Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2762/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยนัดประชุมคณะกรรมการและไม่มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้เรียกประชุมใหญ่ จำเลยทั้งสี่มิได้จัดส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่แก่สมาชิกทุกคน จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม จำเลยทั้งสี่กำหนดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของสมาชิกแตกต่างจากที่ได้จดทะเบียนไว้ในข้อบังคับ และจำเลยทั้งสี่เสนอตารางการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยมิได้เรียงลำดับข้อที่ขอแก้ไขเทียบกับข้อบังคับเดิม เนื้อหาฎีกาของโจทก์ดังกล่าวในส่วนที่เป็นสาระสำคัญล้วนคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาทั้งสิ้น คงมีส่วนเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในปัญหาเดียวกันไว้แล้ว ฎีกาของโจทก์มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ควรวินิจฉัยอย่างไร และด้วยเหตุผลใด จึงต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนการประชุมและมติที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2557 เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2557 ของจำเลยที่ 1

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อบังคับจำเลยที่ 1 ข้อ 33 เพียงแต่บังคับให้ส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน เท่านั้น มิได้บังคับว่าต้องให้คำบอกกล่าวถึงสมาชิกก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน นอกจากนี้ ข้อบังคับดังกล่าวมุ่งประสงค์ให้มีการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าว่าจำเลยจะจัดให้มีการประชุมใหญ่ในกิจการใด ที่ไหน เมื่อใด เพื่อสมาชิกจะได้มีโอกาสเตรียมตัวสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ แต่มิได้บังคับเด็ดขาดว่าถ้าไม่แจ้งไปให้สมาชิกก่อนวันนัดประชุม 15 วัน แล้ว การแจ้งดังกล่าวจะต้องเป็นโมฆะเสียเปล่า ดังนั้น ไม่ว่าโจทก์หรือสมาชิกอื่นจะได้รับหนังสือบอกกล่าวก่อนวันนัดประชุมใหญ่ครบกำหนด 15 วัน หรือไม่

เมื่อสมาชิกส่วนใหญ่ทราบกำหนดวันนัดประชุมใหญ่แล้ว ก็เป็นคำบอกกล่าวแจ้งประชุมใหญ่สามัญโดยชอบ สำหรับข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าการประชุมใหญ่ครั้งนี้ไม่มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติดังกล่าว เมื่อพิจารณาจากข้อบังคับของจำเลยที่ 1 มิได้มีข้อใดระบุว่าต้องมีมติคณะกรรมการจำเลยที่ 1 ก่อนจึงจะมีการจัดประชุมได้ ส่วนข้ออ้างของโจทก์ว่า อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของสมาชิกแตกต่างจากที่จดทะเบียนไว้ในข้อบังคับนั้น นอกจากจะเป็นฟ้องเคลือบคลุมแล้ว ยังได้ความจากพยานจำเลยทั้งสี่ว่าในการนับคะแนนการลงมติของจำเลยที่ 1 เป็นไปตามข้อบังคับของนิติบุคคลจำเลยที่ 1 ข้อ 35 วรรคท้าย สำหรับเหตุที่ว่า ไม่มีการส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง คือ งบการเงินปี 2556 และงบประมาณปี 2557 กับข้อบังคับที่จะแก้ไข

แม้จะไม่มีการส่งให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ก็สามารถขอใช้สิทธิตรวจดูงบการเงินของจำเลยที่ 1 ได้อยู่แล้ว และเหตุที่ว่า จำเลยทั้งสี่เสนอตารางการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยมิได้เรียงลำดับข้อที่ขอแก้ไขเทียบกับข้อบังคับเดิม ข้ออ้างดังกล่าวหามีผลทำให้การประชุมใหญ่ครั้งนี้ชอบหรือไม่แต่อย่างใด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ข้อ 32 และข้อ 34 ไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าการเรียกประชุมใหญ่จะต้องผ่านการประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้มีการเรียกประชุมใหญ่เสียก่อน จำเลยที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการจำเลยที่ 1 จึงมีอำนาจลงนามเรียกประชุมใหญ่ได้ ทั้งการนัดประชุมครั้งที่สองก็อยู่ภายในกำหนดเวลา 30 วัน

