Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2737/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยเบิกความมิใช่ข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญแต่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่าข้อความเหล่านั้นมีมูลเป็นความเท็จหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วมิได้วินิจฉัยพยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง กลับหมายเรียกจำเลยแก้คดีมิได้ประทับฟ้อง แล้วสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นด้วย คำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับที่ 2 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับที่ 2 คำพิพากษาศาลชั้นต้นฉบับที่ 2 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เบิกความเท็จอันเป็นข้อสำคัญในคดีในการพิจารณาคดีของศาลแพ่งในชั้นไต่สวนคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉิน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในส่วนที่ศาลจะมีคำสั่งตามคำขอ แต่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้วินิจฉัยว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเหล่านั้นเป็นความเท็จหรือไม่ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วหมายเรียกจำเลยแก้คดี ดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลย และวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ยังฟังไม่ถนัดว่าจำเลยได้เบิกความต่อศาลด้วยข้อความอันเป็นเท็จ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าข้อความที่จำเลยเบิกความเป็นข้อสำคัญในคดี ศาลอุทธรณ์ก็ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยไปเลยทีเดียวว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความนั้นมีมูลเป็นความเท็จหรือไม่ แต่ศาลอุทธรณ์ได้ใช้อำนาจดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ได้ยกคำพิพากษาเท็จหรือไม่ ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่า ข้อความที่จำเลยเบิกความนั้นมีมูลเป็นความเท็จหรือไม่ เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอน ถ้าเห็นว่าคดีมีมูลก็ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป ถ้าเห็นว่าคดีไม่มีมูลก็ให้พิพากษายกฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นหาได้ปฏิบัติเช่นนั้นไม่ เมื่ออ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นกลับหมายเรียกจำเลยมาให้การ แล้วสืบพยานโจทก์จำเลยไปโดยยังมิได้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา ดังนั้น กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น คำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ฉบับที่ ๒) คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ฉบับที่ ๒) จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและหามีผลแต่อย่างใดไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับที่ ๒ และคำพิพากษาศาลชั้นต้น ฉบับที่ ๒ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฉบับแรก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชลูตม์ สวัสดิทัต · สนิท อังศุสิงห์ · วัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายศุภนิติ กิจวรวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายอุทิศ บุญชู
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1742/2503

ในกรณีที่กรรมการบริษัทจำกัดฉ้อโกงบริษัท และบริษัทนั้นไม่ยอมดำเนินคดีกับกรรมการที่ฉ้อโกง ผู้ถือหุ้นย่อมเป็นผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีทางอาญาขอให้ลงโทษกรรมการผู้นั้นได้เมื่อได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567

คดีนี้แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญาว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากขาดเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ต้องวินิจฉัยคดีส่วนแพ่งตาม ป.วิ.อ. มาตรา 47 ต่อไป โดยไม่ต้องคำนึงถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 690284)

การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยไม่มีอำนาจร้องทุกข์ โดยอาศัยข้อเท็จจริงเพียงว่าโจทก์ร่วมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันพิพาท ไม่ชอบที่จะนำรถออกให้จำนำได้ โดยมิได้รั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3515/2563

ตราบใดที่ศาลชั้นต้นยังไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ให้คู่ความฟัง ก็ต้องถือว่าคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ศาลชั้นต้นจะต้องส่งคำร้องของจำเลยที่ขอแถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมไปให้ศาลอุทธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้