Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2777/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยและขอแบ่งสินสมรสซึ่งรวมทั้งที่ดินแปลงที่พิพาท ระหว่างพิจารณาคดีจำเลยได้ขอให้ทางราชการออก น.ส.3. และโอนขายที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปในวันเดียวกัน โดยไม่รอฟังผลคำชี้ขาดของศาลเสียก่อน พฤติการณ์ของจำเลยกับผู้ร้องส่อให้เห็นเจตนาร่วมกันที่จะฉ้อฉลโจทก์ เพื่อมิให้ได้รับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน ผู้ร้องจึงไม่ได้สิทธิในที่ดินพิพาทโจทก์นำยึดที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยเพื่อนำออกขายทอดตลาดแบ่งให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย ซึ่งได้ให้ทางราชการออก น.ส.3 และโอนขายให้แก่ผู้ร้องแล้วจึงขอให้ศาลมีคำสั่งปล่อยทรัพย์ในส่วนของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้อง และเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "เดิมโจทก์จำเลยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้ร้องเป็นหลานเขยของจำเลย ในปี พ.ศ. 2520 โจทก์ได้ฟ้องหย่ากับจำเลยและขอแบ่งสินสมรสซึ่งรวมทั้งที่ดินแปลงพิพาทในคดีนี้ด้วยในระหว่างพิจารณาในคดีนั้น จำเลยได้ให้ทางราชการออก น.ส.3 ที่ดินพิพาทแล้วโอนให้แก่ผู้ร้องไปในวันเดียวกัน ต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันและให้จำเลยแบ่งสินสมรสรวมทั้งที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงได้นำยึดทรัพย์สินซึ่งเป็นสินสมรสรวมทั้งที่ดินแปลงพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดแบ่งเงินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งตามคำพิพากษา ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้ร้อง

ขอให้ศาลสั่งปล่อย ปัญหาวินิจฉัยมีว่าการที่จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องดังกล่าวนั้นผู้ร้องกับจำเลยได้สมคบกันฉ้อฉลโจทก์เพื่อมิให้ได้รับส่วนแบ่งหรือไม่พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้อง ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยซึ่งได้ขายและโอนให้แก่ผู้ร้องแล้ว แต่ในชั้นนำสืบกลับเบิกความอ้างว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์กับจำเลย ต่อมาก่อนที่โจทก์จะฟ้องหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากับจำเลย โจทก์และจำเลยได้ร่วมกันขายให้แก่ผู้ร้อง ซึ่งเป็นการนำสืบขัดกับที่เคยอ้างไว้ในคำร้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยแต่ผู้เดียว ข้ออ้างและการนำสืบของผู้ร้องโดยมีจำเลยมาเป็นพยานประกอบคำเบิกความของผู้ร้องดังกล่าวจึงเป็นพิรุธ ทั้งคดียังได้ความอีกว่าในคดีที่โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยนั้น

โจทก์ได้อ้างว่าที่พิพาทเป็นสินสมรสขอให้จำเลยแบ่งให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกัน จำเลยได้ให้การไว้ในคดีนั้นว่า ที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของจำเลย ซึ่งถ้าหากโจทก์และจำเลยได้ร่วมกันขายให้แก่ผู้ร้องไปแล้ว แม้จะยังอยู่ในระหว่างที่ประกาศขายไม่ได้โอนให้แก่ผู้ร้องก็ตาม จำเลยก็น่าจะให้การถึงข้อนี้เป็นประเด็นไว้และในระหว่างที่ศาลพิจารณาคดีอยู่ ก็ปรากฏว่าจำเลยได้ขอให้ทางราชการออกน.ส.3 และโอนที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้องไปในวันเดียวกันนั้น โดยไม่รอฟังผลคำชี้ขาดของศาลเสียก่อน พฤติการณ์การกระทำของจำเลยกับผู้ร้องเกี่ยวกับที่ดินพิพาทตามที่ได้ความดังกล่าว ส่อให้เห็นเจตนาร่วมกันที่จะฉ้อฉลโจทก์เพื่อมิให้ได้รับส่วนแบ่งในที่ดินพิพาทเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้หย่าขาดจากกันโดยไม่ได้มีการซื้อขายกันจริง ผู้ร้องจึงไม่ได้สิทธิในที่ดินพิพาทแต่อย่างใด"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · โสพิทย์ คังคะเกตุ · จินดา บุญศิริ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3107/2568

แม้โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้จำเลยที่ 3 แต่เมื่อโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้วย่อมมีฐานะเป็นเจ้าหนี้เช่นกัน จึงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิเช่นเดียวกับเจ้าห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1241/2567

การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าการแสดงเจตนาจดทะเบียนหย่าระหว่างจำเลยทั้งสองทำขึ้นมีเจตนาลวงโดยสมรู้กันมิได้มีเจตนาหย่ากันจริงแต่จดทะเบียนหย่าเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกบังคับคดี การจดทะเบียนหย่าตกเป็นโมฆะ และเป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2050/2566

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคําชี้ขาดให้ผู้ร้องที่ 1 และที่ 2 เข้าทำสัญญาเงินกู้หรือบันทึกข้อตกลงค้ำประกันการชําระหนี้และสัญญาจำนำหุ้น และในสถานการณ์นี้จะสั่งให้เพิกถอนการโอนกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างระหว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3023/2562

แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่า การที่จำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 131362 และ 133534 แก่จำเลยที่ 4 โดยจำเลยที่ 4 ทราบว่าโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดตามสัญญาจ้างทำของและต้องบังคับคดียึดที่ดินขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5686/2561

การฟ้องเพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 อันจะต้องตกอยู่ในบังคับแห่งอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 240 กรณีต้องเป็นเรื่องที่ลูกหนี้เป็นเจ้าของทรัพย์มีอำนาจทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์นั้น อันเป็นนิติกรรมที่ส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้