Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2950/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เช่านาฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้รับโอนที่นาจากผู้ให้เช่าโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2528 มาตรา 53 และมาตรา 54 โจทก์จำต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในมาตรา 54 มาตรา 56 และมาตรา 57กล่าวคือโจทก์ต้องร้องขอต่อ คชก. ตำบลเพื่อวินิจฉัยให้จำเลยขายที่นาแก่โจทก์เสียก่อนตามมาตรา 54 วรรคสอง เมื่อ คชก. ตำบลวินิจฉัยประการใด โจทก์ไม่พอใจก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ คชก. จังหวัดภายใน30 วัน นับแต่วันทราบคำวินิจฉัย แต่ต้องไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ คชก. ตำบลมีคำวินิจฉัย มิฉะนั้นให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นถึงที่สุดตามมาตรา 56 หาก คชก.จังหวัดวินิจฉัยแล้ว โจทก์ยังไม่พอใจโจทก์จึงจะมีสิทธิฟ้องคดีได้ตามมาตรา 57 การที่โจทก์ขอซื้อที่นาจากจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยทันทีโดยมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้ โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 55 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินโฉนดเลขที่ 2596 เนื้อที่19 ไร่ 1 งาน 32 ตารางวา จากนายละเอียด ยืนยง นางสาวอุไรยืนยง นางสาวสำอางค์ ยืนยง นายสุริจ พิชญ์พงศานายสุจินต์ ยืนยง และนางทองคำ ทรัพย์วิจิตร เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงนี้ ทำนาปลูกข้าวมาตั้งแต่ปี 2528 จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2530 นายสุจินต์ ยืนยง ขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้นางสาวบงกช ธิติโอภาส ซึ่งโจทก์ในฐานะผู้เช่านาของนายสุจินต์ ยืนยง ให้ความยินยอมในการขายดังกล่าวด้วย เมื่อนางสาวบงกช ธิติโอภาส ซื้อที่ดินส่วนนี้แล้วก็ให้โจทก์เช่าทำนาต่อมา โจทก์จึงเป็นผู้เช่านาในที่ดินโฉนดเลขที่ 2596ทั้งแปลงจนถึงปัจจุบัน ครั้นประมาณกลางเดือนมกราคม 2531 โจทก์ทราบว่านางทองคำ

ขายที่ดินเฉพาะส่วนของตนเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน33 ตารางวา ที่โจทก์เช่าให้จำเลยในราคา 86,985 บาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2530 โดยโจทก์ไม่ทราบมาก่อน เพราะก่อนขายนางทองคำมิได้แจ้งความจำนงเป็นหนังสือว่าจะขายที่ดินส่วนนี้และสอบถามความสมัครใจจากโจทก์ว่าจะซื้อที่ดินนี้ตามราคาข้างต้นหรือไม่ ซึ่งถ้านางทองคำแจ้งความจำนงมายังโจทก์โจทก์ก็จะซื้อไว้เพราะโจทก์ประสงค์จะมีที่นาเป็นของตนเองดังนั้นการกระทำของนางทองคำผู้ให้เช่าทำนาจึงเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 มาตรา 53 โจทก์ในฐานะผู้เช่านาในที่ดินนี้จึงมีสิทธิขอซื้อที่ดินนี้คืนจากจำเลยตามราคาและวิธีการชำระเงินที่นางทองคำขายแก่จำเลยคืนจำนวน86,985 บาท

หลังจากที่โจทก์ทราบว่าจำเลยได้ซื้อที่ดินเฉพาะส่วนของนางทองคำแล้ว โจทก์ได้ติดต่อซื้อที่ดินคืนจากจำเลยในราคา86,985 บาท โดยขอให้จำเลยโอนขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์แต่จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงมอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2531 แจ้งให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินให้แก่โจทก์ โดยให้จำเลยติดต่อกับทนายโจทก์ภายใน 5 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือบอกกล่าว จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวของทนายโจทก์แล้ว แต่เมื่อครบกำหนดกลับเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินเฉพาะส่วนในโฉนดเลขที่ 2596 ที่จำเลยซื้อมาจากนางทองคำ ทรัพย์วิจิตร ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้แก่โจทก์ในราคา 86,985 บาท โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมการโอนทั้งสิ้น

หากจำเลยไม่ยอมรับเงินราคาที่ดินจำนวน 86,985 บาท และไม่ไปจดทะเบียนโอนขายที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ ก็ให้โจทก์วางเงินจำนวนดังกล่าวไว้ต่อศาลและให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย โดยให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดฉะเชิงเทราดำเนินการจดทะเบียนการโอนขายที่ดินดังกล่าวให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะไม่ใช้สิทธิตามขั้นตอนที่พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524บัญญัติไว้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ว่าการที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้จำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524มาตรา 54 วรรคสอง มาตรา 56 และมาตรา 57 หรือไม่โดยโจทก์อ้างเหตุว่า พระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาตรา 54 วรรคสอง ไม่ได้บังคับเด็ดขาดว่าโจทก์จะต้องดำเนินการร้องขอต่อ คชก.ตำบลให้วินิจฉัยก่อนที่จะนำคดีมาสู่ศาลโดยกฎหมายใช้คำว่า "อาจร้องขอ" ซึ่งมีความหมายว่าจะร้องหรือไม่ร้องก็ได้ และในพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 13(2) มิได้บัญญัติให้ คชก.ตำบลมีอำนาจวินิจฉัยถึงข้อพิพาทระหว่างผู้เช่านาหรือผู้ให้เช่านาที่มีต่อบุคคลภายนอก

