Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2820/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท ซ. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศจำเลยได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์แทนบริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นนายจ้างเพื่อส่งโจทก์ไปทำงานที่ต่างประเทศ จำเลยย่อมอยู่ในฐานะเป็นนายจ้างด้วย การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดหาคนงานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 หาทำให้ฐานะของจำเลยเปลี่ยนไปโดยไม่เป็นนายจ้างของโจทก์ตามกฎหมายไม่เมื่อบริษัท ซ. ผิดสัญญาไม่สามารถให้จำเลยทำงานต่อไปจนครบกำหนดตามสัญญาและโจทก์มาฟ้องจำเลยซึ่งอยู่ในฐานะเป็นนายจ้างด้วยเพื่อเรียกเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่ให้จำเลยไปคืน จึงเป็นคดีพิพาทและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 8(1) อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทไซเพม เอจี จำกัดซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในการจัดหาคนงานไปทำงานต่างประเทศจำเลยได้ทำสัญญาจัดหางานและสัญญาปฏิบัติงานแทนบริษัทดังกล่าวจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างไปทำงานที่ต่างประเทศ ต่อมาในระหว่างที่ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาการจ้างบริษัทนายจ้างได้เลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุว่าหมดงานแล้ว เป็นการผิดสัญญาทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยในฐานะตัวแทนของบริษัทดังกล่าวและในฐานะส่วนตัวต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้พิพากษาให้จำเลยใช้เงินรวมทั้งสิ้น 45,831 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างของจำเลยเนื่องจากจำเลยเป็นเพียงได้รับมอบอำนาจจากบริษัทไซเพม เอจี จำกัดซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ให้เป็นผู้แทนในการจัดส่งคนงานไปทำงานต่างประเทศศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 12,500 บาทแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาจัดหางานเพื่อให้คนงานไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งจำเลยทำกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 แผ่นแรก มีข้อความระบุไว้ที่ตอนต้นของสัญญาว่า"สัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศตามมาตรา 23และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2528" เป็นสัญญาจัดหางานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2518 มิใช่เป็นสัญญาจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 ที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายคืนเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 โดยตรงมิใช่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานโจทก์จะนำคดีมาฟ้องยังศาลแรงงานไม่ได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางว่า จำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทไซเพม เอจี จำกัด ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยได้ทำสัญญาว่าจ้างโจทก์แทนบริษัทดังกล่าวซึ่งเป็นนายจ้าง เพื่อส่งโจทก์ไปทำงานที่ต่างประเทศ เห็นว่า ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 ได้ให้ความหมายของคำว่า "นายจ้าง" ไว้ว่า หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง เมื่อจำเลยเป็นตัวแทนผู้ได้รับมอบหมายจากบริษัทไซเพม เอจี จำกัด ผู้เป็นนายจ้างให้ทำสัญญาจ้างโจทก์ไปทำงานกับริษัทดังกล่าว จำเลยจึงอยู่ในฐานะเป็นนายจ้างด้วย

การที่จำเลยได้รับอนุญาตให้เป็นผู้จัดกาคนงานตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ก็หาทำให้ฐานะของจำเลยเปลี่ยนไปโดยไม่เป็นนายจ้างของโจทก์ตามกฎหมายไม่เมื่อบริษัทไซเพม เอจี จำกัด ผิดสัญญาไม่สามารถให้จำเลยทำงานต่อไปจนครบกำหนดตามสัญญา และโจทก์มาฟ้องจำเลยซึ่งอยู่ในฐานะเป็นนายจ้างด้วยเพื่อเรียกเงินค่าบริการและค่าใช้จ่ายที่ให้จำเลยไปคืน จึงเป็นคดีพิพาทด้วยสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงาน หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8 (1)อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นจำเลยอุทธรณ์อีกข้อหนึ่งว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 824 บัญญัติว่า

"ตัวแทนคนใดทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ ท่านว่าตัวแทนคนนั้นจะรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง แม้ทั้งชื่อของตัวการจะได้เปิดเผยแล้ว เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน" ซึ่งเมื่อพิจารณาสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศและสัญญาจ้างแรงงานตามเอกสารหมาย จ.1และ จ.2 แล้ว ตามสัญญาข้อ 20 มีข้อความว่า "หากมีกรณีพิพาทใด ๆอันเกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับสัญญาฉบับนี้ ให้ส่งเรื่องเพื่อการประนีประนอมการชี้ขาดตามครรลองของกฎหมายแรงงานในประเทศนั้น ๆการตัดสินชี้ขาดให้ถือว่าสิ้นสุดและมีผลบังคับผูกพันคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย" อันเป็นเงื่อนไขให้มีการตีความตามกฎหมายของประเทศนั้นซึ่งหมายถึงประเทศที่โจทก์ไปทำงาน

จากข้อสัญญาดังกล่าวถือได้ว่าตัวการมีเจตนาที่จะให้สัญญามีผลผูกพันตัวการโดยตรง มิได้มีเจตนาจะให้จำเลยในฐานะตัวแทนรับผิดตามสัญญาด้วย ข้อความในสัญญาจึงแย้งกับความรับผิดของตัวแทน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดในฐานะส่วนตัว ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้ออุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าว เป็นข้อที่จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12353/2558

ในกรณีที่นายจ้างไม่พอใจคำสั่งเป็นหนังสือของเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมที่ให้ยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์สินของนายจ้างซึ่งไม่นำส่งเงินสมทบหรือเงินเพิ่ม หรือนำส่งจำนวนไม่ครบ อันเป็นการสั่งตาม พ.ร.บ.ปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13577/2557

แม้ตามสัญญาจ้างตกลงเรื่องการใช้สิทธิทางศาลว่า หากเกิดข้อพิพาทขึ้นจะต้องฟ้องต่อศาลในประเทศกาตาร์ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยใช้เงินจำนวนต่าง ๆ อันเนื่องมาจากการที่จำเลยถูกเลิกจ้างโดยไม่ชอบ เป็นค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13522/2557

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง และขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยไม่จ่ายค่าจ้างและเบี้ยเลี้ยงในระหว่างพักงานแก่โจทก์ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินโดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้