คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้อง ว่า โจทก์ เป็น พี่น้อง ร่วม บิดา มารดา เดียว กัน กับ นาง ผัน งามขำ นางสาว เผื่อน งามขำ เป็น น้องสาว โจทก์ ส่วน จำเลย เป็น บุตร ของ นาง ผัน นางสาวเผื่อน เป็น เจ้าของ ที่ดินพิพาท โดย นางสาว เผื่อน ไม่มี สามี และ บุตร เมื่อ นางสาว เผื่อน ถึงแก่กรรม ที่ดินพิพาท จึง เป็น ทรัพย์มรดก ตก ได้ แก่ โจทก์ และ ทายาท เมื่อ ปี 2533 จำเลย ยื่น คำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ ใน ที่ดินพิพาท และ ศาล มี คำสั่ง ว่า ที่ดินพิพาท ตกเป็นกรรมสิทธิ์ ของ จำเลย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ปรากฏ ตาม คดีแพ่ง หมายเลขแดง ที่ 1094/2533 ของ ศาลชั้นต้น การกระทำของ จำเลย เป็น การ ใช้ สิทธิ โดย ไม่สุจริต เพราะ นางสาว
เผื่อน มิได้ ยก ที่ดินพิพาท ให้ แก่ จำเลย ขอให้ ศาล พิพากษา เพิกถอน คำสั่งศาล ชั้นต้นดังกล่าว และ ให้ จำเลย ส่งมอบ โฉนด ที่ดินพิพาท ให้ แก่ โจทก์ เพื่อ จะ ได้ร้องขอ เป็น ผู้จัดการมรดก เพื่อ จัดการ แบ่ง ทรัพย์สิน ให้ แก่ ทายาท ต่อไปจำเลย ให้การ ว่า จำเลย เป็น ผู้อุปการะ เลี้ยงดู นางสาว เผื่อน ก่อน นางสาว เผื่อน ถึงแก่กรรม ประมาณ 20 ปี นางสาว เผื่อน ยก ที่ดิน พิพาท ให้ แก่ จำเลย จำเลย ได้ ครอบครอง โดย สงบ และ โดย เปิดเผย ด้วยเจตนา เป็น เจ้าของ มาก ว่า 10 ปี จำเลย จึง ได้ กรรมสิทธิ์ ใน ที่ดินพิพาทขอให้ ยกฟ้อง เห็นว่า ตาม คำฟ้อง ของ โจทก์ และ คำให้การ ของ จำเลยดังกล่าว ประเด็น แห่ง คดี มี ว่า ที่ดินพิพาท เป็น
ทรัพย์มรดก ของนางสาว เผื่อน หรือไม่ หรือ จำเลย ได้ ครอบครอง ที่ดินพิพาท จน ได้ กรรมสิทธิ์ ใน ประเด็น ดังกล่าว ศาลชั้นต้น ฟัง ข้อเท็จจริง ว่านางสาว เผื่อน มิได้ ยก ที่ดินพิพาท ให้ แก่ จำเลย จำเลย ครอบครอง ที่ดิน พิพาท แทน นางสาว เผื่อน จำเลย ไม่ได้ กรรมสิทธิ์ ใน ที่ดินพิพาท โจทก์ จึง เป็น ทายาท ผู้มีสิทธิ รับมรดก ใน ที่ดินพิพาท แต่ คำขอ ของ โจทก์ มิอาจบังคับ ให้ ได้ พิพากษายก ฟ้อง โจทก์ อุทธรณ์ ว่า เมื่อ ศาลชั้นต้น ฟังข้อเท็จจริง ว่า โจทก์ เป็น ทายาท ผู้มีสิทธิ รับมรดก ใน ที่ดินพิพาท ศาล ควรจะ พิพากษา เพิกถอน คำสั่งศาล ชั้นต้น และ ให้ จำเลย ส่งมอบ โฉนด แก่ โจทก์ตาม ฟ้อง จำเลย ยื่น คำแก้อุทธรณ์ ว่า
นางสาว เผื่อน ยก ที่ดินพิพาท ให้ แก่ จำเลย และ จำเลย ได้ กรรมสิทธิ์ ใน ที่ดินพิพาท โดย การ ครอบครอง แล้วเมื่อ ข้อเท็จจริง เป็น เช่นนี้ ประเด็น ข้อพิพาท ที่ ว่า ที่ดินพิพาท เป็นทรัพย์มรดก ของ นางสาว เผื่อน หรือไม่ หรือ จำเลย ได้ ครอบครอง ที่ดินพิพาท จน ได้ กรรมสิทธิ์ จึง หา ได้ ยุติ ไป ตาม คำพิพากษา ศาลชั้นต้นดัง ที่ โจทก์ เข้าใจ ไม่ เพราะ คดี ย่อม มี ประเด็น ตาม คำแก้อุทธรณ์ ของจำเลย ที่ ศาลอุทธรณ์ จะ ยกขึ้น วินิจฉัย ได้ ดังนั้น ที่
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ข้อเท็จจริง ว่า ที่ดินพิพาท ตกเป็น กรรมสิทธิ์ ของ จำเลย โดยการ ครอบครองปรปักษ์ ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ศาลอุทธรณ์ จึง มีอำนาจ วินิจฉัย ได้ หาใช่ เป็น การ วินิจฉัย ข้อเท็จจริงใหม่ อย่างใด ไม่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ชอบแล้ว ฎีกา โจทก์ ฟังไม่ขึ้น "
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน