Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2825/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ปัญหามีว่าวันออกเช็คหรือวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนด ผู้ออกเช็คมีเงินในบัญชีที่ธนาคารพอจ่ายตามเช็คหรือไม่ เป็นข้อสำคัญแห่งคดีเพราะเป็นเหตุที่ทำให้การกระทำเป็นความผิดโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบว่าวันดังกล่าวจำเลยมีเงินในบัญชีที่ธนาคารไม่พอจ่ายตามเช็คพิพาทคดีจึงจะลงโทษจำเลยได้การที่โจทก์กับจำเลยตกลงเลื่อนกำหนดวันนำเช็คไปยื่นขอรับเงินจากธนาคารเป็นวันอื่น ซึ่งไม่ใช่วันออกเช็คโดยมิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขวันออกเช็คใหม่ ไม่ทำให้หน้าที่นำสืบของโจทก์เปลี่ยนแปลง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 4ให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามฟ้องโจทก์และจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์มิได้นำสืบว่าในวันออกเช็คบัญชีของจำเลยที่ 1 ปิดแล้วหรือไม่ คดีของโจทก์จึงขาดสาระสำคัญของความผิดลงโทษจำเลยที่ 4 ไม่ได้และเหตุดังกล่าวเป็นเหตุในลักษณะคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาให้มีผลกับจำเลยที่ 1ถึงที่ 3 ซึ่งไม่ได้อุทธรณ์ได้พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ทั้งหมดโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ 4ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า จำเลยที่ 1โดยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในเช็คแทนจำเลยที่ 1 ได้ออกเช็คของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาบางยี่ขันจำนวน 4 ฉบับ ลงวันที่ล่วงหน้าต่าง ๆ กัน มอบให้แก่โจทก์เป็นการชำระหนี้ คือ ฉบับแรกเช็คลงวันที่ 27 สิงหาคม 2526จำนวนเงิน 30,828 บาท ฉบับที่สองลงวันที่ 29 สิงหาคม 2526จำนวนเงิน 40,922 บาท ฉบับที่สามลงวันที่ 8 กันยายน 2526จำนวนเงิน 55,440 บาท และฉบับที่สี่ลงวันที่ 9 กันยายน 2526จำนวนเงิน 43,575 บาท

ปรากฏตามเช็คเอกสารหมาย จ.1 ถึง จ.4ต่อมาวันที่ 27 มกราคม 2527 โจทก์นำเช็คทั้ง 4 ฉบับเข้าบัญชีที่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงินตามเช็ค แต่ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเพราะบัญชีของจำเลยที่ 1 ปิดแล้ว ปรากฏตามใบคืนเช็คเอกสารหมาย จ.5 ถึง จ.8 ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยที่ 4ได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า กรณีที่โจทก์กับจำเลยตกลงกันให้โจทก์นำเช็คไปยื่นขอรับเงินจากธนาคารในวันอื่นซึ่งไม่ใช่วันออกเช็คนั้น โจทก์ไม่ต้องนำสืบว่าวันออกเช็คพิพาทนั้นจำเลยที่ 1 มีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็คหรือไม่ หรือบัญชีของจำเลยที่ 1 ปิดแล้วหรือไม่ เพราะไม่ใช่สาระสำคัญซึ่งเป็นองค์ประกอบของความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

