Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2945/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อลูกจ้างออกจากงานเพราะเหตุเกษียณอายุลูกจ้างได้ทำข้อตกลงกับนายจ้างเป็นหนังสือว่า ลูกจ้างได้รับค่าชดเชยและเงินผลประโยชน์เนื่องจากการปลดเกษียณจากนายจ้างแล้วลูกจ้างรับรองว่าจะไม่ใช้สิทธิเรียกเงินอื่นใดจากนายจ้างอีกต่อไป ดังนี้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่หมายความว่าลูกจ้างยอมสละสิทธิเรียกร้องเงินที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับจากนายจ้างทุกประเภทซึ่งรวมทั้งเงินบำเหน็จที่ยังขาดอยู่ด้วย ลูกจ้างจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินบำเหน็จที่ยังขาดจากนายจ้างอีกต่อไป การที่ลูกจ้างยอมสละสิทธิในการรับเงินบำเหน็จนั้นเป็นเรื่องลูกจ้างยอมสละสิทธิในจำนวนเงินที่ลูกจ้างจะพึงได้รับจากนายจ้างเท่านั้น ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีอยู่อย่างไร คู่กรณีก็คงปล่อยให้เป็นไปตามเดิม จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์แล้วจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ขาดไป ๖๐,๐๓๐ บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ไปแล้ว ๒๗๕,๙๗๑ บาท โจทก์ได้ทำหนังสือรับรองว่าจะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเงินอื่นใดจากจำเลยอีกต่อไป จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องซ้ำอีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ขณะเมื่อโจทก์เกษียณอายุและจำเลยได้จ่ายเงินตามสิทธิที่โจทก์จะพึงได้รับตามกฎหมายและตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแก่โจทก์ โจทก์ทำหนังสือรับรองความว่า "ข้าพเจ้าได้รับเอาเงินจำนวน ๖๐,๐๐๐ บาท ซึ่งให้ถือเป็นเงินค่าชดเชยเนื่องจากการออกจากงานของข้าพเจ้าตามกฎหมาย และเงินจำนวน ๒๗๕,๙๗๑ บาทเป็นผลประโยชน์ที่ข้าพเจ้าได้รับจากบริษัทฯเนื่องจากการปลดเกษียณอายุ และขอรับรองยืนยันว่าไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็ตามข้าพเจ้ารับรองว่าจะไม่ใช้สิทธิเรียกร้องเงินอื่นใดจากบริษัทฯ อีกต่อไป" เท่ากับเป็นการยืนยันสละสิทธิเรียกร้องเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยทุกประเภท รวมทั้งเงินบำเหน็จที่ยังขาดอยู่อีก ๖๐,๐๐๐ บาทด้วย

หาได้หมายความว่าโจทก์สละสิทธิเรียกร้องเงินอื่นที่มิใช่เงินบำเหน็จและค่าชดเชยไม่ สำหรับค่าชดเชยนั้นโจทก์ได้รับไปครบถ้วนถูกต้องแล้ว ส่วนเงินบำเหน็จนั้นเมื่อโจทก์สละสิทธิแล้วย่อมจะฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลยอีกไม่ได้ตามที่โจทก์ตกลงและถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันมีผลผูกพันโจทก์ตามข้อตกลงนั้น ส่วนปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่าหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง จึงเกี่ยวพันกับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนการที่โจทก์ยอมสละสิทธิในการรับเงินบำเหน็จจึงเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนไม่มีผลใช้บังคับนั้น เห็นว่า ที่โจทก์สละสิทธิเรียกร้องเงินอื่นใดจากจำเลยอีกนั้น เป็นเรื่องโจทก์ยอมสละสิทธิในจำนวนเงินที่โจทก์จะพึงได้จากจำเลยเท่านั้น

ส่วนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินบำเหน็จซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีอยู่อย่างไร โจทก์จำเลยก็คงปล่อยให้เป็นไปอย่างที่มีอยู่ มิได้แตะต้องหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต พรายภู่ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5892/2534

เงินบำเหน็จมิใช่เงินที่นายจ้างมีหน้าที่จะต้องจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน การจะจ่ายเงินบำเหน็จหรือไม่อย่างไรเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จะตกลงกันไว้อย่างไรก็ได้ ระเบียบการจ่ายเงินบำเหน็จกำหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2518

สัญญาประนีประนอมยอมความทำกันในศาลเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2516 ความว่า จำเลยยอมชำระหนี้ให้โจทก์ภายใน 15 เดือนนับแต่วันทำสัญญา โดยให้นับ 30 วันเป็นหนึ่งเดือน ถ้าผิดนัด จำเลยยอมให้ทรัพย์จำนองหลุดและถือว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19/2504

คดีก่อนศาลชั้นต้นตัดสินให้โจทก์ (คือจำเลยในคดีก่อน) ชำระเงิน 3 ล้านบาทเศษแก่จำเลย (คือโจทก์ในคดีก่อน) คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นหนังสือกันนอกศาลว่า จำเลยยอมรับเงินจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้