Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2759/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่1ปรากฏข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่2ว่าในการทำนิติกรรมผูกพันกับบุคคลภายนอกจะต้องให้ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นคือจำเลยที่3ที่4ยินยอมด้วยเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อนเช่นนี้เป็นการแสดงออกให้เห็นว่าจำเลยที่3ที่4ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้สอดเข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดการงานของห้างแล้วมีผลทำให้จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างจำเลยที่1โดยไม่จำกัดจำนวนตามป.พ.พ.มาตรา1088 คำสั่งของศาลชั้นต้นให้งดสืบพยานเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อนับจากวันที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวจนถึงวันนัดฟังคำพิพากษาเป็นเวลาถึง20กว่าวันจำเลยไม่โต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าวไว้จึงหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการและเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด จำเลยที่ 3 และที่ 4เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด แต่ได้จดทะเบียนและแสดงออกต่อบุคคลภายนอกว่าจะรับผิดเสมือนหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจำเลยทั้งสี่ร่วมกันซื้อเคมีภัณฑ์จากโจทก์ โดยจำเลยได้ออกเช็คเป็นการชำระหนี้ แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระหนี้จำนวน 113,625 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ 18 ตามข้อตกลงนับจากวันผิดนัดจนกว่าจำเลยทั้งสี่จะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 3 และที่ 4 เป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด และไม่เคยแสดงต่อบุคคลภายนอกว่าจะรับผิดเสมือนเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิด

ดังนั้นหากจะรับผิดก็เพียงเท่าจำนวนหุ้นที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ลงไว้เท่านั้นขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงิน113,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ1,100 บาทจำเลยที่ 3 ที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 800 บาทจำเลยที่ 3 ที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยฎีกาว่าจำเลยทั้งสองเป็นหุ้้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิด การที่โจทก์ฟ้องบังคับให้จำเลยต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนนั้น เป็นการไม่ชอบสำหรับปัญหาดังกล่าวปรากฏตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด

จำเลยที่ 1ซึ่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครได้ออกให้แก่จำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 ปรากฏข้อจำกัดอำนาจของหุ้นส่วนผู้จัดการคือจำเลยที่ 2 ว่า ในการนำนิติกรรมผูกพันกับบุคคลภายนอก จะต้องให้ผู้เป็นหุ้นส่วนอื่นคือจำเลยที่ 3 ที่ 4ยินยอมด้วยเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน จากข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการในลักษณะเช่นนี้จึงเป็นการแสดงออกให้เห็นว่าจำเลยที่ 3 ที่ 4 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดได้สอดเข้าไปเกี่ยวข้องในการจัดการงานของห้างหุ้นส่วน อันมีผลทำให้จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดในบรรดาหนี้ทั้งหลายของห้างหุ้นส่วนจำเลยที่ 1 โดยไม่จำกัดจำนวน ทั้งนี้ ตามบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1088 และเมื่อความรับผิดของจำเลยต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ชัดแจ้งเช่นนี้แล้วก็ไม่จำต้องคำนึงว่าการแสดงเจตนายอมรับผิดต่อบุคคลภายนอกโดยไม่จำกัดจำนวนของจำเลยทั้งสองตามเอกสารหมาย

จ.4 จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่หรือการที่หุ้นส่วนทุกคนต้องรับผิดโดยไม่จำกัดจำนวนดังกล่าวจะมีผลทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดแปรสภาพเป็นห้างหุ้นส่วนสามัญอันเป็นเรื่องผิดวัตถุประสงค์ของกฎหมาย ย่อมไม่มีผลบังคับตามที่จำเลยฎีกาขึ้นมานั้น จึงไม่เป็นปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปสำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลยที่ 3 ที่ 4 แล้วนัดฟังคำพิพากษานั้น เป็นคำสั่งที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่อง จึงมิใช่คำสั่งระหว่างพิจารณา แม้จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งไว้ก็มีสิทธิอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า ตราบใดที่ศาลยังมิได้อ่านคำพิพากษา คดีได้ชื่อว่ายังอยู่ระหว่างพิจารณาและปรากฏว่านับจากวันที่ศาลมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยจนถึงวันนัดฟังคำพิพากษา มีระยะเวลาห่างกันถึง 20 กว่ากันหากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว ก็ชอบที่จะโต้แย้งคัดค้านไว้ เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมายจึงหมดสิทธิที่จะอุทธรณ์...

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา1,000 บาทแทนโจทก์".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ รอดเจริญ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6975/2549

ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาเพียงว่าทนายจำเลยแถลงโต้แย้งคัดค้านเฉพาะคำสั่งที่อนุญาตตามคำร้องฉบับลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2541 เท่านั้น ดังนั้น การที่ทนายจำเลยเพียงแต่จดแจ้งข้อโต้แย้งคัดค้านไว้ในคำร้องขอแก้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6380/2539

เดิมศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นพิพาทไว้ 2 ข้อ ต่อมาได้กำหนดประเด็นพิพาทเพิ่มว่า โจทก์ฟ้องเรียกคืนการครอบครองที่ดินพิพาทเกิน 1 ปี นับแต่จำเลยครอบครองหรือไม่ โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่าคำให้การของจำเลยไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7846/2538

ศาลชั้นต้นไม่ได้ตั้งประเด็นเรื่องอายุความไว้ในชั้นชี้สองสถานซึ่งจำเลยก็มิได้แถลงคัดค้านด้วยวาจาต่อศาลชั้นต้นในขณะนั้น และมิได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งกำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7027/2538

ป.วิ.พ. มาตรา 226 มิได้กำหนดระยะเวลาโต้แย้งคำสั่งระหว่างพิจารณาไว้ เมื่อโจทก์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นไว้ก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา226 (…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5229/2537

ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานโดยกำหนดประเด็น 3 ข้อ และจดไว้ในรายงานด้วยว่า ที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีโจทก์อายุความนั้นจำเลยเพียงแต่ยกขึ้นกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่ปรากฎเหตุผลและรายละเอียดว่าขาดอายุความอย่างไร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้