คำฟ้องและคำให้การ
ที่ดินรายพิพาทเดิมเป็นของ ม.โจทก์แลสามีจำเลยต่างเป็นบุตร์หลาน ม.ก่อน ม.วายชนม์ สามีจำเลยได้นำรังวัดที่ดินแปลงนี้ใส่ชื่อสามีจำเลยเป็นเจ้าของ ต่อมา ม.วายชนม์ โจทก์แลสามีจำเลยต่างตกลงครอบครองที่ดินเป็นส่วนเป็นสัดกันมา ภายหลังสามีจำเลยวายชนม์ลงจำเลยไปขอรับโฉนดใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับมฤดกของ ม.จึงฟ้องจำเลยขอให้แบ่งกรรมสิทธิที่ดินตามส่วนที่ได้ครอบครองมา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้จะฟังว่า ม.ยินยอมให้สามีจำเลยลงชื่อในการนำรังวัดเพื่อรับโฉนดก็ดี สามีจำเลยก็ยังไม่มีกรรมสิทธิตามกฎหมาย เพราะการยินยอมให้ลงชื่อเป็นแต่เพียงแสดงเจตนาจะให้แก่กัน เห็นว่าโจทก์จำเลยได้ตกลงแบ่งปันที่ดินแก่กัน ครอบครองทำกินเป็นส่วนเป็นสัด จึงควรได้กรรมสิทธิตามที่ได้ครอบครองมา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยแบ่งที่ดินให้โจทก์ตามที่ได้ครอบครองมา