค้ำประกันชำระหนี้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการตาม มาตรา 266(1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยเรียงกระทงความผิดตามมาตรา 264,265, 266 ประกอบด้วยมาตรา 268 จำคุก 6 เดือน 1 ปี และ 1 ปี 6 เดือน ตามมาตรา 341 จำคุก 1 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่ง จำคุกรวม 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266 อันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดเพียงกระทงเดียว จำคุก 1 ปี 6 เดือน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "การกระทำของจำเลยตามฟ้องในข้อ (ก)(ข)(ค)(ง) ทั้งหมด คือ ปลอมเอกสารขึ้นรวม 9 ฉบับ แล้วนำเอกสารปลอมทั้ง 9 ฉบับนั้นมาใช้เพื่อหลอกลวงให้กรมตำรวจจ่ายเงินกู้ 10,000 บาทให้จำเลย อันเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการและใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(1) และมาตรา 268 วรรคหนึ่งนั้น มาตรา 268 วรรคสอง บัญญัติให้ลงโทษในฐานใช้เอกสารปลอมแต่กระทงเดียว และการที่จำเลยนำเอกสารปลอมเหล่านั้นมาใช้โดยทุจริตเพื่อหลอกลวงให้ได้มาซึ่งเงินกู้จากกรมตำรวจ อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 ด้วยนั้น ก็เป็นความผิดในการกระทำกรรมเดียวกันนั่นเองเพราะเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้รายเดียวกัน จึงต้องลงโทษจำเลยในฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา 268 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแก่จำเลยแต่เพียงกระทงเดียวตามมาตรา 90 แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรม และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการก็ตาม

เมื่อการกระทำของจำเลยตามฟ้องทั้งหมดเป็นกรรมเดียวกัน ศาลก็ลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียวตามบทมาตราที่ถูกต้องได้ ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารปลอม เห็นว่าเอกสารนั้นได้ทำขึ้นโดยเจ้าพนักงานซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจ และได้ผ่านการรับรองของผู้บังคับบัญชาของข้าราชการตำรวจที่ขอกู้นั้น อันเป็นการรับรองในหน้าที่ตามลำดับชั้น เพื่อจำเลยจะได้ใช้เอกสารนั้นไปเบิกเงินจากทางราชการกรมตำรวจได้ ถือได้ว่าเป็นการปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266(1)อีกด้วย แต่ศาลอุทธรณ์ได้ตัดบทมาตรา 266 นี้ออกเสียจากบทกำหนดความผิดของจำเลย ทั้งที่เวลาลงโทษศาลอุทธรณ์ก็คงลงโทษจำเลยตามมาตรา 268ประกอบด้วยมาตรา 266 ตามที่จำเลยยอมรับสารภาพตามฟ้องอยู่แล้ว

ฉะนั้นศาลฎีกาจึงเห็นควรแก้บทกำหนดความผิดของจำเลยเสียให้ถูกต้องพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,264, 265, 266, 268, 341 ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266 อันเป็นบทหนักที่สุดแต่กระทงเดียวตามมาตรา 90 ส่วนกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทวี กสิยพงศ์ · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568

จำเลยหลอกลวงโจทก์โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จ อธิบายขั้นตอนในการซื้อ การจองสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะนำวิธีการส่งให้แก่ผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลรายอื่น จนกระทั่งโจทก์หลงเชื่อว่าจำเลยสามารถจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5168/2552

แม้คำฟ้องของโจทก์พอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีว่าวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิดเป็นช่วงวันเวลาใด และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตามแต่โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยลักโฉนดที่ดินของผู้เสียหายไปในวัน…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2547 (เลขอ้างอิง 412280)

แม้เช็คเป็นเอกสารอันก่อให้เกิดสิทธิในการรับเงินจากธนาคาร จึงเป็นเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา 1 (9) และโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 265 ด้วย แต่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยปลอมเอกสารสิทธิ จึงไม่อา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2546

ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนผู้เสียหายไม่ได้กล่าวหาและเจ้าพนักงานตำรวจก็มิได้ตั้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับจำเลยที่ 2 มีและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับใบอนุญาต โดยพนักงานสอบสวนเพิ่งมาแจ้งข้อหานี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 394/2544

สำเนารายงานการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นซึ่งทำปลอมขึ้นโดยระบุให้จำเลยผู้เดียวมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราของบริษัทลงชื่อผูกพันบริษัทเป็นหลักฐานเพื่อระงับสิทธิของโจทก์ร่วม ในการร่วมลงลายมือชื่อผูกพันบร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้