Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2752/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร หาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยไม่ การที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทมาโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้นก็เนื่องจากเช็คพิพาทเป็นเช็คอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือซึ่งย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้แก่กัน โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ผู้สลักหลังจึงต้องรับผิดชดใช้เงินตามเช็ค

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่าย จำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลัง เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำไปเรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวนตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 กู้เงินจากนายเกียรติแก้วแก้วลิขิตวงษ์ โดยมอบเช็ค 3 ฉบับ ไว้ให้นายเกียรติแก้วเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ขณะที่สัญญากู้ยังไม่ถึงกำหนดชำระเงินโจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาทมาจากนายเกียรติแก้ว โดยมีเจตนาฉ้อฉลจำเลย โจทก์จึงไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันชำระเงิน 190,000 บาท แก่โจทก์

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 130,000 บาท นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า โจทก์ได้รับเช็คมาโดยการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยทั้งสองหรือไม่ จำเลยทั้งสองมีตัวจำเลยทั้งสองเบิกความว่าจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสามฉบับ และจำเลยที่ 2เป็นผู้สลักหลัง มอบให้นายเกียรติแก้ว แก้วลิขิตวงษ์ เพื่อเป็นประกันการที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินนายเกียรติแก้วและจำเลยที่ 2 เบิกความต่อไปว่า ต่อมานายเกียรติแก้วได้มอบเช็คให้โจทก์โดยไม่มีมูลหนี้ต่อกัน พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองคงมีเพียงเท่านี้ โดยจำเลยทั้งสองไม่มีพยานหลักฐานอื่นมายืนยันตามคำกล่าวอ้างของจำเลยทั้งสอง และไม่มีพยานมายืนยันว่าโจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาททั้งสามฉบับดังกล่าวมาด้วยการคบคิดกับนายเกียรติแก้วฉ้อฉลจำเลยทั้งสองอย่างไร พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสองจึงไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง ในข้อที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า

โจทก์บรรยายฟ้องว่าได้รับเช็คพิพาททั้งสามฉบับจากผู้มีชื่อ โดยปกปิดความจริงว่า โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาจากนายเกียรติแก้วเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตนั้น ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร อันจะทำให้เห็นว่าโจทก์คบคิดกับนายเกียรติแก้วรับโอนเช็คมาโดยฉ้อฉลจำเลยทั้งสองการที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องหาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยทั้งสองไม่ และการที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้น เห็นว่าเช็คพิพาททั้งสามฉบับเป็นเช็คอันสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้แก่กันเท่านั้น ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ได้รับเช็คพิพาทมาเมื่อเดือนตุลาคม 2530 ล่วงเลยกำหนดเวลาชำระเงินตามเช็คฉบับที่ 1 และที่ 2 มาแล้ว

แสดงว่าโจทก์ได้รับเช็คมาโดยฉ้อฉลนั้น โจทก์มีตัวโจทก์และนายเกียรติแก้วพยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ก่อนเช็คฉบับที่ 1 ถึงกำหนด จำเลยที่ 1 มาขอผัดผ่อนโดยขอให้นายเกียรติแก้วนำเช็คฉบับที่ 1 และที่ 2 ไปเรียกเก็บเงินในกลางเดือนตุลาคม 2530 ส่วนเช็คฉบับที่ 3 จำเลยที่ 1 ได้ขอเลื่อนให้ไปเรียกเก็บเงินในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2531 จำเลยที่ 1ได้แก้ไขวันที่ที่ลงในเช็คฉบับที่ 3 เป็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2531และได้ลงลายมือชื่อกำกับวันที่ที่ลงในเช็คพิพาทไว้......ทั้งสามฉบับต่อมาในต้นเดือนตุลาคม 2530 นายเกียรติแก้วได้ซื้อที่ดินและต้องการเงินไปวางมัดจำ จึงนำเช็คพิพาททั้งสามฉบับไปขายลดให้แก่โจทก์ โจทก์ได้รับคำบอกเล่าเรื่องจำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อนการนำเช็คไปเรียกเก็บเงิน และเห็นจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อกำกับวันที่ที่ลงในเช็คไว้แล้วโจทก์จึงรับซื้อเช็คจากนายเกียรติแก้วไว้ในราคา 185,000 บาท

นอกจากตัวโจทก์และนายเกียรติแก้วพยานโจทก์เบิกความยืนยันแล้ว โจทก์ยังมีเช็คและใบคืนเช็คพิพาทมานำสืบสนับสนุนข้ออ้างของตนอีก พยานหลักฐานของโจทก์จึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสอง ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าการโอนเช็คพิพาททั้งสามฉบับตามฟ้องระหว่างโจทก์กับนายเกียรติแก้วเกิดขึ้นด้วยการคบคิดฉ้อฉลจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาททั้งสามฉบับโดยชอบ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้งสามฉบับจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2ผู้สลักหลังจึงต้องรับผิดชดใช้เงินตามเช็ค พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงินตามเช็คแต่ละฉบับ นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สังเวียน รัตนมุง · เริงธรรม ลัดพลี · สมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7255/2539

สำเนาภาพถ่ายเช็คและสำเนาภาพถ่ายใบคืนเช็คเอกสารท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง และจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธถึงความถูกต้องของเช็คและใบคืนเช็คดังกล่าว เมื่อธนาคารตามเช็คที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงินทุกฉบับตั้งอยู่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6922/2537

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คผู้ถือให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปขายลดแก่ธนาคาร ถึงกำหนดจ่ายเงินตามเช็คธนาคารผู้ซื้อเช็ค เรียกเก็บเงินจากธนาคารตามเช็คไม่ได้ จึงได้หักจากบัญชีของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5766/2537

เมื่อเช็คพิพาทมีรายการครบถ้วนตาม ป.พ.พ.มาตรา 988 แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วก็ยังคงเป็นเช็คตามมาตรา 987 จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้สลักหลังยังคงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาทตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3837/2535

เช็คพิพาทจำเลยสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือ ย่อมโอนไปเพียงด้วยส่งมอบให้กันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918,989 การที่โจทก์สลักหลังเช็คพิพาทแล้วนำไปขายลดให้แก่ธนาคารย่อมเป็นเพียงประกัน (อาวัล) สำหรับผู้ส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2534

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยออกเช็คค้ำประกันหนี้เงินยืมจากบริษัท ส. จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คโดยคบคิดกับบริษัท ส. ฉ้อฉลจำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้