Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 281/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องหาว่าจำเลยขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณประโยชน์ ได้บรรยายว่าที่สาธารณประโยชน์นั้นอยู่ตำบล อำเภอใด และวันเดือนปีที่จำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงาน อันเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิด อีกทั้งได้กล่าวถึงบุคคลและสิ่งที่เกี่ยวข้องพอสมควร เท่าที่จำเลยพอเข้าใจข้อหาได้แล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดีและหลงต่อสู้ จึงไม่เคลือบคลุม (จำเลยอ้างว่า ฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยบุกรุกเมื่อใด ที่ที่บุกรุกอยู่ตรงไหน เนื้อที่เท่าใดได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์เมื่อใด ประกาศให้ประชาชนทราบเมื่อใด ไม่ได้ประกาศในราชกิจจาฯ หรือออกเป็นพระราชกฤษฎีกา โจทก์ไม่เสนอประกาศมาพร้อมฟ้อง)ที่สำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1304(2) ทั้งเป็นมาไม่น้อยกว่า 50 ปี มีมาก่อนประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าฯ พ.ศ.2478 ไม่ต้องออกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามหรือสงวนแต่ประการใด ทางราชการจะประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่สารสำคัญฟ้องโจทก์กล่าวว่า ปลัดกิ่งอำเภอฯ ได้สั่งให้จำเลยรื้อถอนและออกจากที่สาธารณประโยชน์ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ย่อมเห็นได้ว่ามุ่งหมายเอาการสั่งของปลัดอำเภอเป็นสำคัญ ส่วนที่กล่าวถึงคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยนั้น เป็นแต่เพียงขยายความ จะถือว่าเมื่อปลัดอำเภอไม่ได้สั่งเองโดยลำพังแล้ว เท่ากับมิได้เป็นผู้สั่งหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.พ.พ. มาตรา 1304 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 122

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกเรือนอยู่ในที่สาธารณประโยชน์ซึ่งปลัดอำเภอหัวหน้ากิ่งอำเภอได้ขึ้นทะเบียนเป็นที่เลี้ยงปศุสัตว์และสัตว์พาหนะอันจัดไว้สำหรับราษฎรไปรวมเลี้ยงด้วยกัน ปลัดอำเภอได้สั่งให้จำเลยรื้อไปเสียตามคำสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ลงโทษจำเลยต่อสู้ว่า ที่พิพาทไม่ใช่ที่สาธารณ เดิมเป็นของบิดาจำเลย ๆ ครอบครองมาด้วยกันกับที่มีโฉนด ต่อมาบิดายกให้จำเลย ๆ รับช่วงครอบครองมาเป็นเวลา 34 ปีแล้ว จำเลยไม่เคยทราบประกาศและคำสั่งประกาศและขึ้นทะเบียนแปรสภาพที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์ หากประกาศจริงก็ทำภายหลัง จำเลยครอบครองและฟ้องโจทก์เคลือบคลุมศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม แต่คำสั่งให้จำเลยรื้อเรือนออกจากที่พิพาทเป็นคำสั่งไม่ชอบ โดยที่รัฐบาลยังมิได้ออกประกาศหวงห้ามหรือสงวนที่พิพาท

จำเลยจึงยังไม่มีความผิดโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องไม่เคลือบคลุม (จำเลยยกขึ้นในคำแก้อุทธรณ์)ที่พิพาทเป็นที่สาธารณประโยชน์สำหรับพลเมืองใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) อันมีมาก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าฯพ.ศ. 2478 จึงไม่ต้องออกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามดังฎีกาที่ 1044/2497 จำเลยทราบคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตามจึงมีความผิดจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้จำเลยออกไปจากที่สาธารณประโยชน์โดยหาว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปปลูกเรือนอยู่ อันเป็นที่ซึ่งราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน ได้บรรยายว่าที่ที่จำเลยบุกรุกอยู่ตำบลอำเภอใด วันเดือนปีที่จำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานด้วย อันเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับวันเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำผิดอีกทั้งได้กล่าวถึงบุคคลและสิ่งที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จำเลยพอเข้าใจข้อหาได้แล้ว ไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ ฟ้องไม่เคลือบคลุมข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นที่สำหรับราษฎรใช้เลี้ยงสัตว์ร่วมกันอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(2) ทั้งเป็นมาไม่น้อยกว่า 50 ปี ซึ่งมีมาก่อนประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าฯพ.ศ. 2478 จึงไม่ต้องออกพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามหรือสงวนแต่ประการใด

การที่ทางราชการจะประกาศขึ้นทะเบียนเป็นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่จึงไม่ใช่สารสำคัญฟ้องโจทก์กล่าวไว้ว่า ร.ต.ดัด ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอวัดเพลงและนายมณี ปลัดอำเภอฯ ได้สั่งให้จำเลยรื้อถอนและออกจากที่สาธารณประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ดังนี้เห็นได้ว่า มุ่งหมายเอาการสั่งของปลัดอำเภอเป็นสำคัญ ส่วนที่ กล่าวถึงคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยนั้นเป็นเพียงการขยายความว่าเป็นการสั่งตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดอีกทอดหนึ่งเท่านั้น จะถือว่าเมื่อปลัดอำเภอไม่ได้สั่งเองโดยลำพังแล้ว เท่ากับมิได้เป็นผู้สั่งหาได้ไม่ ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าปลัดกิ่งอำเภอวัดเพลงซึ่งมีฐานะเป็นผู้แทนนายอำเภอมีอำนาจสั่งจำเลยให้รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่พิพาทจึงมิใช่นอกฟ้องนอกประเด็นพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สำราญ ศิริพันธ์ · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 699740)

เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิที่ดินมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ ตาม ป.ที่ดิน มาตรา 2 และแม้หากที่ดินพิพาทจะพ้นจากการเป็นที่ชายตลิ่งไปโดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5541/2545

คณะกรรมการหมู่บ้านซื้อที่ดินพิพาทเพื่อให้ราษฎรในหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันที่ดินพิพาทตกเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คณะกรรมการหมู่บ้านจึงไม่สามารถนำออกขายให้โจทก์ได้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7590/2543

ความในมาตรา 8 แห่ง ป.ที่ดิน หมายถึง ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือทรัพย์สินของแผ่นดินโดยทั่ว ๆ ไป ซึ่งถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น จึงให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่จะดูแลรักษาและดำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2536

สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น กฎหมายไม่บังคับว่าต้องขึ้นทะเบียน เพราะจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ ย่อมเป็นไปตามสภาพของที่ดินนั้นเองว่าเป็นทรัพย์สินเพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2510 (เลขอ้างอิง 34665)

ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอเป็นผู้มีหน้าที่รักษาที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน มีสิทธิและหน้าที่อย่างเดียวกันตามกฎหมายในเรื่องที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกับนายอำเภอไม่มีฐานะต่างกันเดิม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้