คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยวิ่งราวทรัพย์และเอาไปซึ่งทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำผิดดังฟ้องโจทก์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142, 336 ให้ลงโทษตาม มาตรา 336 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 2 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยต้องการให้น้องชายจำเลยพ้นผิด จำเลยมุ่งต่อการเอาไปหรือทำลายทรัพย์สินของกลางอันเจ้าพนักงานยึดหรือรักษาไว้ หาได้มีเจตนาลักทรัพย์ไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตาม มาตรา 336 พิพากษาแก้ว่า จำเลยมิได้กระทำผิดตาม มาตรา 336 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานวิ่งราวทรัพย์ศาลฎีกาพิจารณาบทกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334และมาตรา 1(1) แล้ว
เห็นว่าความหมายของความผิดฐานลักทรัพย์เป็นเรื่องเอาทรัพย์ของคนอื่นหรือเอาทรัพย์ซึ่งคนอื่นมีเจ้าของร่วมด้วยไปโดยเจตนาเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ตามข้อฎีกาของโจทก์ไม่แสดงว่าจำเลยเจตนาที่จะเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่น แต่แสดงว่า เป็นเรื่องเจตนาอย่างอื่น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์หรือวิ่งราวทรัพย์พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์