Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 280/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยว่าจ้างให้ ท. ขับรถยนต์บรรทุกของผู้ร้องบรรทุกช้าง2เชือก ผ่านบริเวณด่านกักสัตว์ จึงถูกจับกุมดำเนินคดีฐานไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ฯ มาตรา 4,34,49 ในชั้นร้องขอคืนของกลางจำเลยเบิกความเป็นพยานผู้ว่า จำเลยเป็นผู้ว่าจ้าง ท. เอง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นในการว่าจ้างบรรทุกช้างของจำเลย ซึ่งจำเลยเป็นพยานคนกลางไม่มีส่วนได้เสียกับการยึดรถยนต์บรรทุกของกลาง จึงมีน้ำหนักน่าเชื่อถือ อีกทั้งความผิดคดีนี้อยู่ที่จำเลยไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายช้าง หาใช่ความผิดอยู่ที่การเคลื่อนย้ายไม่ กรณีจึงเชื่อได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ต้องคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 33 ป.อ. มาตรา 36 ป.วิ.อ. มาตรา 227 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 มาตรา 4 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 มาตรา 34 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 มาตรา 4, 34, 49 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และริบรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 80-7282 สุรินทร์ ของกลางผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางที่ศาลชั้นต้นสั่งริบผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยฐานไม่มีใบอนุญาตขนย้ายช้าง 2 เชือก จากจังหวัดสุรินทร์เพื่อไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และยึดรถยนต์บรรทุกของกลางซึ่งมีผู้ร้องเป็นเจ้าของตามทะเบียนรถเอกสาร ร.1

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ ผู้ร้องเบิกความยืนยันว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ทราบมาก่อนว่า นายทองสุก เสรี ลูกจ้างผู้ร้องนำรถยนต์บรรทุกของกลางไปรับจ้างบรรทุกช้างซึ่งนายทองสุก เบิกความสนับสนุนว่า จำเลยเป็นผู้ว่าจ้างพยานเอง อีกทั้งจำเลยเบิกความเป็นพยานผู้ร้องประกอบคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนตามเอกสาร ร.ค.1 ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่าผู้ร้องมีส่วนรู้เห็นในการว่าจ้างบรรทุกช้างของจำเลย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า การจ้างบรรทุกช้างซึ่งเป็นสัตว์ใหญ่ เป็นระยะทางไกล และค่าจ้างบรรทุกจำนวนไม่น้อย ไม่เชื่อว่าผู้ร้องไม่ทราบ และผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางต้องเป็นผู้ตกลงว่าจ้างบรรทุกกับจำเลยผู้ว่าจ้างเอง

เห็นว่า จำเลยเป็นพยานคนกลางไม่มีส่วนได้เสียกับการยึดรถยนต์บรรทุกของกลางเบิกความในชั้นศาล และให้การในชั้นสอบสวนตามเอกสาร ร.ค.1 ก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่า ผู้ร้องรู้เห็นการว่าจ้างบรรทุกช้างของจำเลย น้ำหนักพยานปากนี้น่าเชื่อถือได้ อีกทั้งความผิดคดีนี้อยู่ที่จำเลยไม่มีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายช้าง หาใช่ความผิดอยู่ที่การเคลื่อนย้ายไม่ ฉะนั้นการที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีอาชีพรับจ้างบรรทุกสิ่งของและขนส่งสัตว์ผู้ร้องต้องทราบว่า การขนย้ายช้างนั้นต้องมีใบอนุญาตเคลื่อนย้ายด้วยนั้น น่าจะยังไม่ชอบด้วยเหตุผล จากข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยมาแล้วข้างต้นจึงเชื่อว่าผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัช ชลวร · อรพินท์ เศรษฐมานิต · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3649/2546

จำเลยทั้งสองนำรถจักรยานยนต์ของผู้ร้องไปขับแข่งกับกลุ่มวัยรุ่นในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงถูกจับกุมดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯก่อนที่จำเลยทั้งสองจะนำรถจักรยานยนต์ของผู้ร้องไปใช้ในการกระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2563

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยรวมทุกกระทงแล้วจำคุก 28 ปี 56 เดือน ตาม ป.อ. มาตรา 91 (3) แต่เมื่อโทษจำคุกแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2817/2562

เมื่อรถบรรทุกของกลางเป็นทรัพย์สินที่ผู้ร้องซื้อมาด้วยเงินที่ได้มาระหว่างสมรส ผู้ร้องกับจำเลยจึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวมกันคนละครึ่ง เมื่อจำเลยนำรถบรรทุกของกลางไปใช้ในการกระทำความผิดจนถูกศาลพิพากษาให้ริบไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12152/2558

คดีร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบนั้น ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องมีเพียงว่าศาลจะสั่งคืนอาวุธปืนของกลางให้แก่เจ้าของซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่เท่านั้นส่วนอา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้