Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2948/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในคดีก่อนชั้นบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของ ส. และ น. ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล โจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นสามีของ น. ยื่นคำร้องว่าโจทก์มิใช่บริวารของ ส. และ น. และอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าโจทก์เป็นบริวารของ ส. และ น. จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145ประกอบด้วย มาตรา 142(1) โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่ง คดีในชั้นบังคับคดีระหว่างจำเลยทั้งสอง (โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน)กับโจทก์ในคดีนี้ถึงที่สุด จึงต้องฟังว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองคดีนี้โดยตั้งรูปคดีเช่นเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำร้องในคดีก่อนว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ เมื่อโจทก์จำเลยในคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน โดยคดีชั้นร้องขอให้บังคับคดีในคดีก่อนเป็นคดีระหว่างจำเลยทั้งสอง (โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน)กับโจทก์ในคดีนี้ในฐานะผู้คัดค้าน โจทก์จำเลยย่อมอยู่ในฐานะเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวแล้ว คดีก่อนและคดีนี้ต่างก็มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์ที่พิพาทเช่นเดียวกัน จึงถือได้ว่ามีประเด็นอย่างเดียวกัน เมื่อประเด็นในคดีก่อนศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินตามโฉนดเลขที่ 732 ส่วนที่โจทก์ครอบครอง เนื้อที่ประมาณ 82 ตารางวา ตามแผนที่ท้ายคำฟ้องเอกสารหมายเลข 4 เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ให้จำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์หากไม่ปฏิบัติตาม ให้ถือคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสองให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทั้งสองเคยเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่นางสวนและนางนงลักษณ์ออกจากที่ดินพิพาท ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23/2529 ของศาลชั้นต้น ได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยนางสวนและนางนงลักษณ์ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท แต่บุคคลทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าว จำเลยทั้งสองจึงขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และโจทก์มิใช่บริวารของนางสวนและนางนงลักษณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องคดีถึงที่สุด การที่โจทก์มาฟ้องคดีนี้อีกเป็นการฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ การที่โจทก์ไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาท ทำให้จำเลยทั้งสองขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินพิพาทขอให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากที่ดินพิพาท โดยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปด้วย ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยทั้งสองวันละ 1,000 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ได้เป็นบริวารของนางสวนและนางนงลักษณ์ คำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์ ฟ้องของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำหรือดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำจำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโดยไม่สุจริตเพราะทราบดีว่าโจทก์ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์อยู่แล้ว

จำเลยไม่ได้รับความเสียหายขอให้ยกฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมจำเลยที่ 1 ทายาทของจำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาทในคดีนี้กับที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยทั้งสอง(โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน) ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่นางสงวนหรือสวนและนางนงลักษณ์ (จำเลยทั้งสองในคดีก่อน) และบริวารตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 23/2529 ของศาลชั้นต้น เป็นที่ดินแปลงเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวจำเลยทั้งสองเป็นโจทก์ฟ้องขับไล่นางสงวน ขาวสะอาด และนางนงลักษณ์ ปลัดท้วม กับบริวารให้รื้อถอนเรือนและร้านค้าออกไปจากที่ดินพิพาทคู่ความตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยนางสงวนและนางนงลักษณ์ยอมรื้อถอนเรือนและร้านค้าออกไปจากที่ดินดังกล่าว

ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความคดีถึงที่สุดแล้ว นางสงวนและนางนงลักษณ์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสอง (โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน)จึงขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของนางสงวนและนางนงลักษณ์ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาล โจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นสามีของนางนงลักษณ์ยื่นคำร้องว่า โจทก์มิใช่บริวารของนางสงวนและนางนงลักษณ์และอ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วเชื่อว่า โจทก์เป็นบริวารของนางสงวนและนางนงลักษณ์ จึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 ประกอบด้วยมาตรา 142(1) ให้ยกคำร้อง

โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่ง คดีในชั้นบังคับคดีระหว่างจำเลยทั้งสอง (โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน) กับโจทก์ในคดีนี้จึงถึงที่สุด กรณีต้องฟังว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ครั้นต่อมาโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้โดยตั้งรูปคดีเช่นเดียวกับที่โจทก์ยื่นคำร้องในคดีก่อนว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ขอให้ศาลพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ดังนี้ เมื่อพิจารณาคำฟ้องและข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วจะเห็นได้ว่าโจทก์จำเลยในคดีก่อนกับในคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกันโดยคดีชั้นร้องขอให้บังคับคดีในคดีก่อนเป็นคดีระหว่างจำเลยทั้งสอง(โจทก์ทั้งสองในคดีก่อน) กับโจทก์ในคดีนี้ในฐานะผู้คัดค้านโจทก์จำเลยย่อมอยู่ในฐานะเป็นคู่ความในคดีดังกล่าวแล้ว

ทั้งคดีก่อนและคดีนี้ต่างก็มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทเช่นเดียวกัน จึงถือได้ว่ามีประเด็นอย่างเดียวกันซึ่งประเด็นในคดีก่อนศาลได้มีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ฉะนั้น ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ต้องห้ามมิให้รื้อร้องฟ้องกันอีกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148คดีไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไปที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่า ให้ยกฟ้องนั้นชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา นาคพันธุ์ · สุทธิ นิชโรจน์ · ระพินทร บรรจงศิลป
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8440/2558

ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทในคดีนี้กับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งโจทก์ขอให้ศาลดำเนินการบังคับคดีเอาแก่ จ. กับพวกตามคดีแพ่งของศาลชั้นต้นเป็นทรัพย์รายเดียวกัน โดยคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องให้ จ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2552

สามีจำเลยกู้เงินโจทก์ จำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ถือว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) โจทก์ในฐาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4057/2550

คดีเดิมมีประเด็นว่าโจทก์ในคดีนี้ผิดสัญญาเช่าหรือไม่ ส่วนในคดีนี้มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่หรือไม่ คดีนี้โจทก์อ้างเหตุว่าสัญญาเช่าและสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ผูกพันโจทก์เพราะมีการปลอมเอกสารแล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9710/2544

ระหว่างพิจารณาคดีนี้ โจทก์ฟ้องจำเลยในคดีนี้เป็นจำเลยที่ 1 ป. เป็นจำเลยที่ 2 ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 904/2537 ของศาลชั้นต้น ต่อมาคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาฎีกาที่ 401/2540 ซึ่งคดีที่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2539 (เลขอ้างอิง 4058)

ในคดีเดิมโจทก์ที่1และที่3ฟ้องจำเลยอ้างสิทธิในที่ดินโฉนดเลขที่3083และที่ดินมือเปล่าที่พิพาทแต่คำขอท้ายฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่3083เท่านั้นมิได้ขอให้บังคับเกี่ยวกับที่ดินมือเปล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้