Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2725/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนด 6 เดือน นับแต่วันยึดทรัพย์ตามมาตรา 208 วรรคหนึ่งตอนท้าย เมื่อมีการส่งคำบังคับโดยเจ้าหน้าที่ศาลให้แก่จำเลยทั้งสองโดยการปิดคำบังคับไว้ ณ ภูมิลำเนาจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม2531 จำเลยทั้งสองยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2531จึงเลยกำหนด 15 วัน นับจากวันที่การส่งคำบังคับมีผลใช้ได้ตามป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคสอง.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2523 จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์ไปจำนวน 40,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระเงินคืนภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2524 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปครบถ้วนแล้วแต่เมื่อถึงกำหนดชำระเงินคืนจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองเพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน70,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 2 ชำระแทนจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่

อ้างว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ถ้ามีการพิจารณาใหม่จำเลยทั้งสองมีพยานหลักฐานที่จะชนะคดีได้โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยทั้งสองจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่า เหตุที่อ้างว่าขาดนัดฟังไม่ได้ และจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนด 15 วันนับแต่วันทราบคำบังคับ จึงให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองเป็นข้อแรกว่าจำเลยทั้งสองมีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ตามคำฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นอกจากโจทก์จะมีนางศิริวรรณ กาญจนสมวงศ์เจ้าหน้าที่ศาลเป็นพยานเบิกความว่าเป็นผู้ไม่ส่งหมายเรียกสำนวนคำฟ้องตามภูมิลำเนาที่ระบุในคำฟ้องพบจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ลงชื่อรับไว้ปรากฏตามใบรับหมายเรียกลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2531แล้ว

โจทก์ยังมีหลักฐานที่จำเลยที่ 1 ได้เคยยื่นคำแถลงในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 635/2530 ของศาลชั้นต้นซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ถูกเจ้าหนี้อีกรายหนึ่งฟ้อง จำเลยที่ 1 ระบุภูมิลำเนาบ้านเลขที่ 1หมู่ 6 ตำบลหนองโบสถ์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ตรงกับภูมิลำเนาตามคำฟ้องคดีนี้ซึ่งเป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ศาลได้นำหมายเรียกสำเนาคำฟ้องไปส่งตามหลักฐานดังกล่าว พยานหลักฐานโจทก์สอดคล้องกันมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ามีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 70 มิใช่เลขที่ 1 ตามสำเนาทะเบียนบ้านเอกสารหมาย ล.2ก็ปรากฏว่ามีการขีดฆ่าเลขที่บ้านโดยขีดเลขที่ 1 ออกและแก้เป็นเลขที่ 70 โดยไม่ปรากฏลายเซ็นกำกับของเจ้าหน้าที่ทะเบียนเป็นพิรุธไม่น่าเชื่อถือ

ส่วนที่จำเลยที่ 2 เบิกความว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 43 นั้น จำเลยที่ 2 ก็เบิกความต่อไปว่า แต่จำเลยที่ 2 มาอยู่กินกับจำเลยที่ 1 เจือสมทางนำสืบของโจทก์ว่าจำเลยทั้งสองอยู่บ้านเดียวกัน พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักยิ่งกว่าพยานหลักฐานจำเลยทั้งสอง กรณีจึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นสามีภรรยากันมีภูมิลำเนาตามที่โจทก์ระบุในฟ้อง ส่วนปัญหาข้อต่อไปที่ว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ได้ยื่นต่อศาลภายในกำหนดเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 หรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองมีสิทธิยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดเวลา 6 เดือน นับแต่วันยึดทรัพย์ตามมาตรา 208 วรรคหนึ่งตอนท้าย นั้น เห็นว่า

เมื่อได้มีการส่งคำบังคับโดยเจ้าหน้าที่ศาลให้แก่จำเลยทั้งสองโดยการปิดคำบังคับไว้ ณ ภูมิลำเนาจำเลยทั้งสองเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2531 ตามรายงานเจ้าหน้าที่ลงวันที่7 กรกฎาคม 2531 จำเลยทั้งสองยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เมื่อวันที่3 ตุลาคม 2531 จึงเลยกำหนด 15 วัน นับจากวันที่การส่งคำบังคับมีผลใช้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรค 2ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยทั้งสองจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถาวร ตันตราภรณ์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6718/2558

หนี้ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1958/2539 ของศาลแพ่งที่เจ้าหนี้นำมาขอรับชำระหนี้ ศาลแพ่งมีคำพิพากษาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2539 และเป็นคดีที่ลูกหนี้ (จำเลย) อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้เนื่องจากลูกหนี้ขาดนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4197/2550

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 208 (เดิม) (ปัจจุบัน มาตรา 199 จัตวา, 207) คำขอให้พิจารณาใหม่ ให้ยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากาษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย ถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1416/2545

การปิดคำคู่ความหรือเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 79 วรรคหนึ่ง ต้องกระทำให้มีลักษณะแน่นหนา ไม่หลุดออกไปโดยง่าย การที่เจ้าพนักงานศาลเพียงแต่นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง กับหมายนัดสืบพยานโจท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9131/2544

จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ซึ่งตาม ป.พ.พ.มาตรา 68 บัญญัติให้ถิ่นอันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เป็นภูมิลำเนาของบริษัท จำเลยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เลขที่ 385/1 ถนนสีลม แขวงสีลม บางรัก กรุงเทพฯ ศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6506/2538

แม้ทะเบียนบ้านจะไม่ใช่หลักฐานชี้ขาดถึงภูมิลำเนาของจำเลยแต่ปรากฏจากรายงานการเดินหมายของพนักงานเดินหมายว่า ในการไปส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง ส่งหมายนัดสืบพยานส่งคำบังคับพบบุคคลซึ่งแจ้งว่าจำเลยไปทำงานทั้งยั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้