Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2839/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ลูกจ้างเข้าทำงานกะบ่ายตั้งแต่เวลา 15 นาฬิกา ซึ่งจะ ต้องทำงานจนถึงเวลา 23 นาฬิกา แต่เวลา 22.55 นาฬิกา ลูกจ้างออกไปนอกบริษัทนายจ้างโดยไม่มีบัตรผ่าน และไม่ได้ขออนุญาตผู้บังคับบัญชาก่อนแล้วกลับเข้ามาปั๊มบัตรลงชื่อเลิกงานตามกะ ดังนี้ลูกจ้างไม่ทำงานให้นายจ้างเพียง 5 นาที การปั๊มบัตรลงชื่อทำงานเต็มเวลา 8 ชั่วโมงนั้น เกิดโทษแก่บริษัทนายจ้างน้อยมาก ยังไม่พอถือว่าลูกจ้างทำการทุจริตต่อหน้าที่และยังไม่เป็นการกระทำผิดทางอาญาแก่นายจ้าง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 47 (1) แม้ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ 47 (3) มิได้กำหนดว่าคำตักเตือนเป็นหนังสือมีระยะเวลานานเท่าใดจึงจะหมดอายุหรือระยะเวลานานเท่าใด จึงจะเป็นระยะเวลาที่นานเกินสมควรที่ไม่สามารถนำมาเป็นเหตุในการเลิกจ้างโดยไม่ ต้องจ่ายค่าชดเชยแต่ก็ไม่หมายความว่าเมื่อนายจ้าง ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว คำตักเตือนนั้นจะมีผลอยู่ตลอดไปหากลูกจ้างรู้สำนึกตัวและปรับปรุงแก้ไขการทำงานการประพฤติ ตัวของตนแล้วคำตักเตือนนั้นก็ควรสิ้นผลไปและการพิจารณาว่าระยะเวลาคำตักเตือนเป็นหนังสือกับการฝ่าฝืน ข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างครั้งหลัง เป็นระยะเวลาเนิ่นนานหรือไม่เพียงใดนั้นจะต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไป โจทก์ออกไปนอกบริเวณโรงงานเพื่อซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าโรงงานเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2526 เป็นเวลา 10 นาทีและได้รับคำเตือนเป็นหนังสือแล้วต่อมาโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับฯ อีก ในวันที่ 16 เมษายน 2527 โดยออกจากบริเวณโรงงานก่อนครบกำหนดกะทำงาน 5 นาทีดังนี้เมื่อพิจารณาถึงเหตุที่ โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ความเสียหายการงานของบริษัทจำเลย ซึ่งเป็นนายจ้างและระยะเวลาของคำตักเตือนเป็นหนังสือครั้งแรกกับการกระทำผิดครั้งนี้แล้วถือว่าคำตักเตือนนั้นมีอายุเนิ่นนานเกินสมควรที่จะนำมาพิจารณาสำหรับการเลิกจ้างในการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ครั้งหลัง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๒๗ จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอ้างว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานอย่างร้ายแรง ทุจริตต่อหน้าที่ ละทิ้งหน้าที่ออกจากบริเวณโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และทำให้จำเลยได้รับความเสียหายซึ่งไม่เป็นความจริง การเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ไม่จ่ายค่าชดเชยและจำเลยมิได้จัดให้โจทก์มีเวลาพักระหว่างทำงาน จึงต้องจ่ายค่าจ้างหรือค่าเสียหายแก่โจทก์วันละ ๑ ชั่วโมง ตามอัตราค่าจ้างนั้น ๆ ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ค่าจ้างหรือค่าเสียหายที่ไม่ได้จัดให้โจทก์มีเวลาพัก พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง

จำเลยให้การว่า เมื่อวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ละทิ้งหน้าที่หลบหนีออกนอกบริเวณโรงงาน แล้วกลับเข้ามาปั๊มบัตรลงเวลาเลิกงานและลงชื่อเลิกงานเมื่อเวลาประมาณ ๒๓.๑๐ นาฬิกา ด้วยอาการมึนเมาสุรา เป็นการทำผิดวินัยข้อบังคับของจำเลยอย่างร้ายแรง เป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้างโจทก์ได้กระทำความผิดเดียวกันนี้มาก่อนแล้วเมื่อวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๖ และถูกจำเลยตักเตือนเป็นหนังสือ โจทก์มากระทำผิดซ้ำอีกเป็นการฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๑) และ (๓) จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าจึงไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชยค่าเสียหายอันเกิดแต่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม การทำงานของโจทก์จำเลยได้จัดให้ลูกจ้างสับเปลี่ยนหยุดงานได้ซึ่งรวมแล้วเป็นเวลาหยุดพักเกิน ๑ ชั่วโมงโจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างหรือค่าเสียหายในส่วนนี้ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยในข้อที่ไม่ร้ายแรง จึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๑๓,๘๖๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเลิกจ้าง ให้ยกคำขออื่น

