Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2894/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บริษัทส.จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และมีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างประเทศ แต่เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทย โดยเข้าทำสัญญากับโจทก์รับจ้างและร่วมดำเนินการในการให้บริการในด้านวิศวกรรมและให้บริการต่างๆ เกี่ยวกับการผลิตเหล็กให้แก่โจทก์ โดยได้รับเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากโจทก์ อันถือได้ว่าเป็นการประกอบการค้าจะต้องเสียภาษีการค้าสำหรับเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากโจทก์เมื่อตามสัญญาระบุว่าโจทก์รับเป็นผู้ออกภาษีให้ ถือได้ว่าโจทก์เป็นสาขาหรือตัวแทนของบริษัท ฮ. ในการเสียภาษีด้วย โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าของบริษัท ฮ. ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อไม่ปฏิบัติ เจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรจำเลยย่อมมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 77

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ คำให้การจำเลย และที่คู่ความแถลงรับกันว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้าผลิตเหล็ก ในการนี้โจทก์ได้ทำสัญญากับบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัดซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสวิสเซอร์แลนด์รวม 4 ฉบับฉบับลงวันที่ 26 เมษายน 2511 มีข้อความว่า บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด รับเป็นผู้จัดหาเจ้าหน้าที่ทางเทคนิค และให้บริการทางด้านวิศวกรรมในเรื่องการออกแบบแผนผังโรงงานและงานด้านวิศวกรรมเกี่ยวกับการสร้างโรงงานหลอมและโรงงานรีดเหล็ก ซึ่งจะสร้างขึ้นที่ท่าหลวงให้แก่โจทก์ โดยได้รับค่าจ้างจากโจทก์ไม่เกิน 4,127,000 ฟรังส์สวิสส์ ฉบับลงวันที่ 29 เมษายน 2511 บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง

จำกัด รับจะทำการพิจารณาใหม่ถึงรายละเอียดและข้อเสนอแนะของโครงการเกี่ยวกับการสร้างโรงหลอมเหล็กชั้นที่หนึ่ง การสร้างโรงรีดเหล็ก การสร้างท่าเรือการวางโครงการที่จะเอาแร่เหล็กจากเหมืองเขาทับควายมาใช้ในการผลิตเหล็กให้กับโจทก์ โดยได้รับค่าจ้างจากโจทก์เป็นรายเดือน เดือนละ 33,000 ฟรังส์สวิสส์ ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน 2512 บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด รับจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องการผลิต การดำเนินการในด้านเทคนิค การบริหารงานโรงรีดและโรงหลอมเหล็กใหม่ให้กับโจทก์โดยได้รับค่าจ้างจากโจทก์ปีละ 100,000 ฟรังส์สวิสส์ บวกด้วยเงินเดือนของพนักงานชาวต่างประเทศที่บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ว่าจ้างเข้ามาทำงานให้โจทก์และค่าภาษีต่างๆ ที่ต้องเสียให้แก่ประเทศไทยและฉบับลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2513 บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง

จำกัด รับเป็นผู้จัดหาเจ้าหน้าที่ทางเทคนิคและการให้บริการทางด้านวิศวกรรมในการออกแบบแปลนแผนผัง และงานทางด้านวิศวกรรมที่เกี่ยวกับการขยายโรงรีดเหล็กใหม่ขั้นที่สอง โดยได้รับค่าจ้างจากโจทก์ไม่เกิน 871,500 ฟรังส์สวิสส์ ตามคำแปลสัญญา 4 ฉบับเอกสารท้ายฟ้อง เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2522 โจทก์ได้รับแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าจากเจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยที่ 1 รวม 2 ฉบับ แจ้งว่าโจทก์ในฐานะตัวแทนของบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าตามประเภทการค้า 4 การรับจ้างทำของชนิด 1 (ฉ) แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการและเสียภาษีการค้าสำหรับเดือนกันยายน - ธันวาคม 2512 และเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2513 ให้โจทก์นำเงินภาษีการค้าพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินทั้งสิ้น1,478,344.34 บาทไปชำระปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าเลขที่ 1020/3/01259 และแบบแจ้งการประเมินภาษีการค้าเลขที่ 1020/3/01260 เอกสารท้ายฟ้อง

โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีการค้าของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไม่ถูกต้อง ได้อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ และได้นำเงินค่าภาษีทั้งหมดไปชำระให้แก่จำเลยที่ 1 แล้ว ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว และได้แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2523 ตามสำเนาภาพถ่ายคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ 168/2523 ปัญหาในชั้นนี้มีว่า การประเมินภาษีการค้าของจำเลยที่ 1เลขที่ 1020/3/01259 และเลขที่ 1020/3/01260 ซึ่งเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,474,344.34 บาท กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ที่วินิจฉัยให้โจทก์ต้องเสียภาษีดังกล่าวนั้น ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วข้อพิพาทกรณีนี้เป็นเรื่องภาษีการค้าปรากฏว่กรณีเกิดระหว่าง พ.ศ. 2512 และ พ.ศ. 2513 โดยเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้เรียกเก็บภาษีการค้าจากโจทก์ประจำเดือนกันยายน - ธันวาคม 2512 และประจำเดือนมกราคม - พฤศจิกายน 2513 กรณีต้องบังคับตามประมวลรัษฎากร หมวด 4 ว่าด้วยภาษีการค้า ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 19) พ.ศ. 2508 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น ประมวลรัษฎากร มาตรา 77 บัญญัติว่า 'การค้า' หมายความว่าการประกอบธุรกิจ การพาณิชย์

การอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการให้บริการใดๆ เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า"ผู้ประกอบการค้า" หมายความว่าบุคคลธรรมดา นิติบุคคล คณะบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจใดๆ ซึ่งเข้าลักษณะตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้า และประกอบการค้าในราชอาณาจักร โดยการค้านั้นเป็นการค้าตามประเภทที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้า และหมายความรวมถึงผู้ที่บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้าด้วย คดีนี้บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ย่อมเห็นได้ว่ามีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้าเพื่อหากำไร ฉะนั้นการที่บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด ได้ตกลงทำสัญญากับโจทก์รวม 4 ฉบับ ตามเอกสารท้ายฟ้องนั้น

ศาลฎีกาได้ตรวจพิจารณาสัญญาทั้งสี่ฉบับดังกล่าวโดยตลอดแล้วเห็นว่าเป็นการให้บริการใดๆ เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า โดยบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัดได้ค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากโจทก์ จึงถือว่าเป็นการค้า และบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เป็นผู้ประกอบการค้านั้น ซึ่งการค้าดังกล่าวนี้เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของอย่างอื่น ตามที่ระบุอยู่ในบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 4 ชนิด 1 (ฉ) และประมวลรัษฎากร (ฉบับซึ่งใช้บังคับอยู่ในเวลาที่เกิดกรณีพิพาทนี้) กำหนดอัตราร้อยละ 2.0 ของรายรับที่ผู้ประกอบการค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และมีสำนักงานตั้งอยู่ในต่างประเทศก็ตาม แต่เมื่อได้เข้ามาประกอบกิจการในประเทศไทยโดยเข้าทำสัญญากับโจทก์รับจ้างและร่วมดำเนินการในการให้บริการในด้านวิศวกรรมและให้บริการต่างๆ

เกี่ยวกับการผลิตเหล็กให้แก่โจทก์รวม 4 สัญญา โดยได้รับเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากโจทก์ อันถือได้ว่าเป็นการประกอบการค้าก็หาได้มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดยกเว้นมิให้บริษัทต่างประเทศที่มิได้มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าแต่อย่างใดไม่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องที่บริษัทต่างประเทศจะต้องเสียภาษีการค้าหากได้เข้ามาประกอบการค้าในประเทศไทยนั้นบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด คงจะตระหนักในปัญหาข้อนี้ดี จึงได้ระบุข้อความไว้ในสัญญาที่กำกับโจทก์ทั้งสี่ฉบับตามเอกสารท้ายฟ้องว่า ภาษีเงินได้ ภาษีการส่งออก หรือภาษีอื่น ๆ ซึ่งจะต้องจ่ายในประเทศไทยสำหรับเงินต่าง ๆ ที่ฮาเย็ค (บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง

