Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2736/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศ. มีชื่อเป็นผู้ถือประทานบัตร การที่โจทก์เข้าทำเหมืองในเขตเหมืองแร่ตามประทานบัตรก็โดยอาศัยสิทธิของ ศ.โจทก์ไม่ได้เป็นผู้รับช่วงการทำเหมืองหรือได้รับโอนประทานบัตรจาก ศ. ตามมาตรา 77, 78 แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510สิทธิการทำเหมืองตามประทานบัตรยังเป็น ของ ศ. การที่จำเลยที่ 1สั่งเพิกถอนประทานบัตร ดังกล่าว หาเป็นการโต้แย้งสิทธิการทำเหมืองของโจทก์ไม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์ทำเหมืองผิดจากที่ได้รับอนุญาตตามประทานบัตร ปล่อยทำนบเก็บกักน้ำขุ่นข้นดินทรายที่ชิดทางน้ำพังอัน เป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่ซึ่งจะเป็นเหตุให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มาตรา 138 นั้น อำนาจของรัฐมนตรีตามกฎหมายดังกล่าวแตกต่างจากอำนาจของรัฐมนตรีในการสั่งเพิกถอนประทานบัตรที่กำหนดไว้ในมาตรา 85, 86ซึ่งบัญญัติ ไว้ในหมวดทำเหมือง แต่มาตรา 138 บัญญัติไว้ในหมวดกำหนดโทษซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่ารัฐมนตรีจะมีอำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรตามมาตรา 138 เพราะเหตุที่ผู้ถือประทานบัตรกระทำผิดพระราชบัญญัติแร่ได้ ต่อเมื่อผู้ถือประทานบัตรได้รับโทษทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้เสียก่อน เมื่อไม่ปรากฏว่าข้อเท็จจริงที่โจทก์กระทำอันมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510ได้มีการดำเนินคดีให้ มีการลงโทษโจทก์ตามพระราชบัญญัติแร่มาตรา 138 รัฐมนตรี จึงไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรของโจทก์การที่ จำเลยที่ 1 สั่งเพิกถอนประทานบัตรที่ออกให้โจทก์จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่อาจทำเหมืองได้ ต่อไปจนสิ้นกำหนดตามประทานบัตร โจทก์ ย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายจากการทำละเมิดของจำเลยที่ 1 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 438 ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 77 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 78 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 85 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 86 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 มาตรา 138

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ถือประทานบัตรทำเหมืองจำนวน ๓ แปลงและทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรของนายศรีวรรณ ซึ่งลงชื่อถือประทานบัตรแทนโจทก์และได้โอนสิทธิตามประทานบัตรรวมทั้งที่ดินให้โจทก์ แต่ยังไม่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อผู้ถือประทานบัตรโจทก์เริ่มทำเหมืองแร่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๓ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๑๘ จำเลยที่ ๑ ได้สั่งเพิกถอนประทานบัตรของโจทก์โดยอ้างว่าออกประทานบัตรโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ และโจทก์กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ โดยไม่มีการสอบสวนความผิดที่กล่าวหาตาม พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๓๘ เสียก่อนโจทก์มิได้กระทำความผิดและไม่เคยถูกศาลพิพากษาลงโทษตามที่ถูกกล่าวหา การออกประทานบัตรที่โจทก์และนายศรีวรรณเป็นผู้ถือไม่มีการออกประทานบัตรโดยสำคัญผิดแต่ประการใด

