Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2757/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินที่จำเลยได้รับมาตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา58ทวิซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดระยะเวลาห้ามโอนภายใน10ปีเป็นที่ดินที่รัฐยังไม่ได้มอบสิทธิครอบครองให้แก่จำเลยจำเลยคงมีสิทธิเพียงทำประโยชน์ในที่ดินเท่านั้นเมื่อจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินจึงไม่อาจสละหรือโอนสิทธิครอบครองที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1377หรือมาตรา1378ให้แก่ผู้อื่นได้การที่จำเลยขายที่ดินให้แก่บิดาโจทก์จึงไม่มีผลตามกฎหมายโจทก์เป็นผู้สืบสิทธิจากบิดาจึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินและไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 1377 ป.พ.พ. มาตรา 1378 ป.ที่ดิน มาตรา 58

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของนายเสงี่ยมหรือเหนี่ยม ศักดิ์ศรี กับนางนาง ศักดิ์ศรี เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2526 นายเสงี่ยมได้ตกลงซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2969 เนื้อที่ 2 งาน80 ตารางวา จากจำเลย ราคา 7,000 บาท ได้ชำระราคาครบถ้วนแล้วจำเลยจึงได้มอบการครอบครองที่ดินและมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ให้แก่นายเสงี่ยมยึดถือไว้ โดยสัญญาว่าจะไปจดทะเบียนโอนใส่ชื่อบิดาโจทก์ทั้งสองเป็นเจ้าของต่อเจ้าพนักงานที่ดินในภายหลัง แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2527 นายเสงี่ยมถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองที่ดินแปลงที่นายเสงี่ยมซื้อจากจำเลยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ได้ติดต่อให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนหลายครั้งแต่จำเลยเพิกเฉย

ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2969ตำบลป่าตาล อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ให้แก่โจทก์ทั้งสองหากไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่นายเสงี่ยมแต่จำเลยได้กู้ยืมเงินของนายเสงี่ยมจำนวน 6,000 บาทแล้วได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวให้แก่นายเสงี่ยมยึดถือไว้และมอบที่ดินให้นายเสงี่ยมทำกินต่างดอกเบี้ยจำเลยประสงค์จะไถ่ถอนที่ดินคืนจากโจทก์ที่ 1 แต่โจทก์ที่ 1บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตกลงด้วยจำเลยจึงได้มอบให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้โจทก์ที่ 1 ทราบ และให้โจทก์ที่ 1 ไปรับเงิน 6,000 บาทคืนจากจำเลย แต่โจทก์ที่ 1 เพิกเฉยขอให้ยกฟ้องวันนัดชี้สองสถาน

โจทก์ทั้งสองและจำเลยแถลงรับว่าการซื้อขายที่ดินพิพาทไม่ได้ทำหนังสือสัญญาซื้อขาย เป็นการตกลงกันด้วยวาจาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงให้งดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า การซื้อขายที่ดินพิพาทไม่ได้ทำเป็นหนังสือจึงตกเป็นโมฆะ ไม่อาจบังคับจำเลยตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสอง พิพากษายกฟ้องโจทก์ ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เอกสารหมาย จ.5 เจ้าพนักงานของรัฐได้ออกให้แก่จำเลยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2521 และมีกำหนดห้ามโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2522 ซึ่งตามฟ้องโจทก์ทั้งสองบรรยายว่าเมื่อเดือนกันยายน 2526 นายเสงี่ยมหรือนายเหนี่ยม

ศักดิ์ศรีบิดาโจทก์ทั้งสองได้ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและได้มอบการครอบครองให้นายเสงี่ยมแล้ว โดยสัญญาว่าจะไปทำการจดทะเบียนโอนให้ในภายหลัง ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม 2527 นายเสงี่ยมถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองได้ครอบครองที่ดินพิพาทต่อมาจนพ้นกำหนดเวลาห้ามโอนแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ทั้งสองว่าการที่โจทก์ทั้งสองครอบครองที่ดินพิพาทต่อจากนายเสงี่ยมตั้งแต่ก่อนพ้นกำหนดเวลาห้ามโอนจนพ้นกำหนดเวลาห้ามโอนและนับจากวันที่พ้นกำหนดเวลาห้ามโอนถึง 3 ปี ทำให้โจทก์ทั้งสองได้สิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367,1369 และ 1370 โจทก์ทั้งสองจึงมีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองได้จริงหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 58 ทวิ วรรคห้า บัญญัติใจความว่าภายใน10 ปี นับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่งห้ามมิให้บุคคลตามวรรคสอง (3) ผู้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น

เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดก หรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์ และวรรคหกบัญญัติใจความว่า ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคห้า ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดีเห็นได้ว่า ที่ดินพิพาทที่จำเลยได้รับมาตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 58 ทวิ ซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดระยะเวลาห้ามโอนภายใน 10 ปี นั้น เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่ได้มอบสิทธิครอบครองให้แก่จำเลย จำเลยคงมีสิทธิเพียงทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเท่านั้นเมื่อจำเลยไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทจึงไม่อาจสละหรือโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1377หรือ มาตรา 1378 ให้แก่ผู้อื่นได้

การที่จำเลยขายที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ทั้งสองจึงไม่มีผลตามกฎหมาย โจทก์ทั้งสองเป็นผู้สืบสิทธิจากบิดาโจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสองได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้นชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิวัตน์ แก้วเกิดเคน · ยงยุทธ ธารีสาร · ยรรยง ปานุราช
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3520/2532

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์ ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิห้ามโอนภายใน 10 ปีนั้น เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ จึงยังไม่มีสิทธิครอบคร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3071/2554

จำเลยซื้อที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ที่ดินพิพาทยังเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์และจำเลยได้เข้าครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา โดย ส. มารดาโจทก์ผู้ขายซึ่งเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมีเจตนาสละการครอบครอง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15551/2553

ที่ดินพิพาทที่ซื้อขายกันเป็นที่ดินมือเปล่า (ภ.บ.ท.5) เจ้าของที่ดินมีเพียงสิทธิครอบครอง เมื่อตามสัญญาระบุว่าจำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์และโจทก์ชำระราคาแก่จำเลยทั้งสองแล้วในวันทำสัญญา โจทก์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12473/2553

การที่จำเลยที่ 1 ขายที่ดินให้แก่ ป. และมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้โดยมิได้กลับเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับที่ดินอีก แสดงว่าจำเลยที่ 1 สละเจตนาครอบครองไม่ยึดถือที่ดินพิพาทอีกต่อไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 วรรคหนึ่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้