จำกัด) เป็นผู้รับนั้น ซิสโก้ (บริษัทเหล็กสยาม จำกัด โจทก์) จะเป็นผู้ออก จากพฤติการณ์ดังกล่าวจึงฟังได้ว่าบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด จะต้องเสียภาษีการค้าสำหรับเงินค่าจ้างหรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากโจทก์ตามสัญญาท้ายฟ้องเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด ต้องเสียภาษีรายพิพาทนี้แล้ว คดีก็ไม่จำต้องคำนึงถึงว่าการประการการค้าของบริษัทดังกล่าว เป็นอาชีพอิสระดังที่โจทก์ฎีกาโต้เถียงหรือไม่ คำพิพากษาฎีกาที่ 1321/2509 คดีระหว่างบริษัทยินอินซอย จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย ที่โจทก์อ้างนั้นข้อเท็จจริงแตกต่างกับคดีนี้ จะนำมาเทียบเคียงกับคดีนี้หาได้ไม่และเนื่องจากสัญญาระหว่างโจทก์กับบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง

จำกัด ระบุข้อความไว้ชัดเจนว่าโจทก์รับเป็นผู้ออกภาษีต่าง ๆ ให้แก่บริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เช่นนี้ถือได้ว่าโจทก์เป็นสาขาหรือตัวแทนของบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด ในการเสียภาษีต่างๆ ด้วย โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการการค้าของบริษัทฮาเย็คเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เมื่อโจทก์ไม่ปฏิบัติเช่นนั้น เจ้าพนักงานประเมินภาษีของจำเลยที่ 1 ย่อมมีอำนาจประเมินภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร หมวด 4 ว่าด้วยภาษีการค้าได้ ดังนี้การประเมินภาษีการค้าของจำเลยที่ 1 กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์รายนี้จึงถูกต้องและชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2552

แม้ภาษีมูลค่าเพิ่มจะเป็นภาษีอากรประเมินตามมาตรา 77 แห่งประมวลรัษฎากร แต่การที่โจทก์มีหนังสือขอให้จำเลยคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่จำเลยใช้สิทธิขอคืนและได้รับไปก่อนการตรวจปฏิบัติการเพื่อคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2549

ตามพฤติการณ์ที่โจทก์กับ อ. ตกลงร่วมกันซื้อที่ดินพิพาทจาก ส. เมื่อถึงวันโอนโจทก์ไม่ว่างจึงให้ อ. เป็นผู้ซื้อตามสัญญาซื้อขายที่ดินเพียงผู้เดียว การจ่ายเงินค่าที่ดินโจทก์ร่วมจ่ายกับ อ. ตั้งแต่แรกคนละครึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11979/2547

หนังสือทวงถามของโจทก์กรณีเรียกภาษีมูลค่าเพิ่มที่จำเลยที่ 1 ได้รับคืนไป แม้จะมิใช่หนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ข้ออ้างสิทธิของโจทก์และจำนวนเงินที่โจทก์ทวงถามตามหนังสือดังกล่าว ก็เป็นมูลเดียว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4987/2546

โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองฮ่องกงและมีสำนักงานสาขาในประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท ย. จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศอังกฤษและไม่ได้ประกอบกิจการในประเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3691/2545

กรณีไม่อาจนำคำสั่งของกรมสรรพากรที่ ป. 65/2539 เรื่อง การชำระภาษี เงินเพิ่ม และหรือเบี้ยปรับบางส่วน ตามข้อ 1 (3) ที่กำหนดให้การชำระภาษีและเงินเพิ่มต้องมีการเฉลี่ยตามสัดส่วนของจำนวนภาษี เงินเพิ่ม และเบี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้