Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 มีหนี้สินจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่น คำร้องขอรับชำระหนี้ มี 119 ราย เป็นจำนวนหนี้ถึง 262 ล้านบาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 รู้อยู่แล้วว่าตนเอง มีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับโอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้ภายในเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้ ล้มละลาย ย่อมถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้โอนทรัพย์สิน โดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของ มาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 แล้ว การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการ ขอให้ล้มละลายตาม มาตรา 115 ถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอน ทรัพย์สิน เพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบ เจ้าหนี้อื่นก็เป็นการเพียงพอที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้แล้ว บุคคลภายนอกแม้จะรับโอนมาโดยสุจริต และมีค่าตอบแทนแต่หากรับโอนไว้ภายหลังที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายแล้วย่อมไม่ได้รับ ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช 2483 มาตรา 116

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์เบ็นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอส ได้โอนรถยนต์ดังกล่าวให้แก่โจทก์ในราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท การโอนดังกล่าวอยู่ในระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย โดยมุ่งหมายให้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับโอนได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ต่อมาโจทก์ได้โอนรถยนต์นั้นให้แก่ นายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ และนายจิรศักดิ์ ได้โอนต่อไปให้ร้อยตรีเติมพล เรืองศิริการรับโอนของนายจิรศักดิ์ และร้อยตรีเติมพล เป็นการรับโอนภายหลังที่มีการฟ้องขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย จึงไม่ได้รับการคุ้มครองตาม มาตรา ๑๑๖ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนรถยนต์เบ๊นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอส ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิมตามมาตรา ๑๑๕, ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ หากไม่สามารถคืนกลับสู่ฐานะเดิมได้ก็ขอให้โจทก์ นายจิรศักดิ์ และร้อยตรีเติมพล ร่วมกันชดใช้ราคา ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และนายจิรศักดิ์ ยื่นคำคัดค้าน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการโอนรถยนต์เบ๊นซ์ รุ่น ๒๘๐ เอสหมายเลขทะเบียน กท.ฑ-๒๔๔๕ ระหว่างจำเลยที่ ๒ กับโจทก์ ระหว่างโจทก์กับนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ และระหว่างนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ กับร้อยตรีเติมพล เรืองศิริและให้กลับสู่ฐานะเดิม หากไม่สามารถกลับสู่สภาพเดิมได้ ให้ผู้รับโอนทั้งสามร่วมกันใช้เงิน ๑๗๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๔ จนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์และนายจิรศักดิ์ผู้รับโอนฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ โอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ภายในระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลาย และนายจิรศักดิ์กับร้อยตรีกับร้อยตรีเติมพลรับโอนรถยนต์พิพาทต่อมาภายหลังจากที่มีการขอให้จำเลยที่ ๒ ล้มละลายแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การโอนทรัพย์สินของลูกหนี้ในระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายตามมาตรา ๑๑๕ แห่ง พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ นั้นถ้าลูกหนี้ซึ่งเป็นผู้โอนทรัพย์สินเพียงฝ่ายเดียวรู้ว่าเป็นการโอนที่ทำให้เจ้าหนี้คนใดคนหนึ่งได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นก็เป็นการพอเพียงที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความจากการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าจำเลยที่ ๒ มีหนี้สินเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่มายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้มี ๑๙๙ รายเป็นจำนวนหนี้ถึง ๒๖๒ ล้านบาท ดังนั้นการที่จำเลยที่ ๒ รู้อยู่แล้วว่าตนเองมีหนี้สินเป็นจำนวนมากจนไม่สามารถชำระหนี้ได้ แต่กลับโอนรถยนต์พิพาทให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งเพื่อเป็นการชำระหนี้

ย่อมถือได้ว่า จำเลยที่ ๒ ได้โอนทรัพย์สินโดยมุ่งหมายให้เจ้าหนี้คนหนึ่งคนใดได้เปรียบเจ้าหนี้อื่นตามนัยของมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช ๒๔๘๓ แล้ว สำหรับการรับโอนรถยนต์พิพาทของนายจิรศักดิ์และร้อยตรีเติมพลซึ่งเป็นบุคคลภายนอกจะได้รับความคุ้มครองตามมาตรา ๑๑๖ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ ก็ต่อเมื่อเป็นการรับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย ดังนั้นถึงแม้หากจะฟังว่านายจิรศักดิ์และร้อยตรีเติมพลรับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนก็ไม่ได้รับความคุ้มครองเพราะรับโอนในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นเวลาภายหลังการขอให้ล้มละลาย ฎีกาของโจทก์และนายจิรศักดิ์ รัชยะพงษ์ ฟังไม่ขึ้นศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่าความเองจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรานอม มหรรณพ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2626/2542

จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้านต่อมาโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3600/2536

การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทให้ผู้คัดค้านที่ 1 ขณะที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1เด็ดขาดแล้ว สัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 1ย่อมเป็นนิติกรรมที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5225/2534

จำเลยโอนที่พิพาทให้แก่ผู้คัดค้าน เป็นการตีใช้หนี้จำนองหนี้เงินยืมนอกสัญญาจำนอง หนี้ตามเช็คกับได้เงินสดจากผู้คัดค้านจำนวนหนึ่งภายหลังจากมีการขอให้จำเลยล้มละลาย และจำเลยเป็นหนี้บุคคลอื่นอีกหลายราย มีเจ้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 398/2530

คำร้องของผู้ร้องได้บรรยายว่า จำเลยได้โอนขายที่ดินและตึกแถวให้แก่ผู้คัดค้านในระหว่างระยะเวลา 3 เดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลายขอให้เพิกถอนการโอนดังกล่าว ดังนี้ เป็นคำร้องที่บรรยายแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 912/2524

ไม่มีบทกฎหมายใดให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขออายัดที่ดินที่ได้โอนไปเป็นของบุคคลอื่นแล้ว เว้นแต่จะได้มีการเพิกถอนการโอนที่ดินดังกล่าวก่อน ตราบใดที่ยังมิได้มีการเพิกถอนการโอน ผู้รับโอนก็ยังเป็นเจ้าข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้