Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2753/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่กำหนดเบี้ยปรับไว้นั้นถือว่า เป็นการกำหนดค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้แก่กันไว้ล่วงหน้า ความเสียหายของจำเลยนอกจากถูกบริษัทหนึ่งปรับแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้รับความเสียหายอย่างอื่นอีกดังนั้น เมื่อศาลพิพากษาให้โจทก์รับผิดในค่าเสียหายที่จำเลยถูกปรับเต็มจำนวนที่จำเลยเรียกร้องแล้ว โจทก์ก็ไม่ต้องรับผิดชดใช้เบี้ยปรับตามสัญญาอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 34,300 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 26,500 บาทจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า จำเลยที่ 1 จะเรียกร้องเอาเบี้ยปรับตามสัญญาจากโจทก์นอกเหนือจากค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ได้รับได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 รับเหมางานย้ายโครงเหล็กต่อเรือของบริษัทอู่กรุงเทพฯ จำกัด จากสถานที่เดิมไปก่อสร้าง ณ สถานที่แห่งใหม่ แล้วจำเลยที่ 1 ได้จ้างเหมาโจทก์ให้รับช่วงไปทำในราคา 60,000 บาท โดยโจทก์ต้องทำงานให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันลงนามในสัญญาหากไม่แล้วเสร็จในกำหนดโจทก์ยอมให้ปรับวันละ 500 บาท โจทก์ทำงานล่าช้ากว่ากำหนดเป็นเวลา 40 วัน เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบงานล่าช้าถูกบริษัทอู่กรุงเทพฯ

จำกัด ปรับตามสัญญา ซึ่งจำเลยที่ 1 ขอเรียกค่าเสียหายส่วนนี้เป็นเงิน 3,500 บาท สำหรับค่าจ้างตามสัญญาจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ชำระให้โจทก์อีก 30,000 บาท ศาลฎีกาพิจารณาปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาจำเลยดังกล่าวข้างต้นแล้ว เห็นว่า สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ที่กำหนดเบี้ยปรับไว้นั้นถือได้ว่าเป็นการกำหนดค่าเสียหายที่จะต้องชดใช้แก่กันไว้ล่วงหน้า ความเสียหายของจำเลยที่ 1 นอกจากถูกบริษัทอู่กรุงเทพฯ จำกัด ปรับแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้รับความเสียหายอย่างอื่นอีก ดังนั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์รับผิดในค่าเสียหายที่จำเลยที่ 1 ถูกปรับเต็มตามจำนวนที่จำเลยที่ 1 เรียกร้องแล้ว โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้เบี้ยปรับตามสัญญาอีก เพราะเป็นกรณีเรียกเอาเบี้ยปรับนอกเหนือจากความเสียหายที่จำเลยที่ 1 ได้รับ ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 380 วรรคสองดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · สง่า อำพันแสง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14175/2558

หลังจากโจทก์ทราบว่าจำเลยผิดสัญญาไม่ส่งมอบต้นพันธุ์ยางพาราให้แก่โจทก์ครบถ้วน โจทก์ได้สั่งซื้อต้นพันธุ์ยางพาราจากบุคคลอื่นมาปลูกทดแทนลงในแปลงเพาะปลูกที่โจทก์ไถดินจัดเตรียมไว้ จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับประโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6030/2554

แม้โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จะมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้ โดยยึดเอาเบี้ยปรับในฐานเป็นจำนวนน้อยที่สุดแห่งค่าเสียหาย และพิสูจน์ค่าเสียหายยิ่งกว่านั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 380 วรรคสองก็ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3830/2552

ข้อตกลงซื้อขายหุ้นในบริษัทจำเลยที่ 1 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ข้อ 3 วรรคแรก มีข้อความว่า "ผู้ขายตกลงเป็นผู้ค้ำประกันหนี้สินของบริษัท ก. มีวงเงินค้ำประกัน 350,000,000 บาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8282/2548

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดจากจำเลยที่ 1 แต่จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาไม่สามารถก่อสร้างห้องชุดให้แล้วเสร็จตามกำหนด ขอให้ใช้เงินที่ชำระไปแล้วคืนและเรียกค่าเสียหาย จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7290/2548

จำเลยไม่นำเงินค่าธรรมเนียมการขายอ้อยและน้ำตาลทรายจำนวน 972,303.26 บาท ซึ่งได้รับคืนจากกรมสรรพากรเพื่อไปชำระให้แก่กองทุนโจทก์ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายฉบับที่ 4 และที่ 5 ว่าด้วยการเรียกเก็บค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้