Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2758/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 จะมิได้กล่าวถึงค่าจ้างหรือค่าเสียหายในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างของลูกจ้างที่ศาลสั่งให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงานก็ตามแต่ก็มิได้มีกฎหมายห้ามไว้ ดังนั้นเมื่อศาลสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงาน ศาลมีอำนาจที่จะให้นายจ้างจ่ายค่าเสียหายในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างให้แก่ลูกจ้างผู้ต้องเสียหายได้คำฟ้องที่เสนอศาลโจทก์ได้ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยด้วย แต่มิได้ทำสำเนาคำฟ้องให้ตรงกับต้นฉบับ คำขอเรื่องดอกเบี้ยจึงขาดไปในสำเนาคำฟ้อง กรณีนี้พึงถือได้ว่าโจทก์มีคำขอเรื่องดอกเบี้ยแล้ว การทำสำเนาคำฟ้องขาดตกบกพร่องไม่ทำให้ต้นฉบับคำฟ้องเสียไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 172 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์เข้าทำงานในตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง และสภาพการจ้างเดิมเสมือนหนึ่งไม่มีการเลิกจ้างกับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์มีพฤติการณ์ว่าทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอให้จำเลยรับกลับเข้าทำงานและเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่ไม่ต่ำกว่าเดิม กับให้จ่ายค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 บัญญัติให้ศาลมีอำนาจสั่งให้รับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือกำหนดค่าเสียหาย ในกรณีที่เห็นว่าลูกจ้างกับนายจ้างไม่อาจทำงานร่วมกันต่อไป ศาลมีอำนาจสั่งเพียงประการเดียวจะสั่งให้จำเลยปฏิบัติทั้งสองประการไม่ได้นั้น เห็นว่า ค่าเสียหายอันเป็นการทดแทนการกลับเข้าทำงานไม่ได้กับค่าเสียหายในระหว่างลูกจ้างถูกเลิกจ้างต้องขาดค่าจ้างตามปกติที่ไม่ได้ทำงาน เป็นค่าเสียหายที่ต่างประเภทกัน แม้มาตรา 49 มิได้กล่าวถึงค่าจ้างหรือค่าเสียหายในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างของลูกจ้างที่ศาลสั่งให้นายจ้างรับกลับเข้าทำงานก็ตาม แต่ก็มิได้ห้ามมิให้ศาลสั่งให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างหรือค่าเสียหายให้แก่ลูกจ้าง

การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมย่อมทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายในระหว่างที่จำเลยเลิกจ้าง เมื่อกฎหมายมิได้บัญญัติห้ามศาลไว้ ศาลย่อมทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้ได้เพื่อยังความเป็นธรรมให้เกิดแก่โจทก์ผู้ต้องเสียหายจำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์มิได้ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ และปรากฏว่าสำเนาคำฟ้องที่จำเลยได้รับไม่มีคำขอเรื่องดอกเบี้ย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำฟ้องที่เสนอศาลโจทก์ได้ขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยมาด้วยแล้ว แต่มิได้ทำสำเนาคำฟ้องให้ตรงกับต้นฉบับคำขอเรื่องดอกเบี้ยจึงขาดไปในสำเนาคำฟ้อง กรณีนี้พึงถือได้ว่าโจทก์มีคำขอในเรื่องดอกเบี้ยแล้วการทำสำเนาคำฟ้องขาดตกบกพร่องไม่ทำให้ต้นฉบับคำฟ้องเสียไป ปัญหาเรื่องดอกเบี้ยนี้ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · ขจร หะวานนท์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2548

ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ มาตรา 49 เป็นการให้อำนาจศาลแรงงานใช้ดุลพินิจในการกำหนดค่าเสียหายที่ลูกจ้างได้รับ หาใช่เป็นการตัดสิทธิของลูกจ้างซึ่งได้รับความเสียหายจากการเลิกจ้างที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3507/2541

ฟ้องโจทก์บรรยายว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนมิได้ เป็นไปโดยรอบคอบเป็นเหตุให้จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจาก การเป็นลูกจ้างของจำเลย การเลิกจ้างที่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ก่อน เป็นการมิชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 510/2540

แม้ตามสัญญาจ้างระบุว่า การว่าจ้างอาจจะถูกบอกเลิกได้โดยการที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีหนังสือแจ้งล่วงหน้าหนึ่งเดือน หรือจ่ายค่าสินไหมเท่ากับเงินเดือนหนึ่งเดือนแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าก็ตาม แต่การบอกเลิกจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2527 (เลขอ้างอิง 28538)

จำเลยประสบภาวะการขาดทุนจึงเลิกจ้างโจทก์กับพวกซึ่งมีหน้าที่เป็นยาม โดยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือเจาะจงเลิกจ้างเฉพาะโจทก์กับพวกแม้จำเลยจะมิได้ยุบเลิกกิจการยามเสียทั้งแผนก ก็จะถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้