Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2935/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1(เฮโรอีน)และประเภท 5(กัญชา) ไว้ในครอบครอง (ตามมาตรา 67 และ 76)เป็นความผิดคนละบทมาตรากับความผิดฐานเสพยาเสพติดดังกล่าว (ตามมาตรา 91 และ 92) อีกทั้งเจตนาของการกระทำก็คนละอย่าง ต่างหากจากกันโดยมีไว้ในครอบครองตอนหนึ่งและการเสพอีก ตอนหนึ่งย่อมเป็นความผิดต่างกระทงอย่างชัดแจ้ง ตามคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ มิได้กล่าวเลยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 92(พ.ศ. 2538) คงอ้างถึงแต่เฉพาะประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 51(พ.ศ. 2531)กับการมีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนของจำเลยจำนวน0.08 กรัม โดยไม่ได้กล่าวถึงการคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินปริมาณ 0.500 กรัม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดไว้ด้วย ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบองค์ประกอบแห่งความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 106 ทวิ ซึ่งโจทก์ ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานดังกล่าวแต่อย่างใดกรณีจึงไม่มีเหตุที่จะวินิจฉัยเพื่อใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณจำเลยคงมีความผิดเฉพาะตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ ต่อจิตและประสาทฯ มาตรา 62 วรรคหนึ่ง, 106 วรรคหนึ่ง จำเลยได้กระทำความผิดฐานเสพและมีไว้ในครอบครองซึ่งเฮโรอีนและกัญชาอันเป็นยาเสพติดชนิดร้ายแรง กับวัตถุออกฤทธิ์ กรณีจึงไม่มีเหตุอันควรรอการลงโทษจำคุก ให้แก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 56 ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 67 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 72 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 91 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2465 มาตรา 92 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 62 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 106

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 26, 57, 76, 91, 92, 102 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 62, 62 ตรี,106, 106 ตรี ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง),26 (ที่ถูกมาตรา 26 วรรคหนึ่ง), 57, 67, 76 (ที่ถูกมาตรา 76 วรรคหนึ่ง), 91, 92 (ที่ถูกมาตรา 92 วรรคหนึ่ง), 102 พระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 4, 6, 62 (ที่ถูกมาตรา 62 วรรคหนึ่ง), 62 ตรี, 106 (ที่ถูกมาตรา 106 วรรคหนึ่ง),106 ตรี การกระทำความผิดของจำเลยเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันเรียงกระทงลงโทษ ฐานเสพเฮโรอีน จำคุก 6 เดือนฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง จำคุก 1 ปี ฐานเสพกัญชาจำคุก 2 เดือน ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครอง จำคุก 6 เดือนฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีน จำคุก 1 ปีรวมจำคุก 4 ปี 2 เดือน

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 1 เดือน พิเคราะห์พฤติการณ์ของจำเลยจากรายงานสืบเสาะแล้ว ไม่สมควรรอการลงโทษ ของกลางริบจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบา และรอการลงโทษศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยยกขึ้นฎีกาประการแรกว่า ความผิดฐานเสพเฮโรอีนและการมีเฮโรอีนส่วนที่เหลือไว้ในครอบครองซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 0.08 กรัม กับการเสพกัญชา และมีกัญชาส่วนที่เหลือไว้ในครอบครอง น้ำหนัก 34.90 กรัม ในแต่ละฐานความผิดดังกล่าวเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เฮโรอีน) และประเภท 5(กัญชา) ไว้ในครอบครอง (ตามมาตรา 67 และ 76) เป็นความผิดคนละบทมาตรากับความผิดฐานเสพยาเสพติดดังกล่าว (ตามมาตรา 91 และ 92) อีกทั้งเจตนาของการกระทำก็คนละอย่างต่างหากจากกันโดยมีไว้ในครอบครองตอนหนึ่งและการเสพอีกตอนหนึ่ง ดังนั้นย่อมเป็นความผิดต่างกระทงอย่างชัดแจ้ง ศาลล่างทั้งสองจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดได้มีปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปว่า ควรต้องใช้กฎหมายในส่วนในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92(พ.ศ. 2538) หรือไม่ ข้อนี้ตามคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 92 (พ.ศ. 2538)

คงอ้างถึงแต่เฉพาะประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 51 (พ.ศ. 2531) กับการมีไว้ในครอบครองซึ่งเมทแอมเฟตามีนของจำเลยจำนวน 0.08 กรัม โดยไม่ได้กล่าวถึงการคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินปริมาณ 0.500 กรัม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนดไว้ด้วย ฉะนั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่ครบด้วยองค์ประกอบแห่งความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 106 ทวิ ซึ่งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษในความผิดฐานดังกล่าวแต่อย่างใด กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะวินิจฉัยเพื่อใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณดังที่จำเลยฎีกา จำเลยคงมีความผิดเฉพาะตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 มาตรา 62 วรรคหนึ่ง,106 วรรคหนึ่ง

ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า สมควรลงโทษจำเลยในสถานเบาหรือรอการลงโทษหรือไม่ เห็นว่าจำเลยได้กระทำความผิดฐานเสพและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษดังกล่าวทั้งสองชนิดซึ่งเป็นยาเสพติดชนิดร้ายแรงกับวัตถุออกฤทธิ์ฉะนั้นโดยพฤติการณ์ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยมาเพียงแค่นั้นนับเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้วกรณีไม่มีเหตุอันควรแก้ไขโทษเป็นอย่างอื่นหรือรอการลงโทษจำคุกจำเลยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ระพิณ บุญสิทธิ์ · สุชาติ ถาวรวงษ์ · สมศักดิ์ วงศ์ยืน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6142/2540

ขณะจำเลยกระทำความผิด การเสพเมทแอมเฟตามีนอันเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518มาตรา 62 ตรี ต้องรับโทษตามมาตรา 106 ตรี ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8566/2550

ยาเสพติดที่มีชื่อว่า "3, 4-เมทิลลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน" เป็นยาเสพติดให้โทษซึ่งจัดอยู่ในประเภท 1 ส่วน "คีตามีน" เป็นวัตถุออกฤกธิ์ในประเภท 2 การมียาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ดังกล่าวไว้ในครอบครอง เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8005/2547

ยาเสพติดให้โทษของกลางจำนวนแรกเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ผสมกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จำเลยจึงมีเจตนาครอบครองยาเสพติดใด้โทษรวมกันไปไม่อาจแบ่งแยกออกจากกันได้ เป็นการกระทำควา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 74/2541

แม้ความผิดฐานเสพวัตถุออกฤทธิ์โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและ ฐานเป็นผู้ขับขี่เสพวัตถุออกฤทธิ์โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายเป็นการกระทำความผิดต่างกัน แต่ความมุ่งหมายในการกระทำเป็นอย่างเดียวกัน เมื่อจำเลยได้เสพวัตถุออกฤทธิ์…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3146/2541

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันผลิตและมีเมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเกิน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้