Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2923/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดมิใช่จำนวนที่ตกลงไว้แน่นอนแม้จะกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาก็ตาม ฉะนั้นจึงไม่อยู่ในบังคับ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(8) ใช้บังคับสำหรับบุคคลผู้รับจ้างใช้การงานส่วนบุคคลเรียกร้องเอาเงินค่าจ้างเพื่อแรงงานที่ทำดังนั้นจึงใช้บังคับแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างองค์การของรัฐไม่ได้แต่เนื่องจากค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้างอันถือเป็นเงินจ้างหรือค่าจ้าง กรณีจึงอยู่ในบังคับของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) ซึ่งมีอายุความ 2 ปีเช่นเดียวกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(8) พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "

โจทก์อุทธรณ์ในประเด็นเรื่องอายุความเพียงข้อเดียวว่า กรณีของโจทก์ ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดที่โจทก์มีสิทธิได้รับเป็นเงินที่จำเลยเตียมไว้เพื่อรอการสั่งจ่าย ย่อมถือเป็นเงินค้างจ่ายต้องบังคับตามมาตรา 166 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ที่ศาลแรงงานกลางนำมาตรา 165(8) มาปรับใช้แก่กรณีของโจทก์ยังคลาดเคลื่อน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเป็นเงินที่นายจ้างให้นอกเวลาทำงานตามปกติ และในวันหยุด ย่อมขึ้นอยู่กับนายจ้างว่ามีงานล่วงเวลาหรืองานในวันหยุดให้ลูกจ้างทำหรือไม่ และลูกจ้างได้ทำงานล่วงเวลาหรืองานในวันหยุดหรือไม่ ถ้าลูกจ้างได้ทำจึงจะมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดแล้วแต่กรณีและการได้รับแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน หรือบางครั้งไม่ได้รับเลยก็มี ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดจึงมิใช่จำนวนเงินที่ตกลงไว้แน่นอน แม้จะกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาก็ตาม ฉะนั้นจะนำบทบัญญัติมาตรา 166 มาปรับใช้แก่กรณีของโจทก์ไม่ได้ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ศาลแรงงานกลางนำบทบัญญัติมาตรา 165(8) มาปรับนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวบังคับใช้สำหรับบุคคลผู้รับจ้างใช้การงานส่วนบุคคล เรียกเอาเงินจ้างค่าจ้างเพื่อการงานที่ทำแต่กรณีของโจทก์ โจทก์เป็นลูกจ้างขององค์การเชื้อเพลิงต่อมาได้โอนมาเป็นของการปิโตรเลี่ยมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นองค์การของรัฐ ไม่ใช่ผู้รับจ้างงานส่วนบุคคล ที่นำบทบัญญัติ มาตรา 165(8) มาปรับใช้ ยังเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่เนื่องจากค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดเป็นเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานของลูกจ้างอันถือเป็นเงินจ้างหรือค่าจ้าง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9) บัญญัติว่า "คนงาน ผู้ช่วยงาน ลูกมือฝึกหัดคนงานประจำโรงงานหัตถกรรม กรรมกรรายวันและช่างฝีมือ

เรียกเอาเงินจ้างและเงินอื่นอันได้ตกลงกันว่าจะจ่ายให้แทน หรือให้เป็นส่วนหนึ่งของเงินจ้างรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป กับนายจ้างเรียกเอาเงินเช่นที่ว่านั้นอันตนจ่ายล่วงหน้าให้ไปแล้วนั้นก็ด้วยเหมือนกัน" เห็นว่า ต้องนำบทบัญญัติมาตรานี้มาใช้บังคับ มีอายุความ2 ปี คดีนี้โจทก์เรียกค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดซึ่งมีสิทธิได้รับในการทำงานในปี พ.ศ. 2516 ถึง พ.ศ. 2518 แต่ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2523 เกินกำหนด 2 ปี นับแต่ขณะที่อาจจะบังคับสิทธิเรียกร้องได้ และไม่มีเหตุที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลง คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(9)"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบูรณ์ บุญภินนท์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4557/2566

โจทก์ฟ้องโดยไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือมาแสดง แต่โจทก์มีหนังสือรับสภาพหนี้มีใจความว่าผู้ตายเป็นหนี้โจทก์ โดยนำโฉนดที่ดินมาให้ยึดถือไว้เป็นประกัน และจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายรับจะชดใช้เงิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 290/2540

โจทก์เป็นองค์การของรัฐบาล จัดตั้งขึ้นโดย พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร พ.ศ. 2517 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามมาตรา 6 (1) ถึง (8) ตามสัญญาซื้อปุ๋ย จำเลยที่ 1 ต้องชำระเงินค่าปุ๋ยให้โจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5576/2534

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยฟ้องเรียกเอาค่าจ้างจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยปิดงานและโจทก์ไม่ได้ทำงานตามปกติค่าจ้างที่โจทก์ฟ้องเรียกนี้ไม่ใช่เงินเดือนค้างจ่ายที่มีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2534

ตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ. องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยพ.ศ. 2497 องค์การโทรศัพท์โจทก์มีวัตถุประสงค์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกิจการโทรศัพท์และธุรกิจที่ต่อเนื่องใกล้เคียงกันหรือซึ่งเป็นประโยชน์แก่กิจการโทรศัพท์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6172/2533

การที่โจทก์คือองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เรียกเก็บค่าบริการในการใช้โทรศัพท์ ถือว่าโจทก์เป็นผู้ค้าในการรับทำการงานและเรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้