Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2738/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เงินที่พิพาท 5,000 บาท เป็นเงินที่จำเลยที่ 2 เสมียนตราอำเภอยืมจากจำเลยที่ 1 เสมียนปกครอง และเงินค่าธรรมเนียมอาวุธปืน 5,970 บาท เป็นเงินที่บุคคลอื่นนำมาฝากจำเลยที่ 2 ไว้เป็นการส่วนตัวมิใช่จำเลยที่ 2 รับเงินจากจำเลยที่ 1 และบุคคลอื่นในหน้าที่ราชการเงินทั้งสองจำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่ทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดการหรือรักษาตามความหมายของ มาตรา 147

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 จำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษจำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 6 เดือน

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อระหว่างวันที่ 6ตุลาคม 2518 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2518 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเสมียนปกครองอำเภอปัว ได้รับคำขออนุญาตจดทะเบียนอาวุธปืน ทำหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนอาวุธปืนรวม 919 ราย และได้เรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจากผู้ยื่นคำขอไว้รวม 78,900 บาท อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบที่ให้เก็บเงินต่อเมื่อนายอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียนได้สั่งอนุญาตตามคำขอแล้ว ต่อมาวันที่ 19 ถึง 23 เมษายน2519 นายประจัญพนักงานตรวจเงินแผ่นดินกับพวก ได้ตรวจสอบบัญชีการเงินของแผนกปกครองอำเภอปัว ปรากฏว่าเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนอาวุธปืนดังกล่าวไม่ได้ลงในบัญชีของเสมียนตรา และไม่ได้เก็บไว้ในที่เก็บเงินของทางราชการคดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 ได้รับเงินค่าธรรมเนียมจดทะเบียนอาวุธปืนไว้สองครั้งคือ ครั้งแรก 5,000 บาท ครั้งที่สอง 5,970 บาทรวมเป็นเงิน 10,970 บาท จำเลยที่ 2 ได้เบียดบังยักยอกเอาเงินสองจำนวนดังกล่าวไปหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้รับเงิน 5,000 บาทจากจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2518 เป็นเงินค่าธรรมเนียมอาวุธปืนอันเป็นเงินของทางราชการที่จำเลยที่ 1 นำส่งมอบให้จำเลยที่ 2 ในหน้าที่ราชการนั้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นหรือหลักฐานเช่นใบนำส่งเงินที่แสดงว่า จำเลยที่ 1นำส่งเงินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 2 ตามหน้าที่ นายประจัญพนักงานตรวจเงินแผ่นดินพยานโจทก์ก็เพียงแต่ทราบจากการสอบปากคำจำเลยที่ 1 เท่านั้น ดังปรากฏตามรายงานการตรวจสืบสวน ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 5 เอกสารหมาย ป.จ.2 แต่จำเลยที่ 2 นำสืบว่าเงินจำนวน 5,000 บาทนี้ เป็นเงินที่จำเลยที่ 2ยืมจากจำเลยที่ 1 ตามใบยืม เอกสารหมาย ล.6 และจำเลยที่ 2 ได้ใช้คืนให้จำเลยที่ 1แล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2518 ตามใบรับเงินเอกสารหมาย

ล.2 ซึ่งเอกสารทั้งสองฉบับที่จำเลยที่ 2 อ้างมีข้อความชัดว่าเป็นการยืมเงินกัน ฉะนั้นเงิน 5,000 บาทที่จำเลยที่ 2 ยืมจำเลยที่ 1 จึงหาใช่เป็นเงินค่าธรรมเนียมของทางราชการซึ่งจำเลยที่ 1นำส่งมอบให้จำเลยที่ 2 เก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ไม่ส่วนข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้รับเงิน 5,970 บาท จากนายวิวัฒน์ปลัดอำเภอเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2518 เงินจำนวนนี้จำเลยที่ 1 เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนเป็นเงินของทางราชการ และเป็นการส่งมอบเงินในหน้าที่ราชการนั้น ได้ความจากคำเบิกความของนายวิวัฒน์พยานโจทก์เองซึ่งเจือสมกับข้อนำสืบของจำเลยที่ 2 ว่า นายวิวัฒน์ได้เรียกเงิน5,970 บาทจากจำเลยที่ 1 ไปฝากจำเลยที่ 2 ไว้เป็นการส่วนตัว