เห็นว่า เมื่อโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้เช่านาฟ้องจำเลย ซึ่งเป็นผู้รับโอนที่นาจากผู้ให้เช่านาโดยอาศัยสิทธิตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 มาตรา 53 และมาตรา 54 อันเป็นกฎหมายพิเศษที่คุ้มครองสิทธิของโจทก์ในการซื้อนาจากจำเลยโจทก์จำต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์แห่งกฎหมายดังกล่าวที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษในมาตรา 54 มาตรา 56 และมาตรา 57 ที่มาตรา 54 วรรคสองใช้คำว่า "อาจร้องขอต่อ คชก.ตำบล" เป็นการระบุว่ากรณีที่ผู้ให้เช่านาขายนาไปโดยมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 53 ผู้เช่านามีสิทธิซื้อนาจากผู้รับโอนตามราคาและวิธีการชำระเงินที่ผู้รับโอนซื้อไว้หรือตามราคาในขณะนั้นแล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากันดังบัญญัติไว้ในมาตรา 54 วรรคหนึ่งนั้น

ผู้เช่านาสามารถร้องขอต่อ คชก.ตำบลเพื่อวินิจฉัยให้ผู้รับโอนขายนาได้ ถ้าผู้รับโอนตามวรรคหนึ่งไม่ยอมขายนาให้แก่ผู้เช่านาซึ่งมิใช่กรณีที่กฎหมายบัญญัติให้ผู้เช่านาเลือกเอาว่าจะร้องต่อ คชก.ตำบลหรือไม่ก็ได้ดังความเข้าใจของโจทก์ ทั้งอำนาจหน้าที่ของ คชก.ตำบลที่จะรับคำร้องขอดังกล่าวก็มีบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2525 มาตรา 13(3) รับรองไว้แล้วให้มีอำนาจหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่ คชก.จังหวัดมอบหมาย ดังนั้นการที่โจทก์จะฟ้องจำเลยเพื่อให้จำเลยโอนที่นาโดยอ้างว่าผู้ให้เช่านาขายนาแก่จำเลยโดยมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบนั้น โจทก์จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย

กล่าวคือโจทก์ต้องร้องขอต่อ คชก.ตำบลเพื่อวินิจฉัยให้จำเลยขายที่นาแก่โจทก์เสียก่อนตามมาตรา 54 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 เมื่อ คชก.ตำบลวินิจฉัยประการใดโจทก์ไม่พอใจก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ คชก.จังหวัดภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำวินิจฉัยแต่ต้องไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันที่ คชก.ตำบลมีคำวินิจฉัยมิฉะนั้นให้ถือว่าคำวินิจฉัยนั้นถึงที่สุดตามมาตรา 56แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 หากคชก.จังหวัดวินิจฉัยแล้ว โจทก์ยังไม่พอใจ โจทก์จึงจะมีสิทธิฟ้องคดีได้ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ. 2524 การที่โจทก์ขอซื้อที่นาจากจำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ทันทีโดยมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายบังคับไว้เช่นนี้ โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา · อากาศ บำรุงชีพ · ปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 116/2540

คดีนี้โจทก์ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อที่นาพิพาท โจทก์จึงต้องฟ้อง คชก.จังหวัดเพื่อขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัดด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ คชก.จังหวัดได้มีโอกาสเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5640/2540

พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 57วรรคแรก ที่บัญญัติให้คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียในการเช่านาที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของคชก.จังหวัด มีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5196/2539

ตาม พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524มาตรา 57 คู่กรณีหรือผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่เห็นด้วยหรือไม่พอใจคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด จะต้องฟ้องเพื่อให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของ คชก.จังหวัด เพราะตราบใดคำวิน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4369/2539

ตามคำฟ้องโจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างว่าโจทก์ทั้งสองกับจำเลยทั้งสองร่วมกันเช่านาของ บ. ต่อมาผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่านา ในการนี้ผู้ให้เช่าจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เช่าทุกคนไร่ละ 1,000 บาท รวมเป็นเงิน 69,000 บาท แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6871/2538

คำฟ้องโจทก์เป็นการโต้แย้งคำวินิจฉัยของคชก.จังหวัดที่วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อที่นาพิพาทคืนแต่ปรากฏว่าโจทก์ฟ้องจำเลยโดยมิได้ฟ้องคชก.จังหวัดซึ่งมีคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นจำเลยร่วมด้วยศาลจึงไม่อาจเพิก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้