Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2905/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกิจการเดินรถกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลยที่ 4 การที่จำเลยที่ 2และที่ 3 นำรถยนต์โดยสารเล็กของตนมารับคนโดยสารโดยใช้ตราของจำเลยที่ 4 ติดไว้ข้างรถ ถือได้ว่าเป็นกิจการของจำเลยที่ 4ด้วย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3และขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ในขณะเกิดเหตุย่อมถือว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 และขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 5 ในขณะเกิดเหตุด้วย จำเลยที่ 4 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต่อโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดจำเลยที่ 1 ที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 4 ให้การสู้คดีศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 4 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ด้วยจำเลยที่ 4 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นเจ้าของรถยนต์โดยสารเล็กคันหมายเลขทะเบียน 10-6287 กรุงเทพมหานคร รถยนต์คันนี้มีตราองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลยที่ 4 ติดอยู่ข้างรถ ปรากฏตามรูปถ่ายหมาย จ.5 และ จ.6 จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับในขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยสารคันดังกล่าวขณะเกิดเหตุด้วยความประมาทชนรถยนต์เก๋งคันหมายเลขทะเบียน 4 ก-1166 กรุงเทพมหานคร และโจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์เก๋งคันนี้ไว้

เมื่อเกิดเหตุแล้วโจทก์ได้จ่ายค่าซ่อมรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวให้แก่อู่ซ่อมรถเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 110,200 บาท คดีฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้เงินให้โจทก์ตามฟ้อง ปัญหาในชั้นนี้มีว่าจำเลยที่ 4 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3ต่อโจทก์หรือไม่นายสมเกียรติ วัชเรศโยธิน นายนันทวิทย์ วัฒนา พยานโจทก์เบิกความว่า รถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุที่จำเลยที่ 1 ขับนั้นมีจำเลยที่ 4 ประกอบการขนส่งโดยรับรถยนต์คันนี้ไว้รับส่งคนโดยสารและให้ใช้ตราของจำเลยที่ 4 ติดไว้ข้างรถ ศาลฎีกาได้พิเคราะห์รูปถ่ายหมายเลข จ.5 แล้ว เห็นได้ชัดว่ารถยนต์โดยสารคันดังกล่าวมีตราองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลยที่ 4 ติดไว้ด้านข้างของรถจริงแม้จำเลยที่ 2 เองก็เบิกความยอมรับในข้อนี้

จำเลยที่ 4 มิได้นำสืบโต้แย้งแต่ประการใด ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ 2ที่ 3 ร่วมกิจการเดินรถกับจำเลยที่ 4 การที่จำเลยที่ 2 ที่ 3นำรถยนต์โดยสารประจำทางมารับคนโดยสารในลักษณะเช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นกิจการของจำเลยที่ 4 ด้วย จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3 และขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ที่ 3ในขณะเกิดเหตุ ย่อมถือว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 4 และขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 4 ในขณะเกิดเหตุด้วย จำเลยที่ 4จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ต่อโจทก์ฎีกาจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้นอนึ่งที่จำเลยที่ 4 ฎีกาว่า ค่าซ่อมรถยนต์เก๋งไม่เกิน 20,000บาท นั้น จำเลยที่ 4 มิได้นำสืบให้เห็นเช่นนั้นแต่ประการใดในทางตรงกันข้ามโจทก์มีทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารใบเสร็จรับเงินค่าซ่อมรถยนต์เก๋งมาสืบประกอบกันว่า โจทก์ได้จ่ายเงินไปจริง110,200 บาท และค่าซ่อมรถก็เป็นจำนวนเงินดังกล่าวจริง ฎีกาของจำเลยที่ 4 ข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4382/2566

ตามคำพิพากษาในคดีก่อนศาลฎีกามีคำวินิจฉัยในส่วนความรับผิดของโจทก์เพียงข้อหาเดียวว่า โจทก์เป็นนายจ้างของ ป. และ ป. ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง โจทก์จึงต้องร่วมรับผิดชดใช้ความเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสามใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 361/2563

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเฉพาะคดีส่วนอาญาเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกาในคดีส่วนแพ่งได้ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อคดีส่วนอาญาฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธมีดแทงทำร้ายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ดังนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2563

จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่ มีรถแท็กซี่ให้เช่ามากถึง 60 คัน จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้ประกอบกิจการให้เช่ารถแท็กซี่รายใหญ่ จำเลยที่ 2 เช่าซื้อรถแท็กซี่คันเกิดเหตุจากโจทก์ซึ่งจดทะเบียนประเภทรถยนต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5724/2562

โจทก์บรรยายฟ้องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำของ จ. ซึ่งเป็นลูกจ้างและตัวแทนของจำเลยที่เป็นเหตุโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว แม้โจทก์จะมิได้กล่าวในฟ้องเกี่ยวกับลักษณะการเป็นตัวแทน โจทก์ก็นำสืบได้เพราะเป็นข้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้