Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2947/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522มาตรา19ยังไม่ได้กำหนดให้สถานีขนส่งสายเหนือเป็นสถานที่หยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสารไว้เป็นการต่างหากจึงต้องนำประกาศของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่งซึ่งประกาศโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา49แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ2497มาใช้ตามมาตรา164แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522จึงมิใช่การนำกฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้วมาใช้บังคับและลงโทษแก่จำเลย รถประจำทางปรับอากาศต้องหยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสารณสถานที่ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดหรือสถานที่หยุดหรือจอดรถตามที่มาตรา164แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522บัญญัติไว้เท่านั้นการที่จำเลยหยุดหรือจอดรถรับส่งผู้โดยสารที่ศูนย์รถแห่งอื่นจึงเป็นความผิดตามมาตรา156แล้วแม้จำเลยจะนำรถเข้าหยุดหรือจอดรับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดในภายหลังก็ตามก็ไม่เป็นการลบล้างการกระทำความผิดของจำเลยซึ่งได้กระทำมาแล้วให้หมดสิ้นไป คำฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำความผิดของจำเลยซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา156แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522ครบถ้วนแล้วแต่เนื่องจากสถานที่หยุดหรือจอดรถยังคงเป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเรื่องกำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่งซึ่งประกาศเมื่อวันที่26มกราคม2503ตามที่มาตรา164แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ.2522ได้บัญญัติไว้ว่าให้นำมาใช้ได้การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องระบุว่าสถานีขนส่งสายเหนือเป็นสถานีขนส่งตามที่กำหนดไว้และขอระบุประกาศดังกล่าวเป็นพยานเพ่ิมเติมภายหลังจากที่โจทก์สืบพยานหมดไปแล้วแต่ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษาคดีจึงกระทำได้ตามมาตรา163และมาตรา164แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและการขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องดังกล่าวไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีหรือหลงข้อต่อสู้เพราะจำเลยก็ทราบว่าจำเลยจะต้องหยุดหรือจอดรถรับส่งคนโดยสารที่สถานีขนส่งอยู่แล้วและการที่โจทก์นำพยานมาสืบเพิ่มเติมภายหลังที่โจทก์ได้แถลงหมดพยานแล้วนั้นก็เป็นเวลาก่อนที่จำเลยจะสืบพยานจึงไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 2 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 163 ป.วิ.อ. มาตรา 164 ป.วิ.อ. มาตรา 228 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 19 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 156 พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 164

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์โดยสารประจำทางรับส่งคนโดยสารจากกรุงเทพมหานครจะไปจังหวัดขอนแก่นโดยไม่นำรถเข้าหยุดหรือจอดเพื่อรับผู้โดยสาร ณ สถานีขนส่งสายเหนือซึ่งเป็นสถานีขนส่งตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกประกาศลงวันที่ 26 มกราคม 2503 กำหนดไว้ จำเลยได้ฝ่าฝืนโดยจอดรถที่ศูนย์รถเทพประสาททัวร์บริเวณปากซอยเฉยพ่วงและรับผู้โดยสารประมาณ 30 คน เพื่อจะขนส่งไปจังหวัดขอนแก่น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 19, 156, 164 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 49 ประกาศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่ง ลงวันที่ 26มกราคม 2503 และประกาศคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเรื่อง กำหนดประเภทรถที่ต้องเข้าหยุดและจอดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร ลงวันที่ 30 มกราคม 2503

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 19, 156, 164 ฯลฯ ให้ปรับ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยได้นำรถคันเกิดเหตุเข้าหยุดหรือจอดเพื่อรับส่งคนโดยสารที่ศูนย์รถเทพประสาททัวร์ในซอยเฉยพ่วงและต่อมาจำเลยได้หยุดและรับส่งคนโดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์นำพระราชบัญญัติการขนส่งพ.ศ. 2497 มาตรา 49 และประกาศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทยเรื่อง กำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่ง ลงวันที่ 26 มกราคม 2503 ซึ่งถูกยกเลิกแล้วมาบังคับแก่จำเลยและลงโทษจำเลยตาม มาตรา 156 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จึงไม่ชอบนั้น ปัญหาข้อนี้พระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 164 ได้บัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลมีใจความว่า ในระหว่างที่ยังมิได้มีกฎกระทรวง ข้อกำหนดหรือระเบียบ ออกตามพระราชบัญญัตินี้ให้กฎกระทรวงข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใด ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 ฯลฯ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับซึ่งไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้คงใช้บังคับต่อไป