มิได้นำเงินดังกล่าวส่งให้จำเลยที่ 2 เก็บรักษาไว้ตามหน้าที่เสมียนตรา เพราะเป็นเงินค่าธรรมเนียมที่จำเลยที่ 1เรียกเก็บจากผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนก่อนที่นายอำเภอซึ่งเป็นนายทะเบียนจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอ อันเป็นเงินที่เรียกเก็บไม่ถูกต้องตามระเบียบ และไม่มีใบเสร็จรับเงิน เงินเช่นนี้จะนำส่งคลังไม่ได้ และนายนิวัฒน์นำเงินมาฝากจำเลยที่ 2 ไว้โดยไม่มีใบนำส่งเงินตามระเบียบ ต่อมาภายหลังเมื่อนายอำเภอได้สั่งอนุญาตคำขอจดทะเบียนอาวุธปืนแล้ว นายนิวัฒน์จึงได้นำเงินค่าธรรมเนียมนี้กับค่าธรรมเนียมอื่นส่งจำเลยที่ 2 เป็นทางราชการพร้อมกับใบนำส่งเงินเอกสารหมาย ล.3 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2519 โดยนายนิวัฒน์ได้หมายเหตุไว้ท้ายใบนำส่งเงินค่าธรรมเนียมอาวุธปืนที่นายนิวัฒน์ฝากเสมียนตราคือจำเลยที่ 2 ไว้ก่อนแล้วด้วย ตามรูปคดีเชื่อว่านายนิวัฒน์นำเงินค่าธรรมเนียม 5,970 บาทมาฝากจำเลยที่ 2 ให้เก็บรักษาไว้ก่อนเป็นการส่วนตัว

ต่อมาภายหลังจึงนำเงินดังกล่าวส่งจำเลยที่ 2 ให้เก็บรักษาตามหน้าที่เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า เงิน 5,000 บาท เป็นเงินที่จำเลยที่ 2 ยืมจากจำเลยที่ 1และเงินค่าธรรมเนียมอาวุธปืน 5,970 บาท เป็นเงินที่นายนิวัฒน์นำมาฝากจำเลยที่ 2ไว้เป็นการส่วนตัว มิใช่จำเลยที่ 2 รับเงินจากจำเลยที่ 1 และนายนิวัฒน์ที่นำส่งจำเลยที่ 2 ในหน้าที่ราชการดังกล่าวแล้ว เงินทั้งสองจำนวนนี้จึงมิใช่ทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 มีหน้าที่จัดการหรือรักษาตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 และตามพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมา ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้เบียดบังยักยอกเอาเงินสองจำนวนที่ตนมีหน้าที่เก็บรักษาไป จำเลยที่ 2ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · สีห์ คลายนสูตร · ภักดิ์ บุณย์ภักดี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2324/2567

จําเลยเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ม. ผู้เสียหาย ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าวคือ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาตามความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติฉบับนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2566

ขณะเกิดเหตุโจทก์ดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2557 ข้อ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8088/2561

เงิน 10,000 บาท ที่จำเลยในฐานะประธานศูนย์กีฬาตำบลโนนเมืองรับไปจากศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นเงินที่ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นหน่วยงานราชการจัดสรรมาให้ศูน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6792/2561

การที่จะถือว่าเป็นสาธารณภัยต้องเป็นภัยที่เกิดแก่คนหมู่มากอันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ได้ความว่าบ้านพักของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ที่ซอยประชาชื่น 35 มีการยกระดับถนนประชาชื่นสูงกว่าถนนในซอย ทำให้ระดับบ้านของจำเลยม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6114/2560

ศาลาทรงไทยกลางน้ำสร้างจากงบประมาณของเทศบาลตำบล ป. แม้ไม่มีเลขทะเบียนครุภัณฑ์หรือเป็นพัสดุที่ไม่มีทะเบียนคุม การดำเนินการใดๆ กับศาลาทรงไทยดังกล่าวต้องปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้