จำเลยที่ ๑ ไม่มีอำนาจสั่งเพิกถอนได้ตามกฎหมายจำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ควบคุมการทำเหมืองแร่ได้เรียกประทานบัตรคืน ทำให้โจทก์ต้องเลิกกิจการทำเหมืองแร่อันเป็นการละเมิดทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่สามารถทำเหมืองจนครบกำหนดเวลาขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่าไม่ใช่ผู้ถือประทานบัตร ผู้รับโอนหรือผู้รับช่วงการทำเหมืองแร่ตามประทานบัตรอันเป็นสิทธิของนายศรีวรรณจึงไม่มีอำนาจฟ้องเขตพื้นที่ตามประทานบัตรทั้งสี่แปลงต่อเนื่องกันตั้งอยู่ในบริเวณป่าต้นน้ำลำธาร ผู้ขอประทานบัตรมิได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ทราบ มิฉะนั้นจำเลยที่ ๑ ก็จะไม่ออกประทานบัตรทั้งสี่แปลงนั้น หรือหากจะออกประทานบัตรให้ก็ต้องกำหนดวิธีการทำเหมืองและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องกันความเดือดร้อนเสียหายอันเกิดจากการใช้น้ำกักเก็บน้ำ การปล่อยน้ำ การเก็บมูลดินทราย การขุดแยกทางน้ำสาธารณะ ตลอดจนวิธีการเงื่อนไขอื่น ๆให้รัดกุมกว่าที่กำหนดไว้ในประทานบัตรทั้งสี่แปลงนั้นหลังจากจำเลยที่ ๑ออกประทานบัตรไปแล้วจึงทราบว่าพื้นที่ตามประทานบัตรทั้งสี่แปลงเป็นป่าต้นน้ำลำธาร

ได้ออกประทานบัตรไปโดยสำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ จำเลยที่ ๑ มีอำนาจเพิกถอนได้ตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๙ ทวิ นอกจากนี้โจทก์และนายศรีวรรณผู้ถือประทานบัตรได้กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติแร่ โดยทำเหมืองผิดวิธีการแผนผังโครงการและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประทานบัตร จำเลยที่ ๑ มีอำนาจเพิกถอนประทานบัตรเสียได้โดยไม่จำต้องสอบสวนดำเนินคดี หรือให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้ถือประทานบัตรก่อนตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๓๘จำเลยที่ ๒ เป็นเพียงปฏิบัติการควบคุมการทำเหมืองแร่ของโจทก์และนายศรีวรรณให้เป็นไปตามกฎหมายตามอำนาจหน้าที่เท่านั้น การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่เสียหาย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเกี่ยวกับประทานบัตรที่ออกให้นายศรีวรรณ

จำเลยที่ ๑ ออกประทานบัตรทั้ง ๓ แปลงตามฟ้องให้แก่โจทก์โดยมิได้สำคัญผิดในข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ จำเลยมิได้ดำเนินคดีให้มีการลงโทษโจทก์ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐จึงไม่มีอำนาจเพิกถอนประทานบัตรของโจทก์ตามมาตรา ๑๓๘ ได้สำหรับจำเลยที่ ๒ เป็นเพียงปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยชอบไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ เสียด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่านายศรีวรรณ เป็นผู้ยื่นคำขอประทานบัตรและเป็นผู้ถือประทานบัตร การที่โจทก์เข้าทำเหมืองในเขตเหมืองแร่ตามประทานบัตรฉบับนั้นร่วมโครงการเดียวกับประทานบัตรที่โจทก์เป็นผู้ถือ ก็โดยอาศัยสิทธิของนายศรีวรรณ โจทก์ไม่ได้เป็นผู้รับช่วงการทำเหมืองหรือได้รับโอนประทานบัตรจากนายศรีวรรณผู้ถือประทานบัตรตามมาตรา ๗๗, ๗๘ แห่งพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. ๒๕๑๐ สิทธิการทำเหมืองตามประทานบัตรดังกล่าวยังเป็นของนายศรีวรรณ การที่จำเลยที่ ๑ สั่งเพิกถอนหาเป็นการโต้แย้งสิทธิการทำเหมืองของโจทก์ไม่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง การที่โจทก์สร้างทำนบปิดกั้นทางน้ำสาธารณะเป็นการเสื่อมประโยชน์แก่การใช้ทางน้ำสาธารณะ และทำการสูบน้ำจากทางน้ำสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตปล่อยน้ำขุ่นข้น