พ.ศ. 2497 มาตรา 3 แต่อย่างไรก็ตาม ปัญหาข้อนี้โจทก์ได้นำสืบไว้ว่าในวันที่จำเลยที่ 4 โทรศัพท์ขอเลื่อนการนำเช็คไปยื่นขอรับเงินจากธนาคารเป็นวันที่ 27 มกราคม 2527 นั้นจำเลยที่ 4 ให้เหตุผลว่าจำเลยที่ 1 มีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็คและจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ก็เบิกความยอมรับข้อนี้ไว้แล้วทั้งนางสาวนพวรรณ จิตตะวณิช สมุห์บัญชีของธนาคารกรุงเทพ จำกัดสาขาบางยี่ขัน ก็เบิกความยืนยันว่าจำเลยที่ 1 ปิดบัญชีเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2526 ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันออกเช็คพิพาทจำเลยที่ 1 มีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็ค จำเลยที่ 4 จึงมีความผิดตามฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ปัญหาที่ว่าวันออกเช็คหรือวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนดนั้น ผู้ออกเช็คมีเงินในบัญชีที่ธนาคารพอจ่ายตามเช็คหรือไม่ เป็นข้อสำคัญแห่งคดีเพราะเป็นเหตุที่ทำให้การกระทำเป็นความผิด โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบว่าวันดังกล่าวจำเลยที่ 1มีเงินในบัญชีที่ธนาคารไม่พอจ่ายตามเช็คพิพาท คดีจึงจะลงโทษจำเลยที่ 4 ได้ การที่โจทก์กับจำเลยตกลงเลื่อนกำหนดวันนำเช็คไปยื่นขอรับเงินจากธนาคารเป็นวันอื่น ซึ่งไม่ใช่วันออกเช็คโดยมิได้เปลี่ยนแปลงแก้ไขวันออกเช็คใหม่ไม่ทำให้หน้าที่นำสืบของโจทก์เปลี่ยนแปลง ส่วนข้อเท็จจริงนั้นปรากฏว่านายทวี ฉัตรธิรักษ์พยานโจทก์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ก็เบิกความเพียงว่า ก่อนที่เช็คพิพาทฉบับแรกถึงกำหนด

จำเลยที่ 4 ได้โทรศัพท์แจ้งพยานขอเลื่อนการนำเช็คไปยื่นขอรับเงินจากธนาคารเป็นวันที่27 มกราคม 2527 โดยอ้างว่าวันดังกล่าวจึงจะเบิกเงินเกินบัญชีจากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ได้ พยานมิได้เบิกความเลยว่าจำเลยที่ 4 อ้างเหตุผลว่าเป็นเพราะจำเลยที่ 1 มีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็คดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาไม่ ส่วนกรณีที่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ 1 ได้ปิดบัญชีที่ธนาคารเมื่อวันที่13 ตุลาคม 2526 ซึ่งเป็นเวลาหลังจากเช็คพิพาทฉบับสุดท้ายครบกำหนดแล้วประมาณ 1 เดือนนั้น ไม่พอฟังว่าวันออกเช็คพิพาทหรือวันที่เช็คพิพาทถึงกำหนด จำเลยที่ 1 มีเงินในบัญชีไม่พอจ่ายตามเช็คพิพาท คดีจึงลงโทษจำเลยที่ 4 ไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4046/2540

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2534 โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์2535 หลังจาก พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534ใช้บัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2753/2540

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าโจทก์ทั้งสองออกเช็คพิพาทให้ ส. ยึดถือไว้แทนสัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์ที่1กู้ยืมเงินไปจาก ส. แต่จำเลยเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีอาญาที่ ส. ฟ้องโจทก์ทั้งสองเป็นจำเลยในข…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3098/2539

ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ช.16090/2538ของศาลชั้นต้นจำเลยฟ้องว่าโจทก์ออกเช็คจำนวนเงิน50,000บาทนำมาแลกเงินสดจากจำเลยต่อมาธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินการกระทำของโจทก์เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3066/2539

จำเลยออกเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เป็นค่าวางมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินซึ่งจำเลยเป็นผู้จะซื้อที่ดินจากโจทก์สัญญาดังกล่าวมีข้อความข้อหนึ่งว่าสัญญาจะสมบูรณ์ต่อเมื่อเงินค่าวางมัดจำตามเช็คที่ผู้จะซื้อได้สั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7068/2538

แม้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์พิมพ์ชื่อจำเลยผิดพลาดก็ตามแต่เนื้อหาของคำพิพากษาก็วินิจฉัยถึงความผิดของจำเลยผู้ออกเช็คตามที่โจทก์ฟ้องและวินิจฉัยตามประเด็นที่จำเลยยกมาอุทธรณ์กรณีหามีผลทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ดัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้