Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 29508)

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินหนองน้ำสาธารณะนายอำเภอมีคำสั่งให้ออกไป จำเลยฝ่าฝืนไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368จำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะปรากฏจากคำฟ้องเองว่าจำเลยครอบครองที่ดินนั้นมานานแล้ว แต่การครอบครองมานานก็มิใช่เหตุผลที่แสดงอยู่ในตัวว่าจำเลยเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าที่ดินนั้นเป็นของจำเลยเองไม่ใช่ที่สาธารณะ และแม้จำเลยจะให้การว่าที่ดินนั้นมี ส.ค.1 แล้ว ซึ่งอาจเป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่งแสดงว่าจำเลยครอบครองมาโดยไม่รู้ว่าเป็นที่สาธารณะได้ และโจทก์แถลงรับว่าจำเลยได้ยื่น ส.ค.1 ไว้ต่อพนักงานสอบสวนจริง แต่โจทก์ก็ยังแถลงโต้แย้งอยู่ว่าที่ดินตาม ส.ค.1 ที่จำเลยอ้างนั้นเป็นคนละแห่งกับที่ที่โจทก์ฟ้อง เรื่อง ส.ค.1 อันจะเป็นเรื่องสนับสนุนข้อแก้ตัวของจำเลยจึงยังเป็นข้อโต้เถียงกันอยู่อีกเช่นกัน ตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของโจทก์ ดังนี้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจ ว่าที่ดินเป็นของจำเลยอันจะพึงถือว่าจำเลยมีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอ ที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้อง จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 11/2517)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้โจทก์ฟ้องมีความว่า เมื่อระหว่างตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2500 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2503 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2509 และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2499 ตามลำดับสำนวนตลอดมาจนถึงวันฟ้อง จำเลยแต่ละสำนวนได้บุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินในหนองเสม็ดใหญ่อันเป็นหนองน้ำสาธารณะที่ทางราชการหวงห้ามไว้เพื่อสาธารณประโยชน์สำหรับคนและสัตว์ใช้อาบกิน เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2515 นายจ่าง บุญอาจ นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตรวจตรารักษาที่อันเป็นสาธารณประโยชน์ ได้มีคำสั่งให้จำเลยออกจากหนองเสม็ดใหญ่ จำเลยได้ทราบคำสั่งของนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์แล้ว ได้ฝ่าฝืนไม่ยอมออกจากหนองสาธารณะดังกล่าวเป็นการขัดคำสั่งนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368

จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธความว่า ที่ดินที่จำเลยครอบครองอยู่มิได้อยู่ในเขตหนองเสม็ดใหญ่ แต่เป็นที่ดินที่ทางการอนุญาตให้จับจองก่อสร้างและถือสิทธิเป็นเจ้าของได้ ที่ดินดังกล่าวนี้เดิมเป็นของนายเลื่อน นายบุญมา วิริยะกุล และนายบุญมา ปิดตะฝ้าย บุคคลเหล่านี้ได้แจ้ง ส.ค.1 ไว้ก่อนที่จะโอนขายให้จำเลย คำสั่งของนายอำเภอเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ และนายสมบูรณ์จำเลยให้การต่อสู้ด้วยว่าไม่เคยอาศัยอยู่ในที่ดินตามฟ้อง ที่ดินตามฟ้องเป็นของนายแดงพ่อตาจำเลย ในชั้นพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์แถลงรับว่าตามสำนวนการสอบสวนมี ส.ค.1 จริง โดยมีชื่อใน ส.ค.1 ว่า นายเลื่อน ศรีเพชรพงษ์นายบุญมา วิริยะกุล และนายบุญมา ปิดตะฝ้าย ซึ่งฝ่ายจำเลยได้ยื่นไว้ต่อพนักงานสอบสวน แต่เป็นที่ดินคนละแห่งกับที่โจทก์ฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงให้งดสืบพยานทุกฝ่ายโดยวินิจฉัยว่า ตามรูปเรื่องเท่าที่จำเลยให้การมานั้น สมควรที่จะดำเนินคดีว่ากล่าวเรื่องสิทธิในที่ดินกันทางแพ่งยิ่งกว่าการฟ้องร้องทางอาญาเช่นนี้ เพราะตามคำฟ้องและคำให้การก็ฟังได้ว่าจำเลยครอบครองต่อเนื่องกันเรื่อยมา เป็นเวลานานแล้ว จำเลยมีหลักฐาน ส.ค.1 มายืนยันและแสดงเหตุผลให้ทราบตั้งแต่แล้วทางอำเภอก็ไม่เคยดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานบุกรุกมาก่อนเลยเหตุผลเหล่านี้ประกอบข้อต่อสู้ของจำเลย ทำให้ศาลเห็นว่า จำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าที่ดินที่จำเลยครอบครองเป็นของจำเลยโดยการครอบครองมานานแล้ว ซึ่งนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์จะสั่งให้จำเลยออกโดยพลการเช่นนี้ไม่ได้ ความเชื่อมั่นของจำเลยเช่นนี้มีเหตุผลสนับสนุนอยู่พร้อมมูลว่าจำเลยมีเหตุผลอันดี และมีข้อแก้ตัวอันสมควรที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ได้จึงเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้ ตามมาตรา 368 พิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์ทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสี่สำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าตามคำฟ้องคำให้การและคำแถลงของโจทก์นั้น ปรากฏข้อเท็จจริงให้ฟังเป็นยุติได้ดังศาลล่างรับฟังมาหรือไม่ เห็นว่าจริงอยู่ที่ปรากฏจากคำฟ้องว่าจำเลยครอบครองที่ดินที่นายอำเภอสั่งให้ออกนั้นมานานแล้วแต่การครอบครองมานานมิใช่เหตุผลที่แสดงอยู่ในตัวว่า จำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าที่ดินนั้นเป็นของจำเลยเองไม่ใช่ที่สาธารณะ เพราะจำเลยอาจจะครอบครองมานานทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าที่ดินนั้นเป็นที่สาธารณะก็ได้ แม้จำเลยจะได้ให้การถึงว่าที่ดินตามฟ้องมีการแจ้งการครอบครองโดยมี ส.ค.1 เป็นหลักฐาน ซึ่งอาจเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่แสดงว่าจำเลยครอบครองที่ดินมาโดยไม่รู้ว่าเป็นที่สาธารณะได้ แต่โจทก์ก็ยังแถลงโต้แย้งอยู่ว่าที่ดินตาม

ส.ค.1 ที่จำเลยอ้างถึงนั้นเป็นที่ดินคนละแห่งกับที่ดินที่โจทก์ฟ้องเรื่อง ส.ค.1 จึงยังเป็นเรื่องโต้เถียงกันอยู่อีกเช่นกัน ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของโจทก์นั้น คดียังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีความเชื่อมั่นโดยสุจริตใจว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยอันจะพึงถือว่าจำเลยมีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควรที่จะไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายอำเภอจำเป็นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานต่อไปให้สิ้นกระแสความ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษายกฟ้องนั้น จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนับ คัมภีรยส · สรรเสริญ ไกรจิตติ · รื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2517 (เลขอ้างอิง 107649)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองที่ดินหนองน้ำสาธารณะนายอำเภอมีคำสั่งให้ออกไป จำเลยฝ่าฝืนไม่ยอมออก ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368จำเลยให้การปฏิเสธ แม้จะปรากฏจากคำฟ้องเองว่าจำเลยครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14767/2558

ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อให้ตรวจสอบกรณีท้ายอุทธรณ์ของจำเลยผู้พิมพ์หรือผู้เขียนไม่ได้ลงลายมือชื่อ เจ้าพนักงานศาลต้องรายงานต่อผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเพื่อตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10854/2553

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในห้องของโรงแรมที่เกิดภัยพิบัติ เพื่อลักทรัพย์สินของโรงแรมและนักท่องเที่ยวที่เก็บรักษาไว้ในห้องพัก จำเลยทั้งสองลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4279/2550

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มาตรา 4 บัญญัติว่า "ผู้ใดออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายโดยมีลักษณะหรือมีการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) เจตนาที่จะไม่ให้มีการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7903/2547

การที่ ธ.ลงลายมือชื่อในช่องผู้อุทธรณ์ในฐานะทนายจำเลยโดยไม่ปรากฏว่ามีใบแต่งทนายความในสำนวน คำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (7) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยส่งขึ้นไ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้