Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2782/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สหกรณ์จำเลยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิกโดยร่วมกันดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ด้วยกัน โดยสมาชิกในฐานะผู้ถือหุ้นร่วมลงหุ้นและรับฝากเงินจากสมาชิกแล้วนำมาให้สมาชิกกู้โดยคิดดอกเบี้ย หากมีเงินทุนเหลือก็จะนำไปให้สหกรณ์อื่นกู้ จำเลยมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียมจากการเข้าเป็นสมาชิกและดอกเบี้ยจากการให้สมาชิกและสหกรณ์อื่นกู้ยืม เมื่อมีกำไรก็จัดสรรเป็นเงินทุนสำรอง ค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์และจ่ายเป็นผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในรูปเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนกับจ่ายเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่อันเป็นการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจจำเลยจึงมิใช่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ ตามข้อ (3) แห่งกฎกระทรวงฯ ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯจึงต้องนำมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัตินี้ มาใช้บังคับแก่จำเลย เมื่องานที่จำเลยจ้างโจทก์มิใช่การจ้างในโครงการเฉพาะที่มิใช่ปกติทางธุรกิจ มิใช่งานตามฤดูกาล แต่เป็นการทำงานตามปกติธุรกิจของจำเลย แม้การจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลยจะเป็นการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้นโจทก์ก็มิใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ซึ่งทำงานมาแล้ว 2 ปี จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวันตามมาตรา 118(2) พร้อมดอกเบี้ย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2540 จำเลยได้จ้างโจทก์ทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ สัญญามีกำหนดการจ้างเป็นเวลา 2 ปี โดยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 37,400บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2542 ซึ่งครบกำหนดสัญญาจ้างจำเลยไม่ได้ต่อสัญญาจ้างให้กับโจทก์ทั้งสี่สามารถต่อสัญญาได้ กลับบอกเลิกจ้างโจทก์ โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิด ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าชดเชย 112,200 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับจากวันที่ 13 พฤศจิกายน 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า จำเลยประกอบกิจการอันเป็นการช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกไม่มีวัตถุประสงค์เป็นการทำกิจการประเภทมุ่งหากำไรดังเช่นการประกอบธุรกิจทั่วไป กรณีของโจทก์เป็นการจ้างงานที่มีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอน และการเลิกจ้างมีกำหนดระยะเวลาแน่ชัดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสาม จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ในปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยประกอบกิจการที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจหรือไม่นั้น คดีนี้ศาลฎีกาได้มีคำสั่งให้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าลักษณะกิจการของจำเลยเป็นอย่างไร ในการดำเนินการตามกิจการของจำเลยมีการเรียกค่าใช้จ่ายหรือประโยชน์อื่นใดจากสมาชิกหรือผู้ที่มาติดต่อหรือไม่ และจำเลยจัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายหรือผลประโยชน์ที่เหลือจากการดำเนินการดังกล่าวอย่างไร ซึ่งศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า จำเลยเป็นนิติบุคคลตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511ปัจจุบันใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 บังคับ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิก โดยวิธีร่วมกันดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ด้วยกันในเรื่องต่าง

ๆรวม 18 ประการ มีคณะกรรมการดำเนินการเป็นผู้มีอำนาจดำเนินกิจการทั้งปวงของจำเลยให้เป็นไปตามข้อบังคับและตามมติของที่ประชุมใหญ่และเป็นผู้แทนของจำเลยในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก มีผู้จัดการทำหน้าที่จัดการทั่วไป และรับผิดชอบเกี่ยวกับบรรดากิจการประจำของสหกรณ์ รวมทั้งกิจการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับตามข้อบังคับสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการประปานครหลวง พ.ศ. 2542 ข้อ 2 ข้อ 50 และข้อ 76ในการประกอบกิจการนั้น ทุนดำเนินการได้รับมาจากสมาชิกในฐานะผู้ถือหุ้นร่วมลงหุ้นกันและรับฝากเงินจากสมาชิกแล้วนำเงินดังกล่าวมาให้สมาชิกกู้โดยคิดดอกเบี้ยหากเงินทุนไม่พอให้สมาชิกกู้ จำเลยจะขอกู้เงินจากสหกรณ์แห่งอื่นมาให้สมาชิกกู้แทนและหากมีเงินทุนเหลือจะนำไปให้สหกรณ์แห่งอื่นกู้

