Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2720/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดิน 2 แปลงมีเนื้อที่รวมกัน 106ไร่ 2 งาน48 ตารางวา เมื่อจำเลยจัดการออกโฉนดที่ดินทั้งสองแปลงแล้วได้เนื้อที่ดิน 111 ไร่ 82 ตารางวาเนื้อที่ดินล้ำจำนวนตามที่ระบุไว้ในสัญญา 4 ไร่ 2งาน 34 ตารางวา ไม่เกินร้อยละ 5 แห่งเนื้อที่ทั้งหมดที่ระบุไว้ในสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อจำต้องรับเอาไว้และใช้ราคาตามส่วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 466 วรรคสองในวันทำสัญญาโจทก์วางมัดจำไว้ 100,000 บาท เมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำนั้นส่วนจำนวนเงิน300,000 บาท เป็นเงินที่โจทก์แบ่งชำระราคาที่ดินให้จำเลยเมื่อไม่มีการซื้อขายกัน จำเลยต้องคืนให้โจทก์ เมื่อจำเลยผิดนัดไม่คืนให้แก่โจทก์จำเลยจึงต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยตกลงทำสัญญาจะขายที่ดินตราจอง เนื้อที่ประมาณ 98 ไร่ 2 งาน 4 ตารางวา และที่ดินที่มีการครอบครอง เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ โจทก์ได้วางเงินมัดจำในวันทำสัญญา 100,000 บาท ต่อมาโจทก์ได้ชำระเงินค่าที่ดินงวดที่สอง 300,000 บาท แก่จำเลย ต่อมาจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาต้องคืนเงินค่าที่ดิน 400,000 บาทแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินจำนวนดังกล่าวและค่าเสียหายเท่าดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงได้ริบเงินมัดจำ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามฟ้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า การที่จำเลยนำที่ดินมาเพิ่มเพื่อให้ที่ดินด้านที่ติดถนนมีความยาว 8 เส้น เป็นการปฏิบัติให้ถูกต้องตามสัญญาที่ทำไว้แก่โจทก์ ที่ดินที่นำมาเพิ่มจึงเป็นที่ดินตามสัญญา

จำเลยมิใช่เป็นฝ่ายผิดสัญญา แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ตามสัญญาจะซื้อขายเนื้อที่ดิน 2 แปลงรวมกันได้ 106 ไร่ 2 งาน 48 ตารางวา เมื่อจำเลยจัดการออกโฉนดทั้งสองฉบับแล้วได้เนื้อที่ดิน 111 ไร่ 82 ตารางวา เนื้อที่ดินล้ำจำนวนตามที่ประมาณไว้ในสัญญา 4 ไร่ 2 งาน 34 ตารางวา ไม่เกินร้อยละ 5 แห่งเนื้อที่ทั้งหมดอันได้ระบุไว้ในสัญญาโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อจำต้องรับเอาและใช้ราคาตามส่วน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 466 วรรคสอง การที่โจทก์ทั้งสองไม่ยอมซื้อที่ดินตามสัญญาที่ทำไว้แก่จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาสัญญามีข้อความว่า ผู้จะซื้อได้วางเงินมัดจำให้ไว้แก่ผู้จะขายเป็นเงิน100,000 บาท ส่วนที่เหลือจะแบ่งชำระให้แก่ผู้จะขายอีก 300,000 บาทภายใน3 เดือนนับแต่วันทำสัญญา ส่วนที่เหลือทั้งหมดจะชำระให้ในวันจดทะเบียนขายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่ผู้จะซื้อ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เงินมัดจำตามสัญญามีเพียง100,000 บาท ที่โจทก์ทั้งสองชำระให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาเท่านั้น จำนวนเงินอีก 300,000 บาท ที่โจทก์ทั้งสองชำระให้แก่จำเลยในระยะต่อมาอีก 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญานั้น เป็นเงินที่แบ่งชำระราคาค่าที่ดิน ดังนี้เมื่อโจทก์ทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิริบเงินมัดจำ 100,000 บาท ส่วนเงินอีก 300,000 บาท เมื่อไม่มีการซื้อขายกันแล้ว จำเลยต้องคืนให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมคืนให้แก่โจทก์ ถือได้ว่าจำเลยผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 204 ซึ่งจำเลยจะต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามมาตรา 224 นับแต่วันผิดนัดพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 300,000 บาทแก่โจทก์ทั้งสองพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิยม ติวุตานนท์ · ศักดิ์ สนองชาติ · ม.ร.ว.ชัยวัฒน์ ชมพูนุท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1336/2545

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายตึกแถวกัน ต่อมาจำเลยปลูกสร้างตึกแถวเสร็จพร้อมที่จะโอนให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลย ทั้งโจทก์ยังขอร้องให้จำเลยช่วยบอกขายตึกแถวดังกล่าวให้ด้วย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8001/2544

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ในฐานะวิศวกรผู้ออกแบบปฏิบัติผิดสัญญาจ้างออกแบบผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้สารกันน้ำซึม และฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 ในฐานะวิศวกรผู้ควบคุมงานปฏิบัติผิดสัญญาจ้างมิได้ตรว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 99046)

สัญญาซื้อขายฯระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทินคือภายในวันที่ 3 กรกฎาคม 2528 เมื่อโจทก์ที่ 1 ผิดสัญญาไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องภายในกำหนดเวลา จึงตกเป็นผู้ผิดนัดตั้งแต่วันถัดจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4932/2541

เงินประกันการเช่าตามสัญญาเช่าได้กำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่ามีสิทธินำค่าเช่าที่ค้างชำระหรือหนี้สินอื่นที่ค้างชำระมาหักเงินประกันค่าเช่าได้เมื่อจำเลยผู้เช่าขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากสถานที่เช่าเรียบร้อย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้