Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญากู้ 5 ฉบับ รวมจำนวนเงินตามสัญญากู้ทั้งหมด 33,500 บาท จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ 4,000 บาท ตามสัญญากู้ฉบับที่ 5 เท่านั้น สัญญากู้ 4 ฉบับแรกไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์เฉพาะสัญญากู้ฉบับที่ 5 ฉบับเดียวเป็นเงิน 4,000 บาท ตามข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ 1 ถึงที่ 4 รวม 4 ฉบับ เป็นเงินรวม 29,500 บาท ด้วยซึ่งเป็นเงินจำนวนมาก ทั้งเป็นการแก้ข้อสำคัญที่จำเลยชนะในศาลชั้นต้นให้แพ้ทั้งหมด จึงเป็นการแก้ไขมากไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎมหายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยตามหนังสือสัญญากู้ ๕ ฉบับ รวมเป็นต้นเงินทั้งหมด ๓๓,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยที่ค้างถึงวันฟ้อง ๑๔,๕๒๗ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปีจากเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์ ๖,๕๐๐ บาท ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ คิดผลประโยชน์ร้อยละ ๒๔ ต่อปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญากู้หรือมีการชำระหนี้บางส่วน จึงเอาหนี้ที่คงค้างชำระอยู่มาทำสัญญากู้กันไว้ใหม่คือสัญญากู้ฉบับที่ ๒ ถึงที่ ๕ ความจริงจำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ ๔,๐๐๐ บาท ตามหนังสือสัญญากู้ฉบับที่ ๕ เท่านั้น สัญญากู้ ๔ ฉบับแรกไม่มีมูลหนี้ต่อกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันกู้เงินตามสัญญากู้ฉบับสุดท้ายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระหนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ ถึงที่ ๔ รวม ๔ ฉบับ เป็นเงินรวม ๒๙,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ฯลฯ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้หนี้โจทก์เฉพาะสัญญากู้ฉบับที่ ๕ ฉบับเดียวเป็นเงิน ๔,๐๐๐ บาท ตามข้อต่อสู้ของจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยชนะคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้หนี้โจทก์ตามสัญญากู้ฉบับที่ ๑ ถึงที่ ๔ รวม ๔ ฉบับ เป็นเงินรวม ๒๙,๕๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากทั้งเป็นการแก้ข้อสำคัญที่จำเลยชนะในศาลชั้นต้นให้แพ้ทั้งหมด จึงเป็นการแก้ไขมากไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคแรก ฯลฯ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุศล บุญยืน · ปรีชา สุมาวงศ์ · สุวรรณพ กองวารี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครปฐม - นายจุมพล ณ สงขลา
ศาลอุทธรณ์ - นายสกุล เศรษฐสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้