Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานตามมาตรา34(4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯนั้น คณะกรรมการฯ มีอำนาจดำเนินการชี้ขาดกำหนดอัตราค่าครองชีพหรือกำหนดเงินช่วยเหลือครอบครัวกรณีที่พนักงานเสียชีวิต อันเป็นข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้างได้เมื่อข้อบังคับสหภาพแรงงานกำหนดว่า การประชุมใหญ่วิสามัญหมายถึงการประชุมที่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ ดังนี้ แม้จะปรากฏว่ามีการปลอมลายมือชื่อของสมาชิกบางคนในหนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญ แต่จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อในหนังสือดังกล่าวที่เหลือนอกจากนั้นก็มีจำนวนเกิน 50 คน และไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกทั้งหมด สหภาพแรงงานจึงชอบที่จะเปิดประชุมใหญ่วิสามัญได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มีคำสั่งในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชี้ขาดให้โจทก์จ่ายเงินค่าครองชีพให้ลูกจ้างเพิ่มขึ้น กับให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือกรณีลูกจ้างเสียชีวิตโจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เป็นผู้กำหนดอัตราค่าครองชีพ ค่าช่วยเหลือกรณีลูกจ้างถึงแก่ความตายได้ นอกจากนี้ข้อเรียกร้องอันเป็นที่มาของคำชี้ขาดนั้น สหภาพแรงงานสายไฟฟ้าบางกอกเคเบิ้ลไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ หนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานฯ นัดประชุมและยื่นข้อเรียกร้องต่อโจทก์นั้น มีสมาชิกไม่ครบจำนวนตามที่กฎหมายกำหนด ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์

จำเลยให้การว่า คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ มาตรา 35 (4) ย่อมมีอำนาจดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ตามมาตรา 41 (2) ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างของสหภาพแรงงานฯ ได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการตามมติของที่ประชุมใหญ่ซึ่งมีสมาชิกมาประชุมครบจำนวนตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ จำเลยรับฟังพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายโดยชอบแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานระหว่างโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างก็โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 34 (4) แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ฯ ฉะนั้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จึงมีอำนาจดำเนินการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานได้ตามมาตรา 41 (2) ซึ่งคำว่า "ข้อพิพาทแรงงาน" ตามมาตรา 5หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และคำว่า 'สภาพการจ้าง' หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน ข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานฯ ที่ให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือค่าครองชีพนั้น

ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าจ้างกับที่ขอให้โจทก์จ่ายเงินช่วยเหลือครอบครัวของพนักงานที่เสียชีวิต เป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสวัสดิการและประโยชน์อื่นของลูกจ้างอันเกี่ยวกับการทำงาน จึงเป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้าง เมื่อโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างไม่อาจตกลงกันได้ในข้อเรียกร้องเกิดเป็นข้อพิพาทแรงงานขึ้นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็ย่อมมีอำนาจที่จะกำหนดอัตราค่าครองชีพ หรือกำหนดเงินช่วยเหลือครอบครัวกรณีที่พนักงานเสียชีวิต อันเป็นการชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานระหว่างโจทก์กับสหภาพแรงงานฯ และลูกจ้างของโจทก์ได้ตามกฎหมาย คดีได้ความว่ามีผู้ลงชื่อท้ายหนังสือเรียกร้องให้สหภาพแรงงานฯ เปิดการประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อขอมติในการยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างจำนวน 104 ชื่อ

มีการปลอมลายมือชื่อนายหนูนาและนายทวี สหภาพแรงงานฯ มีสมาชิกทั้งหมด 228 คน ตามข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ กำหนดว่า 'การประชุมใหญ่วิสามัญหมายถึงการประชุมที่สมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน ลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ ฯลฯ" ดังนี้ แม้จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อในหนังสือเรียกร้องจะปรากฏว่ามีการปลอมลายมือชื่อสมาชิกบางคน แต่จำนวนสมาชิกที่ลงชื่อที่เหลือนอกนั้นก็มีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดตามข้อบังคับ สหภาพแรงงานฯ จึงชอบที่จะร้องขอให้เปิดประชุมใหญ่เพื่อขอมติในการยื่นข้อเรียกร้องเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · วรา ไวยหงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6942/2550

โจทก์ฟ้องต่อศาลแรงงานกลางขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ที่ 3/2545 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2545 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ 11/2545 เรื่อง บริษัท บ. อุทธรณ์ค…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2546 (เลขอ้างอิง 112368)

คำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมที่สั่งตามมาตรา 35 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ให้ลูกจ้างของผู้ร้องที่นัดหยุดงานกลับเข้าทำงาน ให้ผู้ร้องซึ่งสั่งปิดงานให้เปิดงานและรับลูกจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้