เมื่อคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 19 ยังไม่ได้กำหนดให้สถานีขนส่งสายเหนือเป็นสถานที่หยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสารไว้เป็นต่างหากจากประกาศของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 26 มกราคม 2503 ดังนั้นจึงต้องนำปกระกาศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่งซึ่งประกาศโดยอาศัยตามความในมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497มาใช้ตามมาตรา 164 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 จึงมิใช่การนำกฎหมายที่ถูกยกเลิกแล้วมาใช้บังคับแก่จำเลยและลงโทษจำเลยดังที่จำเลยฎีกา ปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยจะได้นำรถคันเกิดเหตุไปหยุดหรือจอดเพื่อรับส่งคนโดยสารที่ศูนย์รถเทพประสาททัวร์ก็ตาม แต่ก็ไม่เป็นความผิดเพราะต่อมาจำเลยได้นำรถไปหยุดและจอดรับส่งคนโดยสารที่สถานีรถโดยสารปรับอากาศตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดนั้นวินิจฉัยว่าการหยุดหรือจอดรับส่งผู้โดยสารนั้นจำเลยจะต้องหยุดหรือจอดรถณ

สถานที่ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดหรือสถานที่หยุดหรือจอดรถตามที่มาตรา 164 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522บัญญัติไว้เท่านั้น การที่จำเลยหยุดหรือจอดรถรับส่งผู้โดยสารที่ศูนย์รถเทพประสาททัวร์จึงเป็นความผิดตามมาตรา 156 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 แล้วดังนั้นการที่จำเลยนำรถเข้าหยุดหรือจอดรับผู้โดยสารที่สถานีขนส่งสายเหนือซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางกำหนดในภายหลังจึงไม่เป็นการลบล้างกระทำความผิดของจำเลยซึ่งได้กระทำมาแล้วให้หมดสิ้นไปได้ไม่การกระทำของจำเลยยังคงเป็นความผิดอยู่

ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้ครบองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 156 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 โจทก์เพิ่งขอระบุพยานเพิ่มเติมและขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องภายหลังที่โจทก์แถลงว่าหมดพยานโจทก์แล้วและการที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์สืบพยานต่อไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยไม่ชอบนั้น เห็นว่าคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายถึงการกระทำความผิดของจำเลยซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 156 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522ครบถ้วนแล้ว แต่ที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องและระบุพยานเพิ่มเติมในภายหลังนั้นเนื่องจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางยังมิได้กำหนดให้สถานีขนส่งสายเหนือเป็นสถานที่ซึ่งใช้เป็นสถานีขนส่งสำหรับหยุดหรือจอดรถเพื่อรับส่งผู้โดยสารตามมาตรา 19(11)

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ให้แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้เดิม ดังนั้น สถานที่หยุดหรือจอดรถจึงต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดสถานที่ใช้เป็นสถานีขนส่งซึ่งประกาศเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2503 ตามที่มาตรา 164 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้ว่าให้นำมาใช้ได้การที่โจทก์ขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องเมื่อโจทก์สืบพยานไปแล้วนั้น โจทก์ได้ดำเนินการก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิพากษาคดี จึงกระทำได้ตาม มาตรา 163 และมาตรา 164แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และการขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องดังกล่าวแล้วนั้นไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีหรือหลงข้อต่อสู้เพราะจำเลยก็ทราบว่าจำเลยจะต้องหยุดหรือจอดรถรับส่งคนโดยสารที่สถานีขนส่งอยู่แล้ว

การที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจึงชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาความ และการที่โจทก์นำพยานมาสืบเพิ่มเติมภายหลังที่ได้แถลงว่าหมดพยานแล้วนั้นก็เป็นเวลาก่อนที่จำเลยจะสืบพยานจึงไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เฉลิม การปลื้มจิตต์
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2714/2526

แม้ศาลชั้นต้นจะสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จและนัดฟังคำพิพากษาแล้ว แต่ก่อนศาลมีคำพิพากษา ศาลจะต้องตรวจสำนวนไตร่ตรองพิจารณาและอาจสืบพยานของศาลเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 228 ได้ ฉะนั้นก่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10758/2556

ป.วิ.อ. มาตรา 196 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย โดยมิได้บัญญัติให้คู่ความต้องโต้แย้งไว้ดังที่บัญญัติไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2281/2534

คำฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงองค์ประกอบอันเป็นความผิดตามป.อ.มาตรา 200 การเพิ่มเติมเฉพาะบทมาตรา 200 ในคำขอท้ายฟ้อง จึงไม่มีผลทำให้ศาลลงโทษจำเลยตามบทมาตราดังกล่าวได้ กรณีไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้โจทก์เพิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 222/2530

คดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คนั้น การที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นการกระทำผิดอย่างหนึ่งที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ส่วนวันที่ที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้นเป็นวันที่มีกา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้