Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2937/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 ทำสัญญากันให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ปลูกตึกแถวในที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 แล้วให้ตึกแถวนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีสิทธิเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้ขอเช่า และจำเลยที่ 1 ที่ 2 จะทำสัญญาเช่าให้มีกำหนด 10 ปี สัญญานี้เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374วรรคหนึ่งและตามวรรคสองเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาถือเอาประโยชน์จากสัญญาดังกล่าวต่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 แล้ว จำเลยทั้งสี่ก็หาอาจเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของโจทก์ได้ไม่ การที่ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ส่งมอบตึกแถวพิพาท และไม่ทำสัญญาเช่าให้โจทก์แต่กลับไปทำสัญญาเช่ากับผู้อื่น จำเลยทั้งสี่ก็ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แต่การที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 เรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากโจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดคืนเงินจำนวนนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดสัญญา ให้คืนเงิน 180,000 บาท ค่าเสียหาย 110,000 บาท กับดอกเบี้ยแก่โจทก์ ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 3 ที่ 4

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้ตกลงให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ปลูกตึกแถว 18 ห้อง ในที่ดินของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ถนนศรีรองเมือง ตำบลวัดใหม่ อำเภอเมืองจันทบุรีจังหวัดจันทบุรี แล้วให้ตึกแถวนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีสิทธิเรียกเก็บเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้มาขอเช่าตึก ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 จะทำสัญญาให้เช่ามีกำหนด 10 ปี และเป็นผู้เก็บค่าเช่า ในการนี้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ได้จ่ายเงินค่าหน้าดินให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นเงิน 480,000 บาท ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 ล.2 โจทก์ได้ตกลงจองตึกแถวดังกล่าว 1 ห้องจากจำเลยที่ 3 ที่ 4 เพื่อเช่า และจ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างครั้งแรกจำนวน 50,000 บาทให้จำเลยที่ 3 ที่ 5 รับไป

ดังปรากฏตามใบรับเงินเอกสารหมาย จ.1 และต่อมาโจทก์ได้จ่ายเงินช่วยค่าก่อสร้างที่ยังค้างชำระอยู่จำนวน 130,000 บาทให้จำเลยที่ 3 รับไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 ก่อสร้างตึกแถวเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้ทำสัญญาให้ผู้อื่นซึ่งชำระเงินช่วยค่าก่อสร้างให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 แล้วได้เช่าตึกแถวนั้นทุกราย เว้นแต่ตึกแถวห้องพิพาท จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ทำสัญญาให้โจทก์เช่า แต่ทำสัญญาให้นายท้ง ลิไพศาล เช่าโดยได้รับเงินช่วยค่าก่อสร้างเป็นเงิน 260,000 บาท

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามสัญญาก่อสร้างตึกแถวยกสิทธิระหว่างจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ที่ 4 จำเลยที่ 1 ที่ 2 ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินตกลงให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 ปลูกตึกแถวในที่ดิน แล้วให้ตึกแถวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ยอมให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 มีสิทธิเรียกเงินช่วยค่าก่อสร้างจากผู้มาขอเช่าตึกแถวได้ จำเลยที่ 1ที่ 2 จะทำสัญญาเช่าให้มีกำหนด 10 ปีนั้น เป็นสัญญาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ตกลงจะชำระหนี้แก่บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 วรรคแรก และตามวรรคสองของมาตรานี้ก็บัญญัติไว้ว่า ในกรณีดังกล่าวในวรรคต้น สิทธิของบุคคลภายนอกย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่เวลาที่แสดงเจตนาแก่ลูกหนี้ว่าจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้น

