Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2740/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กับจำเลยที่ 1 เพียงแต่ตกลงกันว่า จำเลยที่ 1 ต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์เมื่อรับเงินค่างวดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้โดยทันที ถือว่ามิใช่กรณีที่มีการกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน จำเลยที่ 1 จะตกเป็นผู้ผิดนัดก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ให้คำเตือนแล้วเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ให้คำเตือนจำเลยที่ 1หลังจากจำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแต่ละงวดจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากการรถไฟแห่งประเทศไทย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันและแทนกันใช้เงินพร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายรวม 17,458,599.71 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 16,592,594 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 จัดให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกันการปฏิบัติงานตามสัญญาร่วมงาน ในวงเงิน 21,872,430 บาทมีกำหนดเวลา 24 เดือน นับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไปหากไม่ปฏิบัติตามให้บังคับให้จำเลยที่ 1 วางเงินจำนวน 21,872,430บาท ณ สำนักงานวางทรัพย์กลางเพื่อเป็นการค้ำประกันแทนสัญญาค้ำประกันและหากไม่ปฏิบัติตามก็ให้อายัดทรัพย์สินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากบุคคลภายนอกเพื่อนำไปวาง ณ สำนักงานวางทรัพย์กลาง

จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้คดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน14,220,727 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2526 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ใช้ให้จำเลยที่ 2 ใช้แทน (แต่ต้องไม่เกินวงเงินค้ำประกันจำนวน 21,872,430 บาท) คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาประการที่สองว่า จำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ในการปฏิบัติตามสัญญาหมายจ.62 ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.64 ซึ่งจำเลยที่ 2 รับรองว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งของสัญญาหมาย จ.62 ซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับหรือค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จะจ่ายเงินให้แก่โจทก์ คดีนี้ฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติผิดสัญญาข้อ 2.3ของสัญญาฉบับหมาย จ.62 จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดในจำนวนเงินตามสัญญาหมาย จ.64 แก่โจทก์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2ได้ทำสัญญาค้ำประกันไว้ต่อโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.64 ว่า ถ้าหากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือปฏิบัติผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่งของสัญญาดังกล่าวซึ่งโจทก์มีสิทธิเรียกค่าปรับและ/หรือค่าเสียหายใด

ๆจากจำเลยที่ 1 ได้แล้ว จำเลยที่ 2 จะจ่ายเงินไม่เกิน 21,872,430 บาทให้แก่โจทก์ โดยสัญญามีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2524จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2526 และศาลฎีกาได้วินิจฉัยในฎีกาข้อแรกของโจทก์แล้วว่าโจทก์มีสิทธิเรียกเงินจากจำเลยที่ 1 ได้ เพราะถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญา ทั้งฟังได้ว่า การผิดสัญญาเกิดขึ้นก่อนวันที่21 มิถุนายน 2526 ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของสัญญาค้ำประกันเอกสารหมายจ.64 จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์ แต่ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ต้องจ่ายเงินตามสัญญาเอกสารหมาย จ.62ให้แก่โจทก์ทันทีเมื่อได้รับเงินค่างวดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงมีพฤติการณ์ที่สามารถอนุมานได้ว่าจำเลยที่ 1 จะต้องชำระหนี้ให้แก่โจทก์เมื่อใด

ต้องคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 รับเงินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแต่ละงวด มิใช่คิดจากวันที่ 20 มิถุนายน2526 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดการทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้นั้นเห็นว่าตามสัญญาเอกสารหมาย จ.62 ข้อ 2.3 เพียงกำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องจ่ายเงินให้แก่โจทก์เมื่อรับเงินค่างวดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยตามจำนวนที่ตกลงกันไว้โดยทันที ซึ่งมิใช่กรณีที่ถือว่าได้มีการกำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ตามวันแห่งปฏิทิน จำเลยที่ 1 จะตกเป็นผู้ผิดนัดก็ต่อเมื่อโจทก์ได้ให้คำเตือนแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ให้คำเตือนจำเลยที่ 1 หลังจากจำเลยที่ 1 ได้รับเงินจากการรถไฟแห่งประเทศไทยแต่ละงวด จำเลยที่ 1 จึงต้องจ่ายดอกเบี้ยให้โจทก์นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2526 เป็นต้นไปพิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2567

โจทก์ประกอบธุรกิจในการซื้อขายทรัพย์สิน ที่ดินของจำเลยทั้งห้าอยู่ในเขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร โดยสภาพของทำเลที่ตั้งเห็นได้ว่าเป็นที่ดินที่มีราคาสูง ซึ่งจำเลยทั้งห้าย่อมทราบดี เชื่อว่าโจทก์และจำเลยทั้งห้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2033/2567

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของตาม ป.พ.พ. มาตรา 587 ถือเอาผลสำเร็จแห่งการงานที่จ้างเป็นสำคัญ และการจ่ายสินจ้างถือเอาความสำเร็จของผลงานหรือตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อสัญญาจ้างดังกล่าวกำหนดชำระค่าจ้าง 3 ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้