Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่แสดงว่าเป็นตัวการเชิด

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยที่ 3 เป็นผู้จัดการของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 เป็นตัวการ จำเลยที่ 2 แสดงต่อประชาชนว่าเป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ในการจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ โจทก์ได้ซื้อรถยนต์เบนซ์ 1 คันจากจำเลยที่ 2 ชำระเงินครบถ้วนแล้ว จึงขอให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าวโอนให้โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่เคยตั้งหรือแสดงออกว่า จำเลยที่ 2เป็นตัวแทนจำเลยที่ 2 เป็นเพียงลูกค้า จำเลยที่ 1 ขายรถยนต์ให้จำเลยที่ 2โจทก์ไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ไม่มีส่วนรู้ในการที่จำเลยที่ 2ที่ 3 ซื้อขายรถยนต์พิพาทจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้การว่า เป็นเพียงตัวแทนของจำเลยที่ 1 จำหน่ายรถยนต์ให้โจทก์ จึงไม่ต้องรับผิดเพียงใดศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 2 ในราคา 750,000 บาท

จำเลยที่ 2 มอบรถยนต์พิพาทให้โจทก์และได้รับชำระราคาครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 2 รับรถเบนซ์เก๋งของจำเลยที่ 1ไปจำหน่ายประมาณ 10 คัน คดีมีปัญหาสู่ศาลฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 หรือไม่ โจทก์อ้างตัวเองและมีนายอัมพรนางเสงี่ยมผู้ถือหุ้นและสมุหบัญชีของจำเลยที่ 2 และเป็นภรรยาจำเลยที่ 3นายสมพงษ์และพันตำรวจโทอุดมเป็นพยานเบิกความประกอบกันว่าเมื่อกลางปี 2517 นายระวีผู้จัดการฝ่ายขายต่างจังหวัดของจำเลยที่ 1ไปติดต่อให้จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ตกลงจำเลยที่ 1 ส่งรถยนต์เบนซ์เก๋งให้จำเลยที่ 2 ขาย โดยจำเลยที่ 2 ออกเช็คเท่าจำนวนราคารถแต่ละคันให้จำเลยที่ 1 ไว้เป็นประกัน จำเลยที่ 2โฆษณาและแสดงต่อสาธารณะชนว่าเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 โดยติดตั้งป้ายเครื่องหมายรถยนต์เบนซ์ซึ่งมีตราเป็นรูปดาวสามแฉกอยู่ในวงกลมและเขียนข้อความโฆษณาว่า

"ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชียงใหม่ ฟ.อินทราหัตถกิจผู้แทนจำหน่ายรถเบนซ์จากบริษัทธนบุรีพานิช จำกัด ภาคเหนือ" ไว้ที่หน้าห้างจำเลยที่ 2 คนผ่านไปมาแลเห็นได้ชัด และภายในห้างจำเลยที่ 2 มีรถยนต์เบนซ์เก๋งใหม่ยังไม่มีป้ายทะเบียนจอดแสดงไว้ให้ดูหลายคันตามภาพถ่ายหมาย จ.2 คนทั่วไปเชื่อว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์เข้าไปติดต่อขอซื้อ จำเลยที่ 2 ก็แจ้งให้ทราบว่าเป็นรถยนต์ซึ่งจำเลยที่ 1 ส่งมาให้จำเลยที่ 2 ผู้เป็นตัวแทนจำหน่าย เคยจำหน่ายไปหลายคันแล้ว และได้เอากระดาษที่หัวกระดาษมีข้อความชื่อห้างจำเลยที่ 2 เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์ซีเดสเบนซ์ เขตเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน มาเขียนราคารถยนต์เบนซ์เก๋งชนิดต่าง

ๆ ให้โจทก์ดูตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์พอใจรถยนต์พิพาทจึงต่อรองราคาและซื้อไป โดยจำเลยที่ 2 บอกว่าเมื่อได้รับชำระราคาครบถ้วนแล้วจะให้จำเลยที่ 1 โอนรถยนต์พิพาทให้ แต่จำเลยที่ 1ไม่ยอมโอนให้โจทก์ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 2 ได้รับชำระราคาครบถ้วนและแจ้งให้จำเลยที่ 1 โอนแล้ว นอกจากนี้นายสาวิทย์พยานจำเลยที่ 1 พนักงานขายรถของจำเลยที่ 1 ยังเบิกความว่า จำเลยที่ 2 ใช้เครื่องหมายรถยนต์เบนซ์ติดที่หน้าห้างจำเลยที่ 2 และโฆษณาว่าเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนซ์ของจำเลยที่ 1 ด้วย และนายวีระก็ทราบ ที่พยานเบิกความว่าไม่ได้แจ้งเรื่องให้จำเลยที่ 1 ทราบ เพราะไม่มีหน้าที่นั้น ไม่มีเหตุผลที่จะเชื่อถือเนื่องจากการโฆษณาเช่นนั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยที่ 1มาก

ศาลฎีกาเชื่อว่า นายสาวิทย์บอกให้จำเลยที่ 1 ทราบแล้ว และนายพากเพียรผู้จัดการทั่วไปของบริษัทจำเลยที่ 1 เบิกความว่า โดยปกติจำเลยที่ 1 จะไม่โอนทะเบียนรถยนต์ที่ขายให้แก่ผู้ที่ซื้อไปขายต่อ เพราะผู้ซื้อไม่ยอมเนื่องจากผู้ซื้อจะต้องเสียค่าโอนเมื่อขายให้แก่ประชาชนและประชาชนที่จะมาซื้ออาจเข้าใจผิดว่าเป็นรถยนต์ใช้แล้ว เมื่อผู้ซื้อขายต่อได้แล้วก็จะขอให้จำเลยที่ 1 โอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่ประชาชนโดยตรงซึ่งไม่ต้องเสียค่าโอนแก่ทางราชการ เห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 ยอมปฏิบัติเช่นนี้ เป็นเหตุให้ประชาชนเข้าใจว่าผู้ขายเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ได้พยานจำเลยที่ 1 ตามที่กล่าวมาจึงเจือสมพยานโจทก์ให้เชื่อได้ว่าจำเลยที่ 1รู้แล้วยอมให้จำเลยที่ 2 เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1ที่จำเลยที่ 1 นำสืบว่า

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเพียงลูกค้าซื้อรถยนต์ไปขายต่อไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดจดทะเบียนและโอนรถยนต์พิพาทให้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตเสมือนว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 821พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1 จดทะเบียนรถยนต์เมอร์ซีเดสเบนซ์เอส อี สี - 860 เลขเครื่อง 008566 ที่แผนกทะเบียนรถยนต์กองทะเบียนกรมตำรวจ แล้วโอนทะเบียนให้โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สง่า อำพันแสง · เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8044/2540

คดีมีประเด็นว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ติดตั้งอะลูมิเนียมที่โชว์รูมของจำเลยหรือไม่ ดังนี้การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยได้เชิด ป.เป็นตัวแทนของจำเลยในการว่าจ้างโจทก์ติดตั้งอะลูมิเนียมที่โชว์รูมดังกล่าว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2538

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า (1) ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ (2) โจทก์หรือจำเลยทั้งหกเป็นฝ่ายผิดสัญญา (3) โจทก์มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด โจทก์ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 6มอบโฉนดที่ดิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6973/2537

ในคดีแพ่ง เมื่อข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และข้อนำสืบของทั้งสองฝ่ายฟังได้ชัดแจ้งอย่างใดแล้ว ศาลก็ยกข้อกฎหมายขึ้นปรับแก่คดีได้เอง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าตอบแทนหรือค่าเสียหายตามสัญญาพิพาท จ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้