Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2777/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือไม่ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างในขณะเลิกจ้างว่าลูกจ้างได้กระทำความผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ 47 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ หรือไม่ หากขณะเลิกจ้าง ลูกจ้างไม่ได้กระทำผิดดังกล่าว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยนายจ้างจะอ้างเหตุต่าง ๆ ขึ้นภายหลังเพื่อเป็นการปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ แม้ข้อบังคับของจำเลยผู้เป็นนายจ้างจะกำหนดว่า ลูกจ้างที่มีข้อผูกพันจะต้องชดใช้ให้แก่จำเลย ให้จำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของลูกจ้างได้ก็ตามการที่จำเลยกล่าวหาว่าโจทก์ทำละเมิดได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ และพนักงานอัยการกำลังพิจารณาอยู่ ได้ความเพียงเท่านี้ ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อผูกพันที่จะต้องชดใช้เงินแก่จำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 341 ป.พ.พ. มาตรา 344 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยเงินบำเหน็จและสินจ้างแทนการบอกกล่าวเลิกจ้างล่วงหน้าพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์จงใจทำให้จำเลยเสียหายหรือประมาทเลินเล่อในการทำงานทำให้จำเลยเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย จำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จที่โจทก์จะได้รับเพื่อชดใช้ค่าเสียหายที่จำเลยทำต่อโจทก์ และมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเพียง ๗ วัน ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชย เงินบำเหน็จและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนการเลิกจ้าง พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิดตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยที่ลูกจ้างมีความไม่เหมาะสมหรือแม้แต่มีมลทินมัวหมอง แต่ไม่เข้ากรณีหนึ่งกรณีใดตามข้อ ๔๗(๑) ถึง (๖) นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างและค่าชดเชยนั้นนายจ้างจะจ่ายให้เมื่อใดปรากฏตามบทนิยามของคำว่า "ค่าชดเชย หมายความว่าเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างฉะนั้น ลูกจ้างจะมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างหรือไม่ก็ต้องพิจารณาเหตุแห่งการเลิกจ้างในขณะเลิกจ้างว่าลูกจ้างได้กระทำความผิดในกรณีใดกรณีหนึ่งตามข้อ ๔๗ ดังกล่าวหรือไม่

หากขณะเลิกจ้างลูกจ้างไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว นายจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง ถ้านายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างเรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยนายจ้างจะอ้างเหตุต่าง ๆ ขึ้นภายหลังเพื่อเป็นการปฏิเสธการจ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยลงมติให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากบริหารกิจการ อ.ก.มีประสิทธิภาพต่ำไม่ได้ผลสมความมุ่งหมายของทางราชการมิใช่ให้โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ได้กระทำความผิดตามข้อ ๔๗ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ เท่ากับจำเลยให้โจทก์ออกจากงานโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ส่วนเหตุต่าง ๆ ที่จำเลยยกขึ้นภายหลังนั้นไม่ใช่เหตุที่จำเลยยกขึ้นอ้างเพื่อเลิกจ้างโจทก์ ศาลแรงงานกลางไม่รับวินิจฉัยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมีสิทธิหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชดใช้หนี้แก่จำเลยได้ตามข้อบังคับของจำเลย

พิเคราะห์แล้ว ข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ.ศ. ๒๕๒๑ ข้อ ๑๒ ระบุว่า พนักงานที่มีข้อผูกพันจะต้องชดใช้เงินให้แก่องค์การแก้วไม่ว่ากรณีใด ๆ ให้องค์การแก้วหักเงินบำเหน็จของผู้นั้นจนครบตามข้อผูกพันเสียก่อน แล้วจึงจ่ายส่วนที่เหลือแก่พนักงานหรือทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกต่อไป เห็นว่า การที่จำเลยกล่าวหาโจทก์ว่าทำละเมิด ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการพิจารณาดำเนินการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ และพนักงานอัยการกำลังพิจารณาอยู่ได้ความเพียงเท่านี้ ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์มีข้อผูกพันและจำนวนเงินตามข้อผูกพันเท่าใดที่โจทก์จะต้องชดใช้ให้แก่องค์การแก้วจำเลยตามข้อบังคับข้อ ๑๒ ของจำเลยดังกล่าว จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะหักเงินบำเหน็จของโจทก์ชำระหนี้แก่จำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย · ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายวิศิษฏ์ ลิมานนท์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3486/2554

สัญญาจำนำสิทธิการรับเงินฝากคืนไม่ใช่เป็นการจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 747 หากแต่เป็นสัญญาประเภทหนึ่งซึ่งโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำลงโดยชอบด้วยกฎหมายและด้วยใจสมัครมุ่งโดยตรงต่อการผูกนิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคล เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2554

ความรับผิดชอบจำเลยที่ต้องชำระค่างานให้แก่โจทก์กับความรับผิดของโจทก์ที่จะต้องชำระค่าปรับแก่จำเลยเกิดจากสัญญาเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างผูกพันในหนี้อันเดียวกัน จึงหาใช่เป็นการหักกลบลบหนี้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5334/2553

หนี้ที่จะหักกลบลบหนี้กันได้นั้นต้องเป็นหนี้อย่างเดียวกัน และต้องเป็นหนี้ที่ไม่มี ข้อต่อสู้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 341 ประกอบมาตรา 344 พยานหลักฐานที่โจทก์อ้างได้แก่ใบเสร็จรับเงินซึ่งโดยปกติเป็นเอกสารแสดงการรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2163/2548

ป.พ.พ. มาตรา 341 วรรคหนึ่ง ไม่ได้กำหนดว่า การหักกลบลบหนี้จะต้องได้รับความยินยอมของอีกฝ่ายหนึ่งก่อน เมื่อบริษัท บ. เป็นลูกหนี้ค่าสินค้าแก่โจทก์โดยมีจำเลยเป็นผู้ค้ำประกันและหนี้ดังกล่าวถึงกำหนดชำระแล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4844/2545

การที่จำเลยจัดหาสถานที่รับฝากสินค้าให้โจทก์ในประเทศสหราชอาณาจักรและเรียกเก็บเงินค่าเก็บรักษาสินค้าจากโจทก์ในนามของจำเลยนั้น มิใช่เป็นการงานที่จำเลยทำให้เปล่าในฐานะที่จำเลยเป็นตัวแทนของโจทก์และตัวแทนขอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้