Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2859/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ลูกจ้างแจ้งความชำนาญหรือความถนัดของตนในการสมัครงานและนายจ้างมีคำสั่งรับเข้าทำงานในแผนกใดแล้ว ไม่เป็นการผูกพันนายจ้างที่จะต้องให้ลูกจ้างทำงานในแผนกนั้นตลอดไปหากต่อมามีความจำเป็น มีความเหมาะสม นายจ้างมีอำนาจย้ายลูกจ้างไปทำงานในแผนกอื่นในบริษัทเดียวกันโดยลูกจ้างคงได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิมได้โจทก์ไม่สามารถเข้ากันได้กับผู้บังคับบัญชา จำเลยผู้เป็นนายจ้างมีอำนาจย้ายโจทก์ไปทำงานในแผนกใหม่เพื่อความเหมาะสมได้ และโจทก์มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์ฝ่าฝืนคำสั่งโดยไม่ยอมลงชื่อทราบคำสั่ง ไม่ไปรายงานตัวเพื่อทำงานในแผนกใหม่ และจำเลยได้ออกคำเตือนเป็นหนังสือมากกว่า 3 ครั้งแล้วจำเลยจึงมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย การเลิกจ้างดังกล่าวไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและจำเลยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสี่เป็นลูกจ้างจำเลย ทำงานแผนกบัญชีโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ จำเลยได้มีคำสั่งย้ายโจทก์ที่ 1, 2, 3 ไปเป็นพนักงานเช็คเกอร์ แผนกแม่บ้านย้ายโจทก์ที่ 4 ไปเป็นพนักงานรักษาเวลา แผนกบุคคล อันเป็นการกลั่นแกล้งโจทก์ ไม่ชอบด้วยข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและกฎหมาย โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยจึงได้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสี่

จำเลยให้การว่า จำเลยมีอำนาจย้ายโจทก์ทั้งสี่ได้ เมื่อโจทก์ทราบคำสั่งย้ายแล้วไม่ไปรายงานตัวและทำงานตามหน้าที่ใหม่จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและขัดคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของผู้บังคับบัญชา จำเลยได้เตือนโจทก์เป็นหนังสือหลายครั้งแล้วโจทก์ก็ยังไม่เข้ารายงานตัวเพื่อทำงาน จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและมิใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ทั้งสี่แจ้งความชำนาญหรือความถนัดของตนในการสมัครงาน และจำเลยมีคำสั่งรับโจทก์เข้าทำงานในแผนกใดแล้วไม่เป็นการผูกพันจำเลยที่จะต้องให้โจทก์ทำงานอยู่ในแผนกนั้นตลอดไป หากต่อมามีความจำเป็นมีความเหมาะสมที่จำเลยจะย้ายโจทก์ทั้งสี่ไปทำงานในแผนกอื่นในบริษัทเดียวกันโดยโจทก์ทั้งสี่คงได้รับค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม จำเลยก็ย่อมมีอำนาจทำได้ และจำเลยก็ได้ให้ความเป็นธรรมแก่โจทก์ทั้งสี่เป็นอย่างมากอยู่แล้วเพราะแม้สมุห์บัญชีบริษัทจำเลยจะเสนอให้เลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ในทันที จำเลยก็มิได้ปฏิบัติตามข้อเสนอนั้น แต่ได้สั่งให้สอบสวนโจทก์ทั้งสี่ก่อน แม้สอบสวนแล้วผู้จัดการแผนกบุคคลของจำเลยจะมีความเห็นว่าควรเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 และย้ายแผนกโจทก์อื่น

กรรมการบริหารของจำเลยก็ยังเห็นว่าโจทก์ที่ 1 ทำงานมานาน ควรให้อยู่ดูไปก่อน โจทก์ทั้งสี่จึงเพียงแต่ถูกย้ายไปทำงานในแผนกอื่นเนื่องจากมีความเห็นของผู้จัดการแผนกบุคคลว่าโจทก์ไม่สามารถจะเข้ากันได้กับสมุห์บัญชี ดังนี้จึงนับว่าจำเลยมีความจำเป็นที่จะต้องย้ายโจทก์ทั้งสี่เพื่อความเหมาะสม เพราะการที่โจทก์ทั้งสี่จะยังคงทำงานอยู่ในแผนกเดิมทั้ง ๆ ที่มีความขัดแย้งกับสมุห์บัญชีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชางานในแผนกบัญชีคงจะมีความขลุกขลักไม่ราบรื่นอันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อจำเลยได้ หากจำเลยไม่มีอำนาจโยกย้ายลูกจ้างของตนโดยจะต้องปฏิบัติตามต้องการของลูกจ้างแล้วกิจการของจำเลยจะตั้งอยู่ได้อย่างไร คำสั่งของจำเลยจึงไม่ขัดต่อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับของจำเลย

เมื่อจำเลยออกคำสั่งย้ายโจทก์ทั้งสี่ไปทำงานในแผนกใหม่ โจทก์ทั้งสี่จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามเพราะเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์ทั้งสี่ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าวโดยไม่ยอมลงชื่อทราบคำสั่งและไม่ไปรายงานตัวเพื่อทำงานในแผนกใหม่ และจำเลยได้ออกคำเตือนเป็นหนังสือมากกว่า 3 ครั้ง จำเลยจึงมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์ได้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสี่ของจำเลยจึงไม่ใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และจำเลยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 295/2541

โจทก์ทำงานกับจำเลยในหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล การที่โจทก์เห็นปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารของผู้จัดการทั่วไป โจทก์จึงมีหนังสือถึงประธานกรรมการจำเลยซึ่งมีข้อความว่า "…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2541

กรณีที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยขอหยุดงานรวม 90 วันนั้น เหตุแห่งการลาป่วยเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะที่โจทก์ยื่นใบลา จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงอนุญาตให้โจทก์หยุดงานไปตามนั้น แต่ต่อมาเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้