Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2771/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น เมื่อจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้แล้ว ทั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ประสงค์จะเข้าว่าคดี หากศาลฎีกาจะพิจารณาพิพากษาคดีไปในชั้นนี้และในที่สุดโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโดยเป็นฝ่ายชนะคดี ก็ไม่ผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลในคดีล้มละลาย นอกจากนี้การอ้างสิทธิในการหักกลบลบหนี้ โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ย่อมดำเนินการได้ในคดีล้มละลายอยู่แล้วตามมาตรา 102 การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์ กรณีเช่นนี้มาตรา 25 ให้อำนาจศาลที่จะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ ศาลฎีกาจึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยส่งมอบคืนหรือออกหนังสือยกเลิกเพิกถอน หรือขีดฆ่าให้ไร้ผลซึ่งตั๋วสัญญาใช้เงินที่โจทก์ออกให้จำเลยตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5 ถึง 8 และให้จำเลยเวนคืน หรือขีดฆ่าเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งมูลหนี้กู้เงินตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ถึง 4 ให้แก่โจทก์ และอ้างว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาหักกลบลบหนี้ตามสัญญากู้เงินที่ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวซึ่งโจทก์เป็นหนี้จำเลยรวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 11,139,510.26 บาท กับหนี้ที่จำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามตราสารที่โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นกู้ของจำเลยรวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 11,152,493.15 บาท ไปยังจำเลยแล้ว โจทก์จึงมิใช่ลูกหนี้ของจำเลยอีกต่อไป โดยโจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาอย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์

จำเลยให้การว่าจำนวนเงินที่โจทก์เป็นหนี้จำเลยตามฟ้องไม่ถูกต้อง โจทก์มิใช่ผู้ถือหุ้นกู้ของจำเลยโดยชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีสิทธินำหนี้ตามหุ้นกู้ดังกล่าวมาหักกลบลบหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างการสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ฟ้องขอหักกลบลบหนี้ แต่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิหักกลบลบหนี้ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ 14 มกราคม 2545 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่ง มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฟ้อง ก่อนครบกำหนดดังกล่าวโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าขึ้นศาลเพิ่มออกไปอีก 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งขยายระยะเวลาให้ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2545 ต่อมาวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2545 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าขึ้นศาลเพิ่มออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลให้เวลาพอสมควรแล้ว ไม่มีเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์พิเศษ จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ครั้นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2545

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่ชำระค่าขึ้นศาลเพิ่มภายในกำหนด

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้แล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ประสงค์จะเข้าว่าคดีแทนจำเลย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนคดีนี้ว่าระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยยื่นคำแถลงว่า จำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2545 ในคดีหมายเลขแดงที่ 316/2545 ของศาลล้มละลายกลาง และโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้แล้วตามสำเนาคำขอรับชำระหนี้ท้ายคำแถลง ซึ่งอยู่ระหว่างการทำความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อเสนอต่อศาลล้มละลายกลางในคดีดังกล่าว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่ประสงค์จะเข้าว่าคดีนี้แทนจำเลย ในชั้นฎีกาโจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาของโจทก์แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เพื่อแก้ฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับสำเนาฎีกาของโจทก์แล้วยังคงแถลงไม่ประสงค์จะเข้าว่าคดีแทนจำเลย

เห็นว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าว แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วแต่คดียังอยู่ระหว่างพิจารณาก็ตาม และเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะตรวจและสอบสวนในเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระนั้น แล้วทำความเห็นเสนอต่อศาลเพื่อมีคำสั่งว่าจะอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้หรือไม่ เพียงใด ตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา 105, 106 และ 107 ดังนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยถูกศาลล้มละลายกลางสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและโจทก์ในคดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้แล้ว

หากศาลฎีกาจะพิจารณาพิพากษาคดีไปในชั้นนี้ และแม้ในที่สุดแล้วโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาโดยเป็นฝ่ายชนะคดีตามฟ้องก็ตาม ก็ไม่ผูกพันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และศาลในคดีล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยังคงต้องตรวจและสอบสวนในเรื่องหนี้สินที่โจทก์ขอรับชำระหนี้แล้วทำความเห็นเสนอต่อศาลในคดีล้มละลายอีกชั้นหนึ่งอยู่นั่นเอง นอกจากนี้การอ้างสิทธิในการหักกลบลบหนี้โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ผู้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ย่อมดำเนินการได้ในคดีล้มละลายอยู่แล้ว ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 102 การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างใด กรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 25 ให้อำนาจศาลที่จะสั่งประการใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรจำหน่ายคดีตามที่บทกฎหมายดังกล่าวให้อำนาจไว้" จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัชลิต ละเอียด · สมชัย จึงประเสริฐ · บุญรอด ตันประเสริฐ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2562

โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดจำเลยที่ 1 แล้ว จึงมิใช่กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจาร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15283/2558

แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีนี้ยังคงมีผลผูกพันโจทก์และผู้คัดค้านอยู่ก็ตาม แต่เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด อำนาจในการจัดการกิจการและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4851/2545

ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 24 และ 25 การที่บุคคลล้มละลายจำนองที่ดินของตนแก่ผู้รับจำนองเพื่อเป็นประกันหนี้ของผู้อื่นภายหลังที่ศาลได้พิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้ว เป็นการกระทำเกี่ยวกับทรัพย์สินขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2545

การที่ศาลสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 167 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ศาลมีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมด้วย โดยมิได้กำหนดไว้ว่าจะให้ศาลสั่งคืนค่าฤชาธรรมเนียมให้แก่คู่ค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5440/2537

แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วแต่คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาก็ตาม เจ้าหนี้นั้นก็ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้