Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2904/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงินของสุขาภิบาลกำหนดให้ต้องมีกรรมการควบคุมการไปรับเงินธนาคาร หากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นประธานกรรมการสุขาภิบาลตั้งกรรมการไปรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 กรรมการ ก็อาจควบคุมดูแลมิให้จำเลยที่ 1 ปลอมใบขอถอนเงินและรับเงินไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว การละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวจึงเป็น เหตุโดยตรงที่ทำให้สุขาภิบาลโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ 182,781.50 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 และที่ 5 ด้วย โจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่า ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้ สุขาภิบาลโจทก์มีจำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการสุขาภิบาล จำเลยที่ 3 เป็นปลัดสุขาภิบาล และจำเลยที่ 1 เป็นสมุห์บัญชีหรือหัวหน้าหน่วยการคลัง ส่วนจำเลยที่ 4 เป็นผู้ช่วยสมุห์บัญชีซึ่งเป็นลูกจ้างของธนาคารจำเลยที่ 5 โจทก์ฝากเงินไว้กับจำเลยที่ 5 ประเภทฝากออมทรัพย์ การถอนเงินดังกล่าวจำต้องลงลายมือชื่อเจ้าของบัญชีคือจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในใบขอถอนเงินออมทรัพย์ตามตัวอย่างลายมือชื่อที่ให้ไว้กับจำเลยที่ 5 หากมอบฉันทะให้ผู้ใดรับเงินแทนก็ต้องระบุชื่อผู้รับมอบฉันทะและลงลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในช่องผู้มอบฉันทะลงลายมือชื่อผู้รับมอบฉันทะในช่องผู้รับมอบฉันทะด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ. 2485 ให้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินสุขาภิบาล พ.ศ. 2518 ไว้ ตามเอกสารหมาย จ.6 เกี่ยวกับการถอนเงินฝากและการรับเงิน ระเบียบดังกล่าวได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของประธานกรรมการสุขาภิบาล ปลัดสุขาภิบาลและหัวหน้าหน่วยการคลัง ลงชื่อถอนร่วมกัน การรับเงินห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของสุขาภิบาลไปรับแต่ลำพังผู้เดียว ต้องมีกรรมการไปรับเงินร่วมกันรับผิดชอบเป็นคณะ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2520 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ได้ลงลายมือชื่อถอนเงินฝากกับมอบฉันทะให้จำเลยที่ 1 รับเงินแทนโดยจำเลยที่ 2มิได้ตั้งกรรมการไปรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 ใบขอถอนเงินเอกสารหมาย

จ.2 จำเลยที่ 1 เป็นคนกรอกรายการรวมทั้งจำนวนเงินที่เป็นตัวเลข "2,781.50" และตัวหนังสือ "สองพันเจ็ดร้อยแปดสิบเอ็ดบาทห้าสิบสตางค์" ในเวลาต่อมาจำเลยที่ 1ลักลอบเติมตัวเลข "18" และตัวหนังสือ "หนึ่งแสนแปดหมื่น" ลงหน้าตัวเลขและตัวหนังสือเดิม กลายเป็นว่าขอถอนเงิน 182,781 บาท 50 สตางค์ แล้วจำเลยที่ 1นำไปยื่นต่อจำเลยที่ 5 โดยจำเลยที่ 4 เป็นผู้อนุมัติจ่ายเงินจำนวน 182,781 บาท 50 สตางค์ ให้จำเลยที่ 1 รับไป และจำเลยที่ 1 ยักยอกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตน" ฯลฯ"สำหรับจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า การที่จำเลยที่ 2 มิได้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย โดยไม่ตั้งกรรมการไปรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่เป็นเหตุโดยตรงที่ทำโจทก์ได้รับความเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวคือเอกสารหมาย จ.6 ข้อ 60 ความว่าการไปรับเงินที่ธนาคารถ้าจำนวนเงินไม่เกิน 30,000 บาท ต้องมีกรรมการควบคุมอย่างน้อย 2 คน โดยมีปลัดสุขาภิบาลหรือหัวหน้าหน่วยงาน หรือผู้ที่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าหัวหน้าหน่วยงานร่วมไปด้วยอย่างน้อย 1 คน และให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมไปด้วยอย่างน้อย 1 คน จำเลยที่ 2 มิได้ตั้งกรรมการไปรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 จึงเป็นโอกาสให้จำเลยที่ 1 ปลอมใบขอถอนเงินและรับเงินจากธนาคารไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ถ้าหากจำเลยที่ 2 ตั้งกรรมการไปรับเงินร่วมกับจำเลยที่ 1 กรรมการก็อาจควบคุมมิให้จำเลยที่ 1 กระทำการดังกล่าวได้ ฉะนั้นการละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยของจำเลยที่ 2 จึงเป็นเหตุโดยตรงที่ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สหัส สิงหวิริยะ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้