มูลดินทรายอันเกิดจากการทำเหมืองออกนอกเขตทำเหมืองลงสู่ทางน้ำสาธารณะโดยมิได้ป้องกันทางน้ำสาธารณะตื้นเขินหรือเสื่อมประโยชน์แก่การใช้ทางน้ำทำเหมืองโดยมิได้ขุดแยกทางน้ำทำเหมืองโดยวิธีผิดไปจากที่ได้รับอนุญาต ปล่อยทำนบที่ชิดทางน้ำสาธารณะและทำนบเก็บกักน้ำขุ่นข้นดินทรายทรุดพัง อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๓๘ ซึ่งรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรได้ นั้นแตกต่างกับอำนาจของรัฐมนตรีในการสั่งเพิกถอนประทานบัตรที่กำหนดไว้ในมาตราอื่น เช่น มาตรา ๘๕ ในกรณีผู้ถือประทานบัตรไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่และทรัพยากรธรณีประจำท้องที่ไม่อาจติดต่อถึงได้ หรือมาตรา ๘๖ เมื่อผู้ถือประทานบัตรไม่ชำระหนี้อันพึงต้องชำระตามกฎหมายว่าด้วยแร่ภายในกำหนดแต่มาตรา ๑๓๘ บัญญัติให้อำนาจรัฐมนตรีไว้ในกำหนดโทษ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ว่ารัฐมนตรีจะมีอำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรได้ต่อเมื่อผู้ถือประทานบัตรได้รับโทษทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนดไว้เสียก่อนจะโดยศาลพิพากษาคดีถึงที่สุด หรือโดยการเปรียบเทียบตามกฎหมายก็ตาม

เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่โจทก์กระทำการอันมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. ๒๕๑๐ ดังกล่าว ได้มีการดำเนินคดีให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๑๓๘ รัฐมนตรีจึงไม่อำนาจสั่งเพิกถอนประทานบัตรขงโจทก์ การที่จำเลยที่ ๑ สั่งเพิกถอนประทานบัตรที่ออกให้โจทก์จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่อาจทำเหมืองได้ต่อไปจนสิ้นกำหนดตามประทานบัตร โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการทำละเมิดของจำเลยที่ ๑ ได้ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ได้รับนั้นเมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้กระทำการอันมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติแร่อันมีส่วนให้จำเลยเพิกถอนประทานบัตรโดยไม่ชอบ ศาลจึงกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม บรรลือสินธุ์ · พจน์ บุญเลี้ยง · ศักดิ์ สนองชาติ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลำปาง - นายชลอ ทองแย้ม
ศาลอุทธรณ์ - นายไพรัช วงศ์วัฒนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2081/2543

ผู้รับประกันภัยรับประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยสำหรับความเสียหายในการขนส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าทางทะเลจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เมื่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เอาประกันภัยได้รับความเสียหายและผู้รับประกันภัยได้ชดใช้ ค่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2617/2541

ที่ดินพิพาทเป็นของเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมรวมทั้งโจทก์และจำเลย การที่จำเลยใช้คนงานเข้าไปถมดินทำรั้วสังกะสีล้อมที่ดินพิพาทไว้ทั้งสี่ด้านและทำเสาเพื่อสร้างโรงจอดรถของจำเลยในที่ดินพิพาทโดยอ้างความเป็นเจ้าของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4176/2540

ค่าใช้จ่ายในการปลงศพ แม้โจทก์จะมิได้นำสืบในรายละเอียดว่าเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องอะไรบ้างก็ตาม แต่ศาลก็มีอำนาจที่จะกำหนดให้ตามที่เห็นสมควรได้ โจทก์มีรายได้จากการประกอบอาชีพเลี้ยงสุกร สามารถเลี้ยงตัวเองแล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้