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางฟังมาได้ความว่าโจทก์ทำงานตั้งแต่เข้ากะเมื่อเวลา ๑๕ นาฬิกาแล้วทำงานตลอดเวลา เพิ่งออกนอกบริเวณโรงงานเมื่อ ๒๒.๕๕ นาฬิกา แล้วกลับเข้ามาปั๊มบัตรลงชื่อเลิกจ้างตามกะโดยไม่มีอาการมึนเมาสุรา ข้อเท็จจริงดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ทำงานให้แก่จำเลยมาแล้วถึง ๗ ชั่วโมง ๕๕ นาที ไม่ทำงานให้จำเลยเพียง ๕ นาที การปั๊มบัตรลงชื่อว่าทำงานเต็มเวลา ๘ ชั่วโมง เป็นข้อที่เกิดคุณแก่โจทก์ เกิดโทษแก่จำเลยน้อยนัก ยังไม่พอจะถือว่าโจทก์ประพฤติชั่วคดโกง อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ตามที่จำเลยอุทธรณ์ และการปั๊มบัตรลงชื่อเลิกงานตามที่กล่าวข้างต้น แม้ไม่ตรงต่อความจริงแต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นการกระทำผิดทางอาญาฐานใดแก่จำเลยผู้เป็นนายจ้างอันต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๑) ที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า การกระทำของโจทก์ในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๒๖ ที่ออกนอกบริเวณโรงงานในเวลาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยและจำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ที่โจทก์กลับมากระทำผิดออกนอกบริเวณโรงงานในเวลาทำงานโดยมิได้รับอนุญาตซ้ำอีกในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๗ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์เสียได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๗ (๓) กำหนดว่า หากลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว นายจ้างย่อมเลิกจ้างเสียได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามความในตอนต้นของข้อ ๔๗ จริงอยู่ ประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๗ (๓)

มิได้กำหนดว่าคำตักเตือนเป็นหนังสือมีระยะเวลานานเท่าใดจึงจะหมดอายุหรือระยะเวลานานเท่าใดจึงจะเป็นระยะเวลาที่นานเกินสมควรที่จะนำมาเป็นเหตุในการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแต่ก็ไม่อาจแปลได้ว่า เมื่อนายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว คำตักเตือนนั้นจะมีผลอยู่ตลอดไป จนไม่มีระยะเวลาสิ้นสุดหากจะแปลประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๔๗ (๓) ว่า คำตักเตือนเป็นหนังสือมีผลอยู่ตลอดไปไม่มีเวลาสิ้นสุดตราบเท่าที่ลูกจ้างทำงานอยู่ตามที่จำเลยอุทธรณ์แล้วลูกจ้างก็ย่อมจะขาดความคุ้มครอง เพราะเมื่อลูกจ้างได้รับคำตักเตือนเป็นหนังสือจนมีสติ รู้สำนึกตัวแล้วได้ปรับปรุงแก้ไขการทำงาน การประพฤติตัวถูกต้องตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานแล้ว

ความผิดที่ไม่ร้ายแรงนั้นก็ควรได้รับการอภัย และคำตักเตือนก็ควรสิ้นผล จำเลยอุทธรณ์อีกประการหนึ่งว่า การที่โจทก์ได้รับคำตักเตือนเป็นหนังสือเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๒๖ แล้วมาฝ่าฝืนข้อบังคับฯ อีกในวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๒๗ ก็ไม่เป็นเวลาที่เนิ่นนานเกินสมควร เห็นว่า การพิจารณาระยะเวลาคำตักเตือนเป็นหนังสือกับการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างครั้งหลังว่าเป็นระยะเวลาเนิ่นนานหรือไม่ เพียงใด นั้นจะต้องพิจารณาตามพฤติการณ์เป็นเรื่อง ๆ ไป เฉพาะคดีนี้ได้ความตามเอกสารหมาย ล.๒ ว่า เมื่อเวลา ๑๒ นาฬิกา โจทก์ออกนอกบริเวณโรงงานเพื่อไปซื้อก๋วยเตี๋ยวเนื้อหน้าโรงงานเป็นเวลาเพียง ๑๐ นาที

สำหรับการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ครั้งที่เกิดเหตุนี้โจทก์ออกจากบริเวณโรงงานก่อนครบกำหนดกะเพียง ๕ นาที เมื่อได้พิจารณาถึงเหตุที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ความเสียหายการงานของจำเลยอันเป็นผลจากการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ และระยะเวลาของคำตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับศาลแรงงานกลางว่าคำตักเตือนนั้นมีอายุเนิ่นนานเกินสมควรที่จะนำมาเป็นข้อพิจารณา สำหรับการเลิกจ้างในการฝ่าฝืนข้อบังคับฯ ครั้งหลัง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จุนท์ จันทรวงศ์ · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · เสนอ ศรนิยม
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้