Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2799/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันในลักษณะบัญชี เดินสะพัดและปฏิบัติการหักทอนบัญชีกันตลอดมา โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ จึง มีสิทธิคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี แต่ ไม่เกิน อัตรา สูงสุด ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดและคิด ดอกเบี้ยทบต้นได้ตามประเพณีของธนาคาร แม้ในสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจะกำหนดให้ชำระหนี้กันหมดสิ้น ภายในวันที่ 30 มกราคม 2528 ก็ตาม แต่ปรากฏตามการ์ดบัญชี เงินฝาก กระแสรายวันว่า หลังจากวันนั้นยังมีทั้งการถอนเงินจากบัญชี และ การ นำ เงิน เข้าบัญชี แสดงว่าทั้งสองฝ่ายตกลงจะให้มีการเดินสะพัด ทาง บัญชี กัน ต่อไปบัญชีกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา และแม้ภายหลังวันที่ 30 กันยายน 2528แล้ว จะปรากฏตามการ์ดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันว่า มี เฉพาะ การ นำเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีการถอนเงิน จาก บัญชี อีก เลย ก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแสดง เจตนา บอกเลิก สัญญา แก่ อีกฝ่าย หนึ่งสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่าง โจทก์จำเลยทั้งสองจึงยังไม่เลิกกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นลูกค้าของโจทก์ประเภทบัญชีเงินฝากเดินสะพัดกระแสรายวัน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2526 และวันที่ 30 มกราคม 2527 จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์ในวงเงิน 500,000 บาท และ 1,200,000 บาท ตามลำดับยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ทุกวันสิ้นเดือน หากผิดนัดยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นตามประเพณีของธนาคาร จำเลยทั้งสองตกลงชำระหนี้ให้หมดสิ้นภายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2527 และวันที่ 30 มกราคม 2528 ตามลำดับ และจำเลยที่ 1 ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 6418 พร้อมสิ่งปลูกสร้างมาจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ดังกล่าวในวงเงิน 1,200,000 บาท และต่อมาจำเลยที่ 1 ยอมให้โจทก์เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเป็นร้อยละ 19 ต่อปี

ส่วนจำเลยที่ 2 ได้มอบสิทธิการเช่าอาคารเลขที่ 12 ให้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันหนี้ดังกล่าวด้วย หลังจากทำสัญญาแล้ว จำเลยทั้งสองได้เดินสะพัดทางบัญชีตลอดมา คิดถึงวันที่ 29 มิถุนายน 2531 จำเลยทั้งสองเป็นหนี้โจทก์รวมเป็นเงิน 2,531,475.42 บาท โจทก์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและแจ้งบังคับจำนองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย นับแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2526 ถึงวันฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 2,566,298.55 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 2,566,298.55 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดใช้หนี้จนครบจำเลยทั้งสองให้การว่า

จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับเงินตามสัญญาทั้งสองฉบับตามฟ้อง จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ให้ความยินยอมในการทำสัญญา มิใช่ผู้กู้ และจำเลยที่ 2 ก็ไม่เคยทำสัญญาเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันตามที่โจทก์อ้าง แม้สัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวจะเรียกว่าสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี แต่ก็มิใช่สัญญาบัญชีเดินสะพัดเป็นเพียงหลักฐานการกู้เงินธรรมดาเท่านั้น ทั้งนี้เพราะไม่มีข้อความตอนใดตกลงกันว่าจะหักทอนบัญชีกันในระยะเวลากำหนดอันใดอันหนึ่งในกิจการระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราร้อยละ 15 ต่อปี หรือคิดดอกเบี้ยทบต้นโดยไม่รอให้ดอกเบี้ยค้างชำระถึง 1 ปี ฉะนั้น ข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ยตามสัญญาทั้งสองฉบับดังกล่าวและตามบันทึกข้อตกลงการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเอกสารท้ายฟ้องจึงตกเป็นโมฆะ ที่โจทก์คิดดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี

