Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2722/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์จากค่าเช่าในบ้านพิพาทให้แก่โจทก์เดือนละ10,000บาทโจทก์ไม่อุทธรณ์จึงเป็นอันยุติว่าขณะโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาทบ้านพิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ10,000บาทคู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา248วรรคสองที่โจทก์ฎีกาว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทและโจทก์ได้รับความเสียหายถึงเดือนละ30,000บาทเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งสิ้นจึงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2116และ 3426 ตำบลบางประกง (บางประกงล่าง) อำเภอบางประกงจังหวัดฉะเชิงเทรา และบ้านเลขที่ 109 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2531 โจทก์อนุญาตให้จำเลยและบริวารเข้าอยู่อาศัยที่บ้านเลขที่ดังกล่าว ต่อมาโจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยและบริวารอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านและโจทก์อีกต่อไปและได้บอกกล่าวให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปโดยชอบแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย บ้านและที่ดินของโจทก์หากให้เช่าจะได้ค่าเช่าเดือนละไม่ต่ำกว่า 30,000 บาทขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ 109ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2116 และ 3426 ตำบลบางประกงอำเภอบางปะกง

จังหวัดฉะเชิงเทรา และที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวของโจทก์ ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 30,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินของโจทก์เสร็จ และส่งคืนบ้านกับที่ดินในสภาพเรียบร้อยจำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของบ้านพิพาท บ้านพิพาทเป็นของบริษัทโรงงานน้ำปลาไทยเบญจพล จำกัด ซึ่งมีนายมั่นเฮี้ยงแซ่โง้ว บิดาของจำเลยเป็นประธานกรรมการ ส่วนที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องเป็นของโจทก์ซึ่งได้มาโดยมิชอบ โจทก์ซื้อที่ดินทั้งสองแปลงจากบริษัทดังกล่าวแต่มิได้ซื้อบ้านพิพาทด้วย โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของบ้านพิพาท จำเลยอยู่ในบ้านพิพาทโดยมิได้อาศัยสิทธิของโจทก์

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย บ้านพิพาทหากให้เช่าจะได้ค่าเช่าไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านเลขที่ 109 ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2116 และ3426 ตำบลบางปะกง (บางปะกงล่าง) อำเภอบางปะกงจังหวัดฉะเชิงเทรา และที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าวของโจทก์ ทั้งให้ส่งมอบบ้านกับที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยและบริวารยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวอีกต่อไป และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน2532 ไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากบ้านและที่ดินดังกล่าวเสร็จและส่งมอบบ้านให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อยคำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีนี้เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเพราะขาดประโยชน์จากค่าเช่าในบ้านพิพาทให้แก่โจทก์เดือนละ 10,000 บาท โจทก์ไม่อุทธรณ์ จึงเป็นอันยุติว่า ขณะโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านพิพาท บ้านพิพาทอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท คู่ความต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทและโจทก์ได้รับความเสียหายถึงเดือนละ 30,000 บาท เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา บูรณะไทย · บุญธรรม อยู่พุก · ณรงค์ ตันติเตมิท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้