นอกจากนี้จำเลยยังเคยทำธุรกิจรับโอนสิทธิเรียกร้องจากผู้ว่าจ้างหรือผู้ขายสิ่งของให้แก่การประปานครหลวง แต่ปัจจุบันได้เลิกธุรกิจนี้แล้ว ในการดำเนินกิจการของจำเลยมีการเรียกค่าใช้จ่ายโดยสมาชิกเมื่อเริ่มเข้าจะเสียค่าธรรมเนียมคนละ 10 บาท สมาชิกที่ออกไปแล้วหากกลับเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่จะเสียค่าธรรมเนียมคนละ 200 บาท ในธุรกิจรับโอนสิทธิเรียกร้อง จำเลยจะเรียกดอกเบี้ยจากผู้โอนสิทธิเรียกร้องเท่ากับอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี และถือเป็นรายได้ของจำเลย ส่วนธุรกิจนำเงินหุ้นออกให้สหกรณ์อื่นกู้นั้น จำเลยจะเรียกดอกเบี้ยเป็นผลตอบแทน การจัดการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายหรือผลประโยชน์ที่เหลือจากการดำเนินกิจการนั้น หากผลประกอบกิจการของจำเลยปีใดมีกำไรสุทธิจำเลยจะจัดสรรเป็นเงินทุนสำรองไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิ

จัดสรรเป็นเงินค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์ไม่เกินร้อยละ 5 ของกำไรสุทธิส่วนที่เหลือจ่ายเป็นผลตอบแทนให้แก่สมาชิก ได้แก่เงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน เงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่และอื่น ๆ การรับฝากเงินจากสมาชิกจำเลยจะให้ผลตอบแทนแก่สมาชิกผู้ฝากเงินเป็นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารพาณิชย์ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้นจำเลยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมฐานะทางเศรษฐกิจของสมาชิกโดยวิธีร่วมกันดำเนินธุรกิจเพื่อประโยชน์ด้วยกัน ในการประกอบกิจการสมาชิกในฐานะผู้ถือหุ้นร่วมลงหุ้นกันและรับฝากเงินจากสมาชิกแล้วนำมาให้สมาชิกกู้โดยคิดดอกเบี้ย และหากมีเงินทุนเหลือก็จะนำไปให้สหกรณ์อื่นกู้

จำเลยมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียมการเข้าเป็นสมาชิกและดอกเบี้ยจากการให้สมาชิกและสหกรณ์อื่นกู้ยืม เมื่อมีกำไรก็จัดสรรเป็นเงินทุนสำรอง ค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์และจ่ายเป็นผลตอบแทนให้แก่สมาชิกในรูปเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนกับจ่ายเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการและเจ้าหน้าที่ ดังนี้ การประกอบกิจการของจำเลยจึงเป็นการแสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจ จำเลยจึงมิใช่นายจ้างซึ่งจ้างลูกจ้างทำงานที่มิได้แสวงหากำไรในทางเศรษฐกิจตามข้อ (3) แห่งกฎกระทรวง (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บทบัญญัติมาตรา 118 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงต้องใช้บังคับแก่จำเลยและเมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามที่โจทก์และจำเลยแถลงรับว่างานที่จำเลยจ้างโจทก์มิใช่การจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่ปกติทางธุรกิจ

มิใช่งานตามฤดูกาล แต่เป็นการทำงานตามปกติของธุรกิจจำเลยแม้การจ้างงานระหว่างโจทก์กับจำเลยจะเป็นการจ้างงานที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น โจทก์ก็มิใช่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 118 วรรคสามและวรรคสี่แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ เมื่อโจทก์ทำงานมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวันตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118(2)เป็นเงิน 112,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราและนับจากวันที่โจทก์เรียกร้องในคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 112,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับจากวันที่ 13 พฤศจิกายน 2542 จนกว่าจะชำระค่าชดเชยครบแก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เกษมสันต์ วิลาวรรณ · วีรพจน์ เพียรพิทักษ์ · พูนศักดิ์ จงกลนี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3306/2567

ระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ระเบียบวินัยและมาตรการในการลงโทษทางวินัย ข้อ 14 กำหนดโทษสำหรับพนักงานที่กระทำผิดวินัยไว้ทั้งสิ้น 7 ประการ โดยไม่มีเรื่องการลงโทษปรับเงิน แต่การที่โจทก์ลงโทษ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3114/2567

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118/1 วรรคหนึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้การเกษียณอายุหรือการที่ลูกจ้างออกจากงานเนื่องจากมีอายุครบตามเวลาที่กำหนดไว้ ถือเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของคำว่า "การเล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 709575)

อายุงานหรือระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานติดต่อกันให้แก่นายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่ลูกจ้างเริ่มต้นทำงานให้แก่นายจ้างต่อเนื่องกันไปจนสัญญาจ้างสิ้นสุด…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717468)

ระยะเวลาการทำงานติดต่อกันของลูกจ้าง เพื่อนำมาใช้คำนวณค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่ลูกจ้างเริ่มต้นทำงานให้แก่นายจ้างต่อเนื่องไปจนสัญญาจ้างสิ้นสุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3458/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 ซึ่งตามมาตรา 45 วรรคสอง กำหนดให้การอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลตามพระราชบัญญัติดังกล่าวให้อุท…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้