Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2738/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้วัตถุประสงค์ของโจทก์จะระบุเพียงว่า ทำการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด โดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์ทำการสั่งเข้าและส่งออกข้าวโพดก็ตามแต่เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐาน ข้าวโพด ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้ากระทรวงพาณิชย์หลายครั้งย่อมฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่ากรรมการของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดเป็นการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของโจทก์ไม่มีผลผูกพันโจทก์นั้น เมื่อโจทก์เป็นนิติบุคคล กิจการของโจทก์ต้องดำเนินการโดยกรรมการของโจทก์ โจทก์มิได้อุทธรณ์ว่ากรรมการของโจทก์ไม่มีอำนาจทำการแทนโจทก์ เพียงแต่อ้างว่ากรรมการของโจทก์ทำการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของโจทก์ จึงต้องฟังว่ากรรมการของโจทก์มีอำนาจทำการแทนโจทก์โดยชอบโจทก์จะอ้างว่ากรรมการของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดนอกเหนือวัตถุประสงค์ไม่มีผลผูกพันโจทก์หาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 69 ป.พ.พ. มาตรา 75 ป.รัษฎากร มาตรา 3 ป.พ.พ. มาตรา 70 ป.รัษฎากร มาตรา 50 ป.รัษฎากร มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือแจ้งไปยังโจทก์อ้างว่าจากการตรวจสอบบัญชีของโจทก์ประจำปีพ.ศ. 2530 โจทก์ได้ซื้อข้าวโพดโดยมิได้หักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วน จึงได้ปรับปรุงบัญชีของโจทก์แล้วให้โจทก์นำเงินภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และนำส่งให้ถูกต้องครบถ้วนจึงได้ปรับปรุงบัญชีของโจทก์แล้วให้โจทก์นำเงินภาษีเงินได้หัก ณที่จ่ายเป็นจำนวนเงิน 1,514,002.55 บาท และเงินเพิ่มจำนวน780,617.42 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,294,619.97 บาท ไปชำระโจทก์เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินไม่ถูกต้องโจทก์จึงได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว

โจทก์เห็นว่าการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังผิดพลาดคลาดเคลื่อนและไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ในการส่งออก ข้าวโพด และในรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2530 นั้น โจทก์ไม่เคยส่งออกข้าวโพดไปขายยังต่างประเทศขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การทำการค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ข้าวโพดทุกอย่างรวมทั้งการส่งออกอยู่ในขอบวัตถุประสงค์ของโจทก์ และโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก ซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดไว้ต่อสำนักงานมาตรฐานสินค้ากระทรวงพาณิชย์ในการดำเนินกิจการค้าโจทก์ได้ซื้อ ขาย ส่งออกข้าวโพดในนามของโจทก์ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษี

ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 0.75 ของยอดเงินที่จ่ายแล้วนำส่งให้ถูกต้องตามคำสั่งกรมสรรพากรตามกฎหมาย ทั้งนี้ โดยไม่คำนึงว่าโจทก์จะส่งข้าวโพดไปขายยังต่างประเทศหรือไม่ และไม่ว่าโจทก์จะซื้อข้าวโพดเพื่อส่งออกหรือไม่ก็ตามขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบหรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่าตามหนังสือรับรองของโจทก์เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 มิได้ระบุว่าโจทก์มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการส่งออก ข้าวโพด การที่โจทก์จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531 เป็นการกระทำของกรรมการโจทก์ที่ได้กระทำไปนอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของโจทก์ แม้โจทก์มิได้ขอยกเลิกการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขายออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดก็ตาม ก็ไม่มีผลผูกพันโจทก์เพราะโจทก์เป็นนิติบุคคลไม่สามารถรับรู้การกระทำที่นอกเหนือวัตถุประสงค์ของกรรมการโจทก์ได้นั้น เห็นว่าแม้วัตถุประสงค์ของโจทก์ข้อ (24) จะระบุเพียงว่าทำการค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง

ข้าว ข้าวโพด โดยมิได้ระบุวัตถุประสงค์ทำการสั่งเข้าและส่งออกข้าวโพดดังที่โจทก์อุทธรณ์ก็ตาม แต่ปรากฏว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพด ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2531ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นการต่ออายุต่อจากปี 2529 และใช้ได้ถึงวันที่31 ธันวาคม 2531 ตามใบแทนใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1แสดงว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดมาก่อนหน้านี้แล้ว และได้ขอต่อทะเบียนตลอดมาโดยมิได้ยกเลิก เพื่อทำการค้าเกี่ยวกับข้าวโพด ย่อมฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดแล้ว

ส่วนที่โจทก์อ้างว่ากรรมการของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออก ซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดเป็นการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของโจทก์ ไม่มีผลผูกพันโจทก์นั้น เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล กิจการของโจทก์ต้องดำเนินการโดยกรรมการของโจทก์ โจทก์มิได้อุทธรณ์ว่ากรรมการของโจทก์ไม่มีอำนาจทำการแทนโจทก์ เพียงแต่อ้างว่ากรรมการของโจทก์ทำการนอกเหนือวัตถุประสงค์ของโจทก์ จึงต้องฟังว่ากรรมการของโจทก์มีอำนาจทำการแทนโจทก์โดยชอบ และเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพด ดังเหตุผลที่วินิจฉัยข้างต้นแล้วเช่นนี้ โจทก์จะอ้างว่ากรรมการของโจทก์ไปจดทะเบียนเป็นผู้ทำการค้าขาออกซึ่งสินค้ามาตรฐานข้าวโพดนอกเหนือวัตถุประสงค์ ไม่มีผลผูกพันโจทก์หาได้ไม่ การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · นิเวศน์ คำผอง · สะสม สิริเจริญสุข
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12104/2547

สัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยได้ระบุถึงเงินช่วยเหลือที่จำเลยจะต้องจ่ายให้โจทก์ไว้ในข้อ 1 ว่า "โจทก์ตกลงรับเงินช่วยเหลือที่จำเลยเสนอจ่ายเป็นเงิน 3,000,000 บาท โดยจำเลยจะนำเงินจำนวนดังกล่าวมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2500/2533

โจทก์ฟ้องคดีในนามของตนเอง หาได้ฟ้องในฐานะผู้แทนของห้างหุ้นส่วนจำกัดเหลืองภิรมย์ไม่ แม้ฟ้องโจทก์จะได้บรรยายว่า โจทก์เป็นเจ้าของโรงงานแป้งมันเหลืองภิรมย์ แต่ก็มิได้บรรยายให้แจ้งชัดว่าโจทก์ได้กระทำการแทน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5776/2533

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายนั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 จตุทศ, 50, 52 ให้บุคคลผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหักภาษีเงินได้ทุกคราวที่มีการจ่ายเงินได้พึงประเมินเกี่ยวกับค่าจ้างและนำส่ง ณ ที่ว่าการอำเภอภายใน 7 วั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3166/2529

การที่สภากาชาดไทยมอบอำนาจให้เลขาธิการยื่นคำร้องคดีนี้โดยอาศัยใบมอบอำนาจทั่วไปไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องคดีได้ด้วยเป็นเพียงเรื่องการมอบอำนาจบกพร่องเท่านั้นไม่เป็นผลถึงกับทำให้คำร้องของผู้ร้องเสียไปก่อนสืบพย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3488/2528

ศาลอาจลงโทษนิติบุคคลในความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ซึ่งมีทั้งโทษจำคุกและปรับโดยลงโทษปรับแต่เพียงสถานเดียวได้

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้