Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2790/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างหยุดงานและชุมนุมกันในบริเวณที่นายจ้างต้องใช้ทำงานผลิตและอยู่ใกล้สถานที่เก็บวัสดุไวไฟ นายจ้างไม่ยินยอมให้ลูกจ้างชุมนุมในบริเวณดังกล่าวจึงได้ขอร้องให้ไปชุมนุมที่อื่นในบริเวณโรงงานนั้นเองแต่ลูกจ้างคงขัดขืนชุมนุมกันอยู่ที่เดิมและก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างดังนี้ การกระทำของลูกจ้างเป็นการละเมิดต่อนายจ้างแล้วกรณีละเมิดและการเลิกจ้างเป็นคนละกรณีกันมิใช่ว่านายจ้างจะต้องเลิกจ้างก่อนแล้วการกระทำของลูกจ้างจึงจะเป็นการละเมิดการนัดหยุดงานเป็นวิธีการของฝ่ายลูกจ้างที่ได้กระทำเพื่อบังคับฝ่ายนายจ้างให้ยอมรับตามข้อเรียกร้องของตนในการเจรจาต่อรองโดยวิธีร่วมกันไม่ทำงานให้แก่นายจ้างพร้อมกันเท่านั้น การกระทำอย่างอื่นเช่น การปิดกั้นถนน หรือการชุมนุมโดยละเมิดสิทธิของผู้อื่น ย่อมมิใช่การนัดหยุดงานหรือเป็นส่วนหนึ่งของการนัดหยุดงานแต่อย่างใด ผู้กระทำจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์มาตรา 99เมื่อลูกจ้างเป็นผู้กระทำละเมิดเอง ลูกจ้างก็ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นโดยไม่คำนึงว่าสหภาพแรงงานที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกจะสั่งให้ลูกจ้างกระทำหรือไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ได้หยุดงานและทำละเมิดต่อโจทก์โดยชุมนุมกันภายในโรงงานข้างคลังสินค้าและห้องเก็บวัสดุไวไฟ ไม่ยอมออกจากสถานที่ดังกล่าว ทั้งยังได้ข่มขู่และขัดขวางคนงานอื่นไม่ให้ทำงาน ปิดกั้นถนน เป็นเหตุให้โจทก์เสียหายขอให้บังคับจำเลยทุกคนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์วันละ 150,000 บาท ให้จำเลยออกไปจากบริเวณโรงงานของโจทก์และยุติการปิดกั้นถนน ข่มขู่และขัดขวางการทำงานของโจทก์ วันนัดพิจารณาจำเลยมาศาลไม่ยอมให้การถึงเนื้อหาของฟ้อง แต่ปฏิเสธว่าโจทก์ไม่เสียหายถึงจำนวนตามฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้ง 73 คนร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 48,000 บาทแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 17 และจำเลยที่ 19 ถึงที่ 73 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ชุมนุมกันในบริเวณที่โจทก์ต้องใช้ทำงานผลิตแผ่นพื้นซีเมนต์สำเร็จรูปซึ่งอยู่ระหว่างอาคารที่เป็นโกดังเก็บสินค้าประเภทพลาสติกและห้องเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงและทินเนอร์อันเป็นวัสดุไวไฟทำการกินอยู่หลับนอนก่อไฟทำครัวในบริเวณดังกล่าว

ดังนี้เห็นว่า โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิครอบครองไม่ยินยอมให้จำเลยชุมนุมในบริเวณนั้น อ้างว่าโจทก์ต้องใช้บริเวณดังกล่าวเป็นที่ผลิตแผ่นพื้นซีเมนต์ ได้ขอร้องให้ไปชุมนุมที่อื่นในบริเวณโรงงานนั่นเอง แต่จำเลยกับพวกไม่ไป คงขัดขืนชุมนุมกันอยู่ที่เดิม ทั้งยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การกระทำของจำเลยย่อมเป็นการละเมิดต่อโจทก์แล้ว กรณีละเมิดและการเลิกจ้างเป็นคนละกรณีกันไม่ใช่ว่านายจ้างจะต้องเลิกจ้างก่อนแล้วการละเมิดจึงเกิดขึ้นดังที่จำเลยอุทธรณ์ ฉะนั้นจำเลยจึงต้องรับผิดในความเสียหายอันเป็นผลจากการละเมิดนั้นต่อโจทก์ ส่วนคำชี้แจงของกระทรวงมหาดไทย ที่ว่า การปิดงานและนัดหยุดงานจะต้องดำเนินอยู่ในสถานที่ตั้งของสถานประกอบการเท่านั้นก็เป็นเพียงแนวปฏิบัติเพื่อไม่ให้ไปวุ่นวายก่อความไม่สงบในที่สาธารณะเท่านั้น

ประกอบทั้งกรณีจำเลยนี้ โจทก์มิได้ให้ออกไปชุมนุมนอกบริเวณโรงงาน เพียงขอให้จำเลยไปชุมนุมที่อื่นซึ่งอยู่ภายในบริเวณโรงงานนั้นเอง เมื่อจำเลยไม่ยอมยังคงขัดขืนชุมนุมกันอยู่ที่เดิมต่อไปทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยก็ต้องรับผิดคำว่า "การนัดหยุดงาน" ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 5 บัญญัติไว้หมายความว่า "การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน" เห็นว่า การนัดหยุดงานเป็นวิธีการของฝ่ายลูกจ้างที่ได้กระทำเพื่อบังคับฝ่ายนายจ้างให้ยอมรับตามข้อเรียกร้องของตนในการเจรจาต่อรองโดยวิธีร่วมกันไม่ทำงานให้นายจ้างพร้อมกันเท่านั้น การกระทำอย่างอื่นเช่นการปิดกั้นหรือการชุมนุมโดยละเมิดสิทธิของผู้อื่นนั้น

ย่อมมิใช่การนัดหยุดงานหรือเป็นส่วนหนึ่งของการนัดหยุดงานแต่อย่างใดและเมื่อมิใช่การนัดหยุดงานและไม่มีกฎหมายระบุให้กระทำได้โดยไม่ต้องรับผิดดังเช่นที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 99 แล้ว ผู้กระทำย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายจำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน การนัดหยุดงานนี้จำเลยได้กระทำไปตามคำสั่งของสหภาพแรงงานซึ่งเป็นคู่กรณีกับโจทก์ จำเลยเพียงกระทำการไปตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น โจทก์จึงชอบที่เรียกร้องให้สหภาพแรงงานรับผิด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเหล็กและโลหะแห่งประเทศไทย ไม่ว่าสหภาพแรงงานเหล็กและโลหะแห่งประเทศไทยจะสั่งให้จำเลยกระทำหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยเป็นผู้กระทำละเมิดเอง จำเลยก็ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2532

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยทั้งห้าเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยแต่ละคนมีตำแหน่งอะไร มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งของโจทก์อย่างไร และจำเลยทั้งห้าได้กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571/2531

เมื่อสหภาพแรงงานนัดหยุดงานโดยชอบแล้ว การที่ลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานที่มิได้ร่วมหยุดงานในตอนแรกออกมาร่วมนัดหยุดงานในภายหลัง ย่อมเป็นการนัดหยุดงานโดยชอบ และไม่จำต้องแจ้งความประสงค์ขอนัดหยุดงานตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2522/2529

ฟ้องโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยที่ 1 นัดหยุดงานโดยไม่มีข้อเรียกร้องไม่มีข้อพิพาทแรงงาน เป็นการนัดหยุดงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มิได้ตั้งข้อหาและมิได้อาศัยข้ออ้างที่เป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการฝ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้