Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2726/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องของโจทก์บรรยายว่าจำเลยเป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวจผู้มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย มิใช่พนักงานสอบสวน จึงไม่มีหน้าที่หรือสิทธิใดๆ ที่จะไล่โจทก์ออกจากห้องพนักงานสอบสวนได้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 เมื่อข้อหาตามมาตรา 157 ไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้ว ข้อหาฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จึงมิใช่ความผิดอันเกี่ยวพันกับข้อหาตามมาตรา 157 ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระในความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 24

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายจำเลยได้จับกุมนายม้วนกับพวกส่งพนักงานสอบสวน ขณะที่โจทก์อยู่ในห้องพนักงานสอบสวนด้วย จำเลยได้ถามนายม้วนผู้ต้องหาว่า คุณเอาคนนี้เป็นทนายหรือเปล่า นายม้วนตอบว่าเป็นทั้งทนายและที่ปรึกษา จำเลยได้พูดต่อหน้าผู้อื่นว่า "ถ้าไม่เอาเป็นทนายก็จะไล่ออกจากห้องไปเลย" หมายความว่าจะไล่โจทก์ออกไปจากห้องพนักงานสอบสวน และพูดอีกว่า "เสือกเข้ามาในห้องนี้ทำไม" อันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๙,๑๕๗,๓๒๖ ศาลชั้นต้นสั่งฟ้องโจทก์ว่า ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ เป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง ไม่รับไว้พิจารณา ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ไม่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของจำเลย ไม่เป็นความผิด ให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา ๑๕๗ ได้ความตามบรรยายฟ้องของโจทก์เองว่า จำเลยเป็นเพียงเจ้าพนักงานตำรวผู้มีหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย จำเลยมิใช่พนักงานสอบสวน ไม่มีหน้าที่หรือสิทธิใดๆที่จะไล่โจทก์ออกจากห้องพนักงานสอบสวนได้ ดังนี้ การกระทำของจำเลยจึงมิใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ เทียบได้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๗/๒๕๑๖ ระหว่างนายอิศรา เมษปะบุตร โจทก์ร้อยตำรวจเอกประณต เขียวสนั่น กับพวก จำเลย และตามสำนวนปรากฏว่า ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาสองนายเป็นองค์คณะสั่งยกฟ้อง หาใช่ผู้พิพากษานายเดียวมีคำสั่งดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกฟ้องโจทก์ในข้อหามาตรา ๑๕๗ จึงชอบแล้วส่วนข้อหาฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ นั้น

เมื่อข้อหาตามมาตรา ๑๕๗ ซึ่งคำบรรยายฟ้องไม่มีมูลความผิดดังกล่าวแล้ว ข้อหาตามมาตรา ๓๒๖ จึงมิใช่ความผิดอันเกี่ยวกันกับข้อหามาตรา ๑๕๗ ซึ่งโจทก์จะมีสิทธิฟ้องต่อศาลที่มีอำนาจชำระในความผิดซึ่งมีอัตราโทษสูงกว่าได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๔ และความผิดในข้อหานี้เป็นคดีอยู่ในอำนาจของศาลแขวง ซึ่งตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา ๑๔(๒) บัญญัติให้อยู่ในดุลพินิจของศาลจังหวัดที่จะไม่รับฟังในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณาพิพากษาได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายศักดิ์ อุตตโม
ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อินธิพงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2548

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 3 และที่ 4 ในข้อหาความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยบรรยายฟ้องในข้อหานี้เพียงว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 รู้อยู่แล้วว่าโจทก์กับพวกไม่ได้ร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 975/2531

จำเลยซึ่งเป็นพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ในข้อหาดูหมิ่น หมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ฯ โดยบรรยายฟ้องเป็นสองตอน คือตอนแรกเป็นข้อความที่อ้างว่าโจทก์เป็นผู้กล่าวซึ่งได้ระบุไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ ส่วนตอนหลังมีใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1569/2517

การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องเป็นความผิดอาญาอันจะลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาท้ายคำฟ้องได้หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความจะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวมาในศาลชั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7102/2545

ในคดีที่ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อ. แม้โจทก์อุทธรณ์เพียงประการเดียวว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงาน และศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้