Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2719/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดก ของ ช. ในคดีแพ่ง แต่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะโจทก์อุทธรณ์ ข้อเท็จจริงยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ จึงใช้ยัน บุคคลภายนอกคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145(1) ไม่ได้ ส่วนบทบัญญัติวรรคแรกที่ว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้มีผลผูกพันนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษา หรือคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าว ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเป็นเรื่องที่ให้ถือว่าผูกพัน คู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่งเท่านั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกจึงมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีแพ่งนั้นของศาลชั้นต้นไม่มีผลผูกพันถึงคู่ความในคดีนี้ แม้จำเลยจะเป็นผู้ร้องขอให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกในคดีดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นคู่ความคนละคดีกัน จำเลยจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างอิงในคดีนี้ได้ โจทก์ยังคงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของช. อยู่ จึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องจำเลยฐานปลอมตั๋วสัญญาใช้เงินของ ช. เป็นคดีนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายเชวง ยังสุขตามคำสั่งศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 21395/2534 จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน คือ ภายหลังจากที่นายเชวงถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2533 จำเลยเปิดตู้เซฟเอาตั๋วสัญญาใช้เงินเลขที่ 5/2532, 6/2532, 7/2532,8/2532, 9/2532 และ 10/2532 จำนวน 6 ฉบับ อันเป็นมรดกของผู้ตาย ซึ่งบริษัทฟาร์มกรุงไทย จำกัด ได้ออกให้แก่ผู้ตายเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2532 เป็นการชำระราคาที่ดินที่ผู้ตายขายที่ดินไปก่อนตาย จำเลยกับพวกได้สมคบกันปลอมลายมือชื่อของผู้ตายด้านหลังตั๋วสัญญาใช้เงินทั้ง 6 ฉบับ เพื่อนำไปเบิกเงินและจำเลยกับพวกได้นำตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งได้ปลอมลายมือชื่อผู้ตายดังกล่าวแล้วไปให้นายฉัตรชัย

เกียรติสุขสถิตย์ เป็นผู้เรียกเก็บเงินจาก ธนาคารไทยทนุ จำกัด สำนักงานใหญ่และธนาคารได้จ่ายเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวรวม 15,750,000 บาท จำเลยได้นำเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ของตนหรือผู้อื่น อันเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตาย โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายกับนางอานิลนาฎ เสนีวงศ์ โดยผู้ตายได้จดทะเบียนรับรองบุตรแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 264, 266, 268, 90 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องระหว่างพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกามีใจความว่า โจทก์ฟ้องจำเลยโดยใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกเป็นผู้เสียหาย มิได้ใช้สิทธิแห่งความเป็นทายาทเป็นผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ถูกศาลแพ่งพิพากษาให้เพิกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชวง ยังสุขในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2716/2536 แล้ว ประกอบกับการที่ศาลอุทธรณ์เชื่อว่าโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวนั้นเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพราะข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงนอกสำนวน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้นั้น เห็นว่า ในการไต่สวนมูลฟ้องคดีนี้ นางอานิลนาฎ เสนีวงศ์ พยานโจทก์เบิกความไว้ด้วยว่าเอกสารหมาย ล.4 คำพิพากษาศาลแพ่งคดีหมายเลขแดงที่ 2716/2536 ที่เพิกถอนนางสาวชณาทิพย์ (เป็นจำเลยคดีดังกล่าวและเป็นโจทก์คดีนี้)

จากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชวง ยังสุขจำเลยได้อุทธรณ์และศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว ดังนั้นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์ของโจทก์ในคดีดังกล่าวจึงมิใช่ข้อเท็จจริงนอกสำนวน เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น การที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวแล้วจึงเป็นการรับฟังที่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ฉะนั้นแม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชวง ยังสุข ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2716/2536ก็ตาม แต่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะโจทก์อุทธรณ์คำสั่งในคดีดังกล่าวอยู่ ข้อเท็จจริงยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ จึงจะใช้ยันบุคคลภายนอกคดีไม่ได้ ส่วนบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ที่ว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งใด

ๆ ให้มีผลผูกพันนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นนั้นเป็นเรื่องให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่งเท่านั้น ดังนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกจึงมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2716/2536 ของศาลชั้นต้น หามีผลผูกพันถึงคู่ความในคดีนี้ไม่ แม้จำเลยจะเป็นผู้ร้องขอให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกในคดีดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นคู่ความคนละคดีกัน จำเลยจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างอิงในคดีนี้ได้ ทั้งนี้เพราะคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคลจะยกขึ้นใช้อ้างอิงหรือใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145(1)ก็ต่อเมื่อเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดแล้วเท่านั้นเมื่อโจทก์ยังอุทธรณ์คำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 2716/2536ของศาลชั้นต้น และคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ยังคงมีฐานะเป็นผู้จัดการมรดกของนายเชวง ยังสุข อยู่จึงเป็นผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ และมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีนั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · มหินทร์ สุรดินทร์กูร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5860/2554

โจทก์เคยฟ้องขอให้บังคับจำเลยกับ ม. ร่วมกันชำระหนี้พร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์ โดยเชื่อว่าสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ในคดีดังกล่าวเป็นเอกสารที่โจทก์ทำปลอมขึ้น ผลแห่งคำพิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2523

โจทก์ยกที่ดินตรงที่เกิดเหตุพร้อมรั้วและราวไผ่ให้ บ. ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง กรรมสิทธิ์ในที่ดินจึงตกเป็นของ บ. โดยผลแห่งคำพิพากษาตามยอมนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษา แม้คู่ความจะตกลงให้รอการบัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4984/2568

ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นควรยกปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยแก้ฎีกาขึ้นวินิจฉัยเสียก่อนว่า ศาลฎีกาจะรับฟังข้อเท็จจริงในคดีนี้แตกต่างไปจากคดีก่อนได้หรือไม่ เห็นว่า เมื่อคดีก่อนโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3817/2568

จำเลยทั้งสองปักเสาคอนกรีตและล้อมลวดหนามในที่ดินบริเวณไหล่ทางหลวงชนบทซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือหน้าที่ดินโจทก์จากด้านทิศตะวันตกไปด้านทิศตะวันออกตามจุด A1 ถึง A2 แนวเขตที่ดินของโจทก์ตามแนว B1 ถึง B2 บ่งชี้ให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้