ตลอดมา จึงไม่ถูกต้องขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 2,566,298.55บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองขายทอดตลาดใช้หนี้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาว่าจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เพียงใดได้พิจารณาข้อความตามที่ปรากฏในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี บันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับเรื่องดอกเบี้ย และการหักทอนบัญชีระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองแล้วได้ความว่า จำเลยทั้งสองได้ตกลงขอกู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยยินดีที่จะปฏิบัติตามวิธีการและประเพณีอันเกี่ยวกับการดำเนินบัญชีฝากกระแสรายวันที่ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปปฏิบัติอยู่ เป็นการยอมรับที่จะปฏิบัติตามประเพณีของธนาคารที่จะให้มีการหักทอนบัญชีกันอันเป็นการตกลงที่จะปฏิบัติต่อกันในลักษณะของสัญญาบัญชีเดินสะพัดและทางปฏิบัติของจำเลยทั้งสองที่ปรากฏในการ์ดบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน

ก็มีการหักทอนบัญชีกันตลอดมา สำหรับอัตราดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองก็ได้มีบันทึกข้อตกลงให้โจทก์ขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเมื่อโจทก์และจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันในลักษณะบัญชีเดินสะพัดและปฏิบัติการหักทอนบัญชีกันตลอดมาเช่นนี้ โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์จึงมีสิทธิคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี และคิดแบบทบต้นได้ตามประเพณีของธนาคาร จำเลยทั้งสองอ้างในฎีกาต่อมาว่า สัญญาบัญชีเดินสะพัดเลิกกันตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2528ศาลฎีกาได้พิจารณาหนังสือสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีฉบับหลังตามเอกสารหมาย จ.4 แล้ว แม้ในสัญญาดังกล่าวจะกำหนดให้ชำระหนี้กันหมดสิ้นภายในวันที่ 30 มกราคม 2528 ก็ตาม แต่ปรากฏตามการ์ดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันเอกสารหมาย

จ.9 ว่า หลังจากวันนั้นบัญชีของจำเลยทั้งสองก็ยังมีทั้งการถอนเงินจากบัญชีและการนำเงินเข้าบัญชี แสดงว่าทั้งสองฝ่ายตกลงจะให้มีการเดินสะพัดทางบัญชีกันต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา และแม้หลังจากวันที่ 30 กันยายน2528 แล้ว จะปรากฏตามการ์ดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันว่ามีเฉพาะการนำเงินเข้าบัญชีเพียงอย่างเดียว แต่ไม่มีการถอนเงินจากบัญชีอีกเลยก็ตาม เมื่อไม่ปรากฏว่ามีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาแก่อีกฝ่ายหนึ่งบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์จำเลยทั้งสองจึงยังไม่เลิกกันไปในวันที่จำเลยทั้งสองอ้างมาในฎีกาพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9223/2544

สัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีข้อ 2 กำหนดให้จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยเป็นรายเดือนทุกวันที่สิ้นสุดของเดือน หากจำเลยผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยก็มีข้อกำหนดไว้เป็นการเฉพาะในข้อ 3 ให้โจทก์มีสิทธินำดอกเบี้ยที่ค้างชำระทบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5887/2537

ตามข้อตกลงการฝากเงินบัญชีกระแสรายวันของธนาคารโจทก์ข้อ 10 ระบุว่า ในกรณีธนาคารได้ผ่อนผันจ่ายเงินไปก่อนด้วยเหตุใดก็ตาม ทั้งที่เงินฝากคงเหลือในบัญชีของข้าพเจ้ามีไม่พอจ่ายตามเช็คที่มาขอขึ้นเงิน ซึ่งตามปกต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5408/2537

แม้โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่ามีการโอนบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยจากสาขาใดไปสาขาใดเพราะเหตุใด และใครเป็นผู้สั่งให้โอนแต่จำเลยให้การว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่า เหตุใดจึงมีการโอนบัญชีและใครเป็นผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2534

สัญญาค้ำประกันการกู้เบิกเงินเกินบัญชีที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 ลงชื่อไว้ระบุว่าค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท และในบันทึก ต่ออายุสัญญาทั้งสองครั้งได้ระบุเท้าความถึงสัญญากู้เบิกเงิน เกินบัญชีที่จำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2222/2534

สัญญาเบิกเงินเกินบัญชีมิใช่สัญญากู้ยืมเงิน แต่เป็นสัญญาชนิดหนึ่งที่กฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้เบิกเงินเกินบัญชีมาแสดงจึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ฉะนั้น แม้สัญญาเบิกเงินเก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้