คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ได้ให้จำเลยที่ 3 ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 1 และไปชนเอารถจักรยาน 2 ล้อ ซึ่งนายถนอมบุตรโจทก์ขับขี่ล้มลงและถึงแก่ความตายด้วยพิษบาดแผลขอให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนจำเลยที่ 2 ขาดนัด จำเลยที่ 1-3 ต่างปฏิเสธความรับผิดตลอดจนค่าสินไหมทดแทนศาลแพ่งพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เป็นเงิน 18,650 บาท และค่าสินไหมทดแทนเดือนละ 400 บาท จนครบ 10 ปีจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์8,650 บาท คำขออื่นให้ยกเสียโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ค่าสินไหมทดแทนการขาดอุปการะที่จ่ายมีกำหนดเวลาในอนาคตเดือนละ 400 บาท
ศาลแพ่งวินิจฉัยข้อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนให้โดยโจทก์มิได้เสียค่าขึ้นศาลมานั้น ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาก็ได้มีการปิดแสตมป์ส่วนนี้ กับในฎีกาโจทก์ก็ขอปิดและได้ย้อนปิดเพิ่มเติมสำหรับชั้นศาลแพ่งไว้ครบถ้วนเหมือนกัน เรื่องค่าขึ้นศาลจึงหมดปัญหาสำหรับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการขาดไร้อุปการะนั้น ได้มีบทบัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรค 3 ซึ่งโจทก์ควรจะได้รับจำนวนหนึ่งซึ่งศาลแพ่งกำหนดให้เดือนละ 400 บาท จำนวน 10 ปี ชอบแล้ว แต่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการที่บุตรโจทก์ถึงแก่ความตาย จำนวนหนึ่งหมื่นบาทนั้น ไม่ต้องด้วยค่าสินไหมทดแทนลักษณะใดใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้พิพากษาแก้ให้จำเลยจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นรายเดือน ๆ ละ 400 บาท จนครบ 10 ปี นอกนั้นยืนตามศาลอุทธรณ์