นับแต่วันประชุมครั้งแรกซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 การที่จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 มิได้เรียกประชุมคณะกรรมการรวมทั้งโจทก์ เพื่อมีมติให้เรียกประชุมใหญ่ก่อนออกหนังสือเชิญประชุม หาได้ฝ่าฝืนต่อกฎหมายหรือข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสี่มิได้จัดส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่แก่สมาชิกทุกคน โดยสมาชิกที่เป็นแปลงที่ดินเปล่า 8 ราย ไม่ได้รับหนังสือเชิญประชุมนั้น ตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 ข้อ 33 ระบุไว้โดยมุ่งประสงค์ให้มีการแจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าว่าจำเลยที่ 1 จะได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เมื่อใด ในกิจการใด และที่ใด เพื่อสมาชิกจะได้มีโอกาสเตรียมตัวสอบถามหรือแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของสมาชิก

ได้ความจากพยานจำเลยทั้งสี่ว่า ได้จัดส่งหนังสือเชิญประชุมรวมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังสมาชิก รวมทั้งปิดประกาศให้ทราบภายในหมู่บ้านและบริเวณหน้าหมู่บ้านแล้ว ซึ่งตามข้อบังคับดังกล่าวก็มิได้ห้ามการแจ้งให้สมาชิกทราบโดยวิธีอื่นนอกจากหนังสือ ดังนั้น อาจแจ้งทางโทรศัพท์หรือส่งทางไลน์หรือทางอีเมล์ก็ได้ ทั้งได้ความว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์เข้าประชุมใหญ่ทั้งสองครั้ง จึงเชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของจำเลยที่ 1 และโจทก์ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการประชุมใหญ่ตามวันเวลาที่กำหนดไว้แล้ว จึงถือว่าได้มีการบอกกล่าวนัดประชุมโดยชอบ แม้สมาชิกที่เป็นแปลงที่ดินเปล่า 8 ราย จะไม่ได้รับหนังสือตามที่โจทก์อ้าง แต่อาจทราบโดยวิธีการอื่นก็ได้

ส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยทั้งสี่ไม่ได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมนั้น โจทก์ในฐานะกรรมการและสมาชิกสามารถขอตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงได้อยู่แล้วก่อนวันนัดประชุมใหญ่ ที่โจทก์อ้างว่า จำเลยทั้งสี่ใช้อัตราส่วนกรรมสิทธิ์ที่นำมาใช้ในการลงมติมิได้เป็นไปตามข้อบังคับของจำเลยที่ 1 นั้น คำฟ้องดังกล่าวไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ส่วนเหตุอื่นที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์นั้นเป็นรายละเอียดปลีกย่อยไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา เห็นว่า

ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยนัดประชุมคณะกรรมการและไม่มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อลงมติให้เรียกประชุมใหญ่ จำเลยทั้งสี่มิได้จัดส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่แก่สมาชิกทุกคน จำเลยทั้งสี่ไม่ได้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมาพร้อมกับหนังสือเชิญประชุม จำเลยทั้งสี่กำหนดอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ของสมาชิกแตกต่างจากที่ได้จดทะเบียนไว้ในข้อบังคับ และจำเลยทั้งสี่เสนอตารางการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยมิได้เรียงลำดับข้อที่ขอแก้ไขเทียบกับข้อบังคับเดิม เนื้อหาฎีกาของโจทก์ดังกล่าวในส่วนที่เป็นสาระสำคัญล้วนคัดลอกข้อความในอุทธรณ์มาทั้งสิ้น คงมีส่วนเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อยในรายละเอียด ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในปัญหาเดียวกันไว้แล้ว ฎีกาของโจทก์มิได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยชัดแจ้งว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร

ควรวินิจฉัยอย่างไร และด้วยเหตุผลใด จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง (เดิม) ที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภาภูมิ สรอัฑฒ์ · อดิเทพ ถิระวัฒน์ · นิรัตน์ จันทพัฒน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่งธนบุรี - นายนิธิศิษฐ์ ธำรงเลิศสกุล
ศาลอุทธรณ์ - นายธีรพล จันทวงศ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2442/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ779/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1033/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้