ปัญหาที่ว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้แสดงเจตนาต่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ลูกหนี้ว่าจะถือเอาผลประโยชน์จากสัญญาหรือไม่นั้น โจทก์นำสืบว่าประมาณปลายเดือนมีนาคม 2518 จำเลยที่ 2 เรียกโจทก์ไปพบที่โรงแรมแทรเวิลลอร์จังหวัดจันทบุรีแล้วขอเงินอีก 40,000 บาท หรือให้โจทก์ไปเอาคืนจากจำเลยที่ 3 มาให้จำเลยที่ 2 ก็ได้ ถ้าไม่ให้เงิน 40,000บาท จำเลยที่ 2 จะให้ผู้อื่นเช่า และจะคืนเงินช่วยค่าก่อสร้างให้โจทก์ภายใน 10 วัน โจทก์บอกจำเลยที่ 2 ว่า ไม่ยอมรับเงินจะเอาตึกแถว ต่อมามีคนใส่กุญแจประตูตึกแถวพิพาท ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 มอบหมายให้จำเลยที่ 2 เป็นคนจัดการเรื่องการเช่าตึกแถว จำเลยที่ 2 ได้กำหนดวันให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าโจทก์ไม่ไป โดยอ้างไม่มีเงินตกแต่งห้อง

ตึกทำไม่ดี และโจทก์จะโอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นเพื่อเอากำไร ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ได้เสียเงินช่วยค่าก่อสร้างครบ 180,000 บาท และพร้อมที่จะเข้าไปอยู่ในตึกแถวพิพาทแล้ว หากจำเลยที่ 2 ไม่เรียกเงินเพิ่มอีก 40,000 บาท ดังที่โจทก์นำสืบก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่โจทก์จะปฏิเสธไม่ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาทให้เสร็จสิ้นไปในวันที่พบกันนั้น ตามพฤติการณ์แห่งคดีเชื่อได้ว่าโจทก์ได้แสดงเจตนาที่จะถือเอาประโยชน์แห่งสัญญาดังกล่าวข้างต้นต่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 แล้วจำเลยทั้งสี่ซึ่งร่วมกันเป็นคู่สัญญากับโจทก์หาอาจที่เปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของโจทก์ได้หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 375 การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ส่งมอบตึกแถวพิพาทและไม่ทำสัญญาเช่าให้โจทก์แต่กับไปทำสัญญาเช่าให้นายท้ง ลีไพศาล จำเลยทั้งสี่ต้องร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์" ฯลฯ"ส่วนการที่จำเลยที่ 3 ที่ 4 เรียกเงินช่วยค่าก่อสร้าง 180,000 บาท จากโจทก์

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการเรียกเป็นของจำเลยที่ 3 ที่ 4 เองโดยจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดคืนเงินจำนวนนี้พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 3 ที่ 4 เท่านั้นร่วมกันคืนเงินช่วยค่าก่อสร้างให้แก่โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพียร ศรีอรุณ · ประสม ศรีเจริญ · สง่า อำพันแสง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2566 (เลขอ้างอิง 696280)

คำให้การของผู้คัดค้านในคดีแพ่งที่ผู้ร้องยื่นฟ้องก่อนเสนอข้อพิพาทต่อคณะอนุญาโตตุลาการที่ว่าต้องนำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นเพียงการอ้างว่าสัญญาต่าง ๆ ที่ผู้ร้องกล่าวอ้างในคำฟ้องล้วนมีข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236/2562

เงินช่วยเหลือสมาชิกเสียชีวิตที่จำเลยจ่ายในกรณีเสียชีวิตของพลโท บ. ซึ่งเป็นสมาชิกของจำเลยไม่ใช่เงินที่พลโท บ. ได้มาระหว่างสมรสกับผู้ร้องสอดที่ 1 จึงไม่ใช่สินสมรส ใบสมัครเป็นสมาชิกของจำเลยที่พลโท บ. ทำไ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 629031)

จำเลยที่ 1 กับบริษัท อ. ทำบันทึกข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจะซื้อจะขายให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ทั้งสามแทนบริษัท อ. เป็นสัญญาเพื่อประโยชน์แก่บุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 374 แม้หลังจากที่โจทก์ทั้งสามแสดงเจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5149/2561

คดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 93 และ 95 โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 93 มีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์อยู่แล้ว แต่โฉนดเลขที่ 95 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทั้งนี้ ในอีกคดีหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6926/2560

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษาของบุตร รวมทั้งขอให้เพิกถอนนิติกